A BIG BOLD BEAUTIFUL JOURNEY | ‘ประตูสู่อดีต’
ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์
เดวิด (คอลิน แฟร์เรลล์) พบซาราห์ (มาร์โกต์ ร็อบบี้) ในงานแต่งงานเพื่อน
ทั้งสองต่างต้องตาต้องใจกันในทันที แต่ต่างก็สงวนท่าที ตั้งกำแพงขวางกั้นตัวเองไว้ไม่ให้เดินหน้าสานสัมพันธ์ต่อไป
ทว่า…ในจักรวาลที่อธิบายไม่ได้ด้วยหลักเหตุผลในโลกของความเป็นจริง ทั้งคู่ต่างขับรถเช่าจากบริษัทเช่ารถแห่งหนึ่ง
ประสบการณ์พิลึกที่เดวิดประสบจากการไปติดต่อที่บริษัทเช่ารถแห่งนั้นบอกให้รู้ว่า การเดินทางครั้งนี้จะไม่ใช่การเดินทางแบบปกติธรรมดา
สถานที่ที่เขาเข้าไป มีประตูที่ต้องติดต่อผ่านเครื่องมือสื่อสารที่จะมีช่องเปิดให้เข้าเพียงนับวินาที และเดวิดเดินเข้าไปในอาคารโล่งมืด มีโต๊ะยาวตั้งขวางอยู่สุดอีกด้าน ที่โต๊ะมีหญิงชายสองคนนั่งเด่นเป็นสง่า
คนรับเงินผู้หญิง (ฟีบี วอลเลอร์-บริดจ์) กับนายช่าง (เควิน ไคลน์) พูดจาแปลกๆ ด้วยน้ำเสียงร่าเริงเกินเหตุ และแนะนำให้เดินทางด้วยจีพีเอสที่ติดตั้งอยู่ในรถ ไม่ว่าเดวิดจะปฏิเสธและบ่ายเบี่ยงเพียงไร
เมื่อออกเดินทาง จีพีเอสก็ส่งเสียงถามเขาว่า พร้อมสำหรับ “A Big Bold Beautiful Journey” ไหม ขอให้เดวิดตอบยืนยันด้วย
จากนั้น จีพีเอสก็พาเขาไปสู่ร้านเบอร์เกอร์คิงข้างทาง และแนะนำให้เขาสั่งชีสเบอร์เกอร์ซึ่งอร่อยมากมากิน
ตรงนี้เป็น “การวางสินค้า” แบบโต้งๆ อย่างไม่ขวยเขินกันเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าค่าสปอนเซอร์ตรงๆ ขนาดนี้จะเป็นเท่าไรกัน
ที่นั่น เดวิดเห็นซาราห์นั่งกินชีสเบอร์เกอร์ ซึ่งเธอบอกว่าชอบมากอยู่
ทั้งสองยังคงต้องตาต้องใจกัน สงวนท่าที แต่ก็เฟลิร์ตกันอย่างกล้าๆ กลัวๆ
เมื่อออกจากร้าน ต่างขึ้นรถพร้อมจะแยกย้ายกันไปในรถเช่าจากบริษัทเดียวกันที่จอดเคียงคู่กันอยู่ รถของซาราห์ก็สตาร์ตไม่ติด ทำให้เดวิดต้องรับเธอขึ้นรถมาด้วยกัน
ทั้งสองต่างยืนยันจะเดินทาง “ครั้งใหญ่ กล้าหาญ สวยงาม” ไปด้วยกัน
ทั้งคู่ต่างปฏิเสธที่จะสานสัมพันธ์ต่อไป เพราะเชื่อว่านิสัยของตนจะต้องพาไปสู่ความล้มเหลวเช่นที่ผ่านมาในอดีต

