Technical Time-Out | SearchSri
ลีกลูกหนัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ผ่านมาแล้วค่อนทาง หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในซีซั่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ผ่านช่วงครึ่งฤดูกาลมา คงไม่พ้นอิทธิพลของการทำประตูจากลูกเซตพีซ หรือลูกตั้งเตะ
จากข้อมูลหลังแต่ละทีมลงสนามไป 29 นัด ปรากฏว่า พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025-2526 มีการทำประตูจากลูกเตะมุมเกือบ 1 ใน 5 ของประตูที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ คิดเป็น 18 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสัดส่วนมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน เพิ่มขึ้นจากฤดูกาลที่แล้ว 6 เปอร์เซ็นต์
เมื่อนับรวมประตูจากลูกตั้งเตะอื่นๆ (ไม่นับลูกจุดโทษ) จนถึงวันที่ 6 มีนาคม มีการทำประตูจากลูกเซตพีซในพรีเมียร์ลีกรวมแล้ว 27.1 เปอร์เซ็นต์ เป็นสถิติสูงสุดใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป โดยกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี มีสถิติทำประตูจากลูกเซตพีซ 24 เปอร์เซ็นต์, บุนเดสลีก้า เยอรมนี 22 เปอร์เซ็นต์, ลาลีก้า สเปน 19 เปอร์เซ็นต์ และลีกเอิง ฝรั่งเศส 17 เปอร์เซ็นต์
อาร์เซน่อล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีกซึ่งกำลังลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดหนแรกในรอบ 22 ปี ได้รับประโยชน์จากลูกเซตพีซเต็มๆ ดังปรากฏว่า จากทั้งหมด 59 ประตูที่ทำได้ในการเตะเกมลีก 30 นัด มาจากลูกตั้งเตะถึง 22 ประตู ในจำนวนนี้เป็นการทำประตูจากลูกเตะมุม 16 ประตู
ตัวเลขดังกล่าวนำไปสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์และการถกเถียงอย่างกว้างขวางว่าการทำประตูจากลูกตั้งเตะเยอะๆ ทำให้เสน่ห์ของเกมฟุตบอลหายไป เพราะประตูไม่ได้เกิดขึ้นจากการเล่นโอเพ่นเพลย์ ถึงขั้น อาร์เน่อ ชล็อต กุนซือลิเวอร์พูล ปรารภว่า เดี๋ยวนี้ดูเกมพรีเมียร์ลีกไม่สนุกเหมือนเดิมแล้ว ส่วน รุด กุลลิต ตำนานแข้งชาวดัตช์ โวยว่า จะเลิกดูฟุตบอลแล้ว เพราะเกมลูกหนังยุคนี้ นักเตะเอาแต่เล่นเพื่อหาจังหวะเตะมุมไม่ก็ทุ่มไกลเสียเป็นส่วนใหญ่
ขณะที่ ฟาเบียน ฮูร์เซเลอร์ เฮดโค้ชของไบรท์ตัน วิจารณ์ว่า ทีมปืนใหญ่ใช้เวลาในการเตรียมตัวก่อนเตะมุมมากเกินไป เฉลี่ยแล้ว 44.4 วินาที มากที่สุดในบรรดาทีมพรีเมียร์ลีก
ส่วน เลียม โรซีเนียร์ กุนซือใหม่ของเชลซีก็ชี้ว่า หลังจบฤดูกาลนี้ ทางลีกและองค์กรผู้ตัดสินอาจจะต้องมาพิจารณาเรื่องการบังคับใช้กฎอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการเล่นลูกในกรอบเขตโทษ ซึ่งน่าสังเกตว่ากรรมการอาจจะปล่อยให้มีการกระทบกระทั่งกันโดยไม่เป่าฟาวล์ทีมบุกนัก แม้แต่จังหวะรบกวนผู้รักษาประตูทีมรับ

สื่ออังกฤษพยายามวิเคราะห์และศึกษาถึงสาเหตุที่สถิติการทำประตูจากลูกเซตพีซในพรีเมียร์ลีกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งคำอธิบายหลักๆ มาจากการที่แพตเทิร์นการตั้งรับลูกตั้งเตะส่วนใหญ่มักมีแบบแผนค่อนข้างชัดเจน ประกอบกับผู้ตัดสินอาจจะปล่อยให้เกมโฟลว์มากขึ้นอย่างที่กุนซือบางคนตั้งข้อสังเกต หลายทีมจึงพยายามเลือกใช้นักเตะและวางแผนการยืนตำแหน่งที่ท้าทายการทำประตูมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ลูกเตะมุม
