E-DUANG
มีความจำเป็นที่พรรคภูมิใจไทยต้องอาศัยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาเป็นบรรทัดฐานในการจัด”ครม.”
ไม่ว่าต่อ”ภายใน” ไม่ว่าต่อ”ภายนอก”
กลายเป็นเหตุผลหนึ่งที่ไม่ยอมรับมือแห่งไมตรีอันยื่นมาจากพรรคกล้าพลัง ไม่ยอมรับมือแห่งไมตรีอันยื่นมาจากพรรคไทยรวมพลัง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อคำวินิจฉัยว่าด้วย”จริยธรรม”
เนื่องจากมีรูปธรรมมากมายย้ำเตือนให้เห็น ทั้งจากกรณีของ นายพิชิต ชื่นบาน ในกรณีรัฐบาลพรรคเพื่อไทย หรือกรณีอันเกิดกับนักการเมืองบางคนแห่งพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล
ยิ่งการอรรถาธิบายในกรณีของ นายภูมิธรรม เวชยชัย และกรณีของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ยิ่งละเอียดอ่อน
เพราะว่ามีความผูกพันอยู่กับทุกองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
มีหรือที่พรรคภูมิใจไทยจะได้รับยกเว้น ในเมื่อพรรคเพื่อไทยก็ประสบมาแล้ว ในเมื่อพรรคประชาชาติก็ประสบมาแล้ว
ทั้งๆที่อนุสาสน์แห่ง”จริยธรรม”มากด้วยความละเอียดอ่อน
ถามว่าบทบัญญัติอันมีจุดเริ่มจาก”ศาลรัฐธรรมนูญ”ว่าด้วยจริยธรรมนี้มีเป้าประสงค์ใด
ต้องการได้”คนดี” ต้องการกีดกันจำกัด”คนไม่ดี”
ความหมายของ”คนดี”นั่นวัดได้โดยการแสดงออกซึ่งการปฏิบัติอันเปี่ยมด้วยจริยธรรมอย่างเป็นที่ประจักษ์
หากไม่เป็นที่ประจักษ์ก็ต้องถูก”ขจัด”ออกไป
บ้างถูกลงโทษ 10 ปี บ้างถูกลงโทษให้ยุติการเข้าไปมีตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต
“จริยธรรม”จึงกลายเป็น”อำนาจ”
มีตัวอย่างเกิดขึ้นมากมายไม่ว่าต่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทยและได้กลายเป็นข้อกำหนดในการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย
ดำรงอยู่เป็น”ข้อกำหนด” ดำรงอยู่อย่างเป็น”อาวุธ”
เป็นเหตุผลอย่างเต็มเปี่ยมว่าพรรคการเมืองใดควรเข้าร่วมใน รัฐบาล พรรคการเมืองใดถูกผลักออกไปและกลายเป็นฝ่ายค้าน
ทำไมคนๆนี้จึงไม่ควรเป็น”รัฐมนตรี” เหตุใดคนๆนี้จึงควรเป็น
สะท้อนผ่านกระบวนการบริหารจัดการภายในพรรคภูมิใจไทย สะท้อนผ่านกระบวนการบริหารจัดการภายในพรรคเพื่อไทย
ปรากฏ”ปฎิกิริยา”ตลอดสองรายทางในทางการเมือง
กลายเป็นคำถามถึง”บ้านใหญ่”บางบ้าน กลายเป็นคำถามถึงหัวหน้า”มุ้ง”บางมุ้ง
เป็น”อาวุธ”ในมือบางคนในหลายพรรคการเมือง
ทำให้การรอคอยตำแหน่ง”ประธานสภาผู้แทนราษฎร”ทวีความคึกคักเข้มข้น ทำให้การคอยการขึ้นเป็น”นายกรัฐมนตรี”ทรง ความหมาย
หรือการรอคอยว่าใครจะได้เป็น”รัฐมนตรี”
บรรทัดฐานว่าด้วย”จริยธรรม”อันก่อรูปและประกอบส่วนขึ้นมาของ”ศาลรัฐธรรมนูญ”จึงดำรงอยู่เหมือนเป็นดาบ
ดาบในมือของแต่ละพรรคการเมือง
เป็นสมมุติฐานในการพิจารณาต่อบทสรุปในการจัดวางตำแหน่งทางการเมืองของแต่ละพรรคการเมืองว่าดำเนินไปอย่างไร
เมื่อเป็นดาบและเป็นดาบสองคมจึงทำลายได้ไม่ว่าจะฟันไปข้างหน้า หรือฟันไปข้างหลัง
ฟันทั้งเป้าหมายและตกเป็นเป้าหมายเอง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