จีพีเอสพาไปหยุด ณ จุดต่างๆ ตามเส้นทาง
แต่ละจุดมีประตูที่ตั้งอยู่โดดๆ อย่างแปลกประหลาด เป็นประตูมิติที่เปิดไปสู่อดีตที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเดวิดและซาราห์
ประภาคารในแคนาดาที่เดวิดเคยไปในสมัยเด็ก…
พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ซาราห์และแม่ชอบไปดูด้วยกัน…
โรงเรียนมัธยมปลายในวันที่เดวิดเล่นละครมิวสิเคิลเรื่องทำอย่างไรจะประสบความสำเร็จในชีวิต ระหว่างที่รวบรวมความกล้าสารภาพรักกับเด็กสาวที่เขาหลงใหลใฝ่ฝันและถูกปฏิเสธอย่างไม่ไยดี…
โรงพยาบาลในวันที่ซาราห์ไปพบว่าแม่ของเธอตายในวันที่เธอไม่ได้ไปอยู่ด้วย เพราะไปเพริดอยู่กับโปรเฟสเซอร์ของเธอ…
และที่บิลบอร์ดริมทาง ซึ่งเดวิดพบอดีตคู่หมั้นที่เขาบอกเลิกด้วยโดยไม่มีเหตุผลที่เธอเข้าใจได้ และซาราห์เผชิญหน้ากับแฟนเก่าที่เธอทิ้งไปดื้อๆ กลางดึกโดยไม่บอกให้เขารู้…

หนังนำเสนอด้วยภาพที่ใช้สีและสัญลักษณ์แบบ “เหนือจริง” (surreal) อย่างสะดุดตาสะดุดใจและชวนคิด
ทำให้นึกถึงหนังแปลกๆ ของชาร์ลี คอฟแมน อย่าง Eternal Sunshine of the Spotless Mind เช่น งานแต่งงานภายใต้สายฝนที่พรั่งพรูลงมา โดยแขกในงานต่างกางร่มสีสด…
ฉากการแสดงละครมิวสิเคิลของโรงเรียน ซึ่งซาราห์ที่นั่งอยู่ในหมู่ผู้ชม ลุกขึ้นร้องและเต้นไปพร้อมกับเดวิดในวัยปัจจุบันที่เล่นบทพระเอกในสมัยที่เขายังเป็นวัยรุ่น และจูงมือกันเดินออกจากโรงละครไป…
ฉากที่ตัวตนปัจจุบันของซาราห์กลับไปใช้ชีวิตในวัยสิบสองอย่างมีความสุขอยู่กับแม่…
ฉากที่ตัวตนปัจจุบันของเดวิดกลับเป็นพ่อของเขาอยู่กับเดวิดในวัยเด็ก และทิ้งคำพูดที่ตราตรึงอยู่ในใจลูกมาตลอดว่า “จำไว้ว่าลูกเป็นคนพิเศษนะ”
ความ “พิเศษ” นี้คือปมในใจของเดวิดตลอดมา เพราะเขาโตขึ้นพบว่าตัวเองไม่ได้พิเศษอะไรเลย จะว่าไปแล้ว เขาตีตราตัวเองว่า “ล้มเหลว” เสียด้วยซ้ำ

A Big Bold Beautiful Journey เป็นเรื่องราวของคนที่มองย้อนไปในอดีตแล้วพบว่า ชีวิตชวนผิดหวังและมีแต่ความเสียใจและเสียดายในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำในอดีต
อาจไม่ใช่หนังที่ทุกคนจะชื่นชอบ จากความแปลกๆ เซอร์ๆ หลุดโลกพ้นจากหลักเหตุผลอยู่บ้าง
อย่างไรก็ดี บทบาทการแสดงของทั้งมาร์โกต์ ร็อบบี้ และคอลิน แฟร์เรลล์ ก็ชวนติดตรึงยากจะเบนสายตาไปจากจอ
ตอนจบอาจจะดูรวบรัดไปนิด เหมือนเป็นสูตรสำเร็จของหนังรอม-คอม ซึ่งต้องลงเอยสรุปเรื่องแบบนี้แหละ
แต่ก็ชวนให้คิดว่าอนาคตเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง และการตัดสินใจก้าวสู่อนาคตจากความกลัวความผิดพลาดในอดีตนั้น อาจเป็นการปิดกั้นตัวเองจากความงดงามของสิ่งที่ยังมาไม่ถึงก็เป็นได้
เพียงแต่ถ้าคิดจะดู ก็อย่าไปตั้งความหวังว่าจะได้ดูหนังกะหนุงกะหนิงหวานชื่นสบายๆ แบบโรแมนติกคอเมดี้ทั่วไปก็แล้วกัน…

A BIG BOLD BEAUTIFUL JOURNEY
กำกับ
Kogonada
นำแสดง
Margot Robbie
Colin Farrell
Kevin Kline
Phoebe Waller-Bridge