บีบีซี ชี้ว่าข้อแตกต่างที่ทำให้สถิติพุ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับหลายปีก่อนหน้านี้น่าจะเป็นการที่ทีมใหญ่ๆ หันมาให้ความสำคัญกับการทำประตูจากลูกตั้งเตะมากขึ้นนั่นเอง
สมัยก่อน มักจะเป็นบรรดาทีมเล็กๆ ที่เน้นลูกโยน ลูกตั้งเตะ ลูกเตะมุม เพื่อลุ้นทำประตู ลดช่องว่างเรื่องฝีเท้านักเตะเพราะไม่มีเงินถุงเงินถังทุ่มซื้อผู้เล่นชั้นเลิศแข่งกับบรรดาทีมใหญ่ พรีเมียร์ลีกยุคก่อนๆ จึงมีทีมอย่าง สโต๊ก ซิตี้, เวสต์บรอม, โบลตัน ซึ่งมีกุนซืออย่าง โทนี่ พูลิส หรือ แซม อัลลาร์ไดซ์ มาเบียดแย่งแต้มจากแท็กติกเหล่านี้
กระทั่ง เบรนท์ฟอร์ด เป็นทีมเล็กทีมแรกที่คิดเรื่องจ้างโค้ชผู้เชี่ยวชาญด้านลูกเซตพีซอย่าง นิโคลัส โจเวอร์ มาช่วยทีมอย่างจริงจังก่อนใครในปี 2016
ต่อมา โจเวอร์ถูก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึงตัวไปเป็นหนึ่งในทีมสตาฟฟ์ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในปี 2019 ตามคำแนะนำของ มิเกล อาร์เตต้า ที่เป็นมือขวาของเป๊ปในเวลานั้น ก่อนที่อาร์เตต้าจะย้ายไปรับงานคุมทีมปืนใหญ่ในช่วงปลายปีเดียวกัน
ฤดูกาล 2020-2021 โจเวอร์มีบทบาทช่วยทีมเรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก รวมถึงเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก่อนที่เขาจะโบกมือลาทีมเมื่อหมดสัญญาในเดือนมิถุนายนปี 2021
หลังจากนั้น เขาก็ได้หวนไปร่วมงานกับอาร์เตต้าที่อาร์เซน่อลตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2021 โดยในฤดูกาล 2023-24 ผลงานก็เป็นที่ประจักษ์เมื่อปืนใหญ่ทำประตูจากลูกตั้งเตะ (ที่ไม่ใช่ลูกโทษ) ได้ถึง 20 ลูกในพรีเมียร์ลีก ซึ่งสูงที่สุดในลีก กระทั่งมายืนยันด้วยสถิติสูงสุดในลีกอีกครั้งเวลานี้

ทุกวันนี้ ทีมใหญ่ๆ ในลีกจะลงทุนกับการจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการเล่นลูกเซตพีซมาวิเคราะห์สถิติและรูปแบบการเล่นที่เหมาะสม การฝึกฝนและแนะนำวิธีการเล่นลูกกลางอากาศ การวิเคราะห์สถิติและความน่าจะเป็นในการปะทะแบบตัวต่อตัวว่านักเตะคนใดมีแนวโน้มจะได้เปรียบเวลาขึ้นแย่งโหม่งบอล จนนำไปสู่การวางตำแหน่งว่าจะเอาผู้เล่นคนไหนไปประกบกองหลังฝ่ายตรงข้ามคนใด เพื่อลดประสิทธิภาพเกมรับของอีกฝ่ายในการป้องกันลูกตั้งเตะ
ด้วยทรัพยากรที่พร้อมกว่าทั้งด้านเงินทุนและบุคลากร เมื่อทีมใหญ่ๆ หันมาทุ่มเรื่องนี้กันจริงจัง ย่อมทำให้เกิดสถิติที่แตกต่างอย่างชัดเจน
ยิ่งแมนซิตี้เคยประสบความสำเร็จกับการผสมผสานแท็กติกเหล่านี้มาแล้ว และอาร์เซน่อลก็นำมาใช้จนเกิดประโยชน์สูงสุด กลายเป็นทีมลุ้นแชมป์อยู่ในขณะนี้ คงเป็นเรื่องยากที่จะไปขอให้ปรับเปลี่ยนแท็กติกเพียงเพื่อเหตุผลว่าทำให้เกม “สนุกขึ้น” ได้
อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลหน้า บอร์ดสมาคมฟุตบอลนานาชาติ (ไอเอฟเอบี) ในฐานะองค์กรกำหนดกฎกติกาการแข่งขันฟุตบอลสมัยใหม่ เตรียมปรับเปลี่ยนกฎเรื่องถ่วงเวลาการขว้างบอลและเตะลูกจากประตู หากใช้เวลาเกิน 5 วินาที ก็จะเป่าฟาวล์ แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำเกมบุกด้วยลูกเซตพีซโดยตรง แต่ก็อาจจะมีความเปลี่ยนแปลงไม่มากก็น้อย
ที่เหลือก็เป็นประเด็นเรื่องผู้ตัดสินว่าปล่อยให้ทีมรุกกระทบกระทั่งผู้รักษาประตูฝั่งตรงข้ามในจังหวะลุ้นประตูจากลูกเซตพีซมากน้อยอย่างไรตามที่มีกุนซือหลายคนบ่น
แล้วมารอดูว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นกับการแข่งขันซีซั่นถัดไปในทิศทางที่คาดหวังกันหรือเปล่า
