bg-single

‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ ภารกิจสร้าง ‘ความชอบธรรมใหม่’ หลังการต่อสู้กับ ‘กำแพง’

19.08.2026

เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี

หมายเหตุ : คำอภิปรายบางส่วนของ “ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในวงสนทนา “คิดต่อจากนิธิ” หัวข้อ “อนาคตสังคมไทยในความชอบธรรมที่ล่มสลาย” เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ความชอบธรรมเชิงจารีตล่มสลาย
ความเปลี่ยนแปลงถูกสั่นคลอน

ถ้าพูดถึงความชอบธรรมของรัฐ โดยเฉพาะความชอบธรรมในเชิงจารีต ดิฉันคิดว่ามันล่มแล้วล่มเลย และมันยังล่มสลายอย่างต่อเนื่อง ทุกวันนี้รัฐต้องออกกำลังเยอะเพื่อครองอำนาจตัวเอง

เหมือนกับที่ “อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์” เคยบอกว่า มันใช้อำนาจดิบ แล้วยิ่งใช้อำนาจที่ดิบเถื่อนมากเท่าไร มันยิ่งกัดกินตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างปรากฏการณ์ที่เราเห็นอยู่ ถึงแม้เราเพิ่งจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่มันมีสิ่งต่างๆ ที่ชวนให้ตั้งคำถามถึงความชอบธรรมในทุกระดับ

ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่ตกลงมันบริสุทธิ์ยุติธรรมจริงหรือไม่ คนที่จัดการเลือกตั้งมาจากไหน คนที่จะคอยตรวจสอบความชอบธรรมอื่นๆ อย่างองค์กรอิสระมีที่มาจากไหน มันยังคงความศักดิ์สิทธิ์ชอบธรรมอยู่หรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ดิฉันคิดว่ามันยังล่มอยู่อย่างต่อเนื่อง

แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนรวมทั้งดิฉันด้วยกังวลใจเช่นเดียวกันคือ ความเชื่อที่ว่าพรรคการเมืองหรือการเมืองจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงรัฐได้อย่างไร (ก็ถูกสั่นคลอน)

มันดูเหมือนถูกทดสอบอยู่เป็นระยะๆ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ อ.นิธิเขียนบทความนั้น (“ความชอบธรรมที่ล่มสลาย” เผยแพร่ในมติชนสุดสัปดาห์ เดือนพฤษภาคม 2566) ว่า ตกลงแล้วเรา (พรรคการเมืองและนักการเมือง) ยังคงเป็นหลักเป็นกำลังสำคัญที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับรัฐได้อยู่จริงหรือไม่

แต่ในอีกทางหนึ่งก็ยังคิดว่า ถึงแม้พรรคประชาชนเองหรือพรรคที่เราคิดว่าน่าจะเป็นกำลังสำคัญในเรื่องนี้ไม่ได้ชนะการเลือกตั้งในปี 2569 มันอาจจะไม่ได้เป็นคำตอบสุดท้ายที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดว่า ความเชื่อเรื่องพวกนี้มันหายไปแล้วจากสังคม เพียงแต่มันอาจจะอยู่ในช่วงเหวี่ยงไปมาเพื่อเข้าสู่จุดดุลยภาพให้ได้

มันอาจจะเหวี่ยงขึ้นหรือลงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ มีเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่อาจจะไปเสริมความชอบธรรมให้กับฝ่ายอนุรักษนิยมบางกลุ่ม เช่น ในช่วงการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แม้มัน (กระแสอนุรักษนิยม) จะยังสวิงในทางขึ้นอยู่ แต่มันเป็นเกมระยะยาวที่เราจะต้องสู้กันต่อ

ความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่หายไป

ต้องยอมรับว่า (การเมืองไทย) มันมีพลวัตของมันอยู่ เรื่องที่เคยคิดว่าจะเป็นเรื่องที่ชูและได้รับกระแสสูงในแคมเปญเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เคยสำเร็จในปี 2566 แต่จากที่ประเมินดูพบว่า ถ้าทำแบบเดิมก็ไม่ได้สำเร็จในปี 2569 อยู่ดี

ยังไม่ต้องพูดถึงกระบวนการทุบทำลาย (พรรคอนาคตใหม่และก้าวไกล) ที่ผ่านมา ที่ทำให้เราดูเหมือนจะ radical (มีความคิดก้าวหน้าแบบถึงรากถึงโคน) น้อยลงหรือไม่

มันเป็นฟีดแบ็กที่ถ้ามีกระแสที่จะสนับสนุนหรืออินกับเรื่อง (ถึงรากถึงโคน) พวกนี้ มันก็น่าจะทำให้เราสามารถที่จะขยับเส้นในการพูดถึงเรื่องพวกนี้ได้ดียิ่งขึ้น

แต่ว่าเมื่อไรที่คนสนใจในเรื่องเฉพาะหน้ามากกว่า มันก็เป็นเรื่องของสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เราจำเป็นต้องโฟกัสกับเรื่องเฉพาะหน้ามากกว่า เช่น เรื่องเศรษฐกิจปากท้องที่คนรู้สึกว่ามันจะเปลี่ยนได้วันนี้ แล้วชีวิตมันจะดีขึ้นจริง

ความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่ชุบชูใจ

ในการแข่งขัน (ทางการเมือง) เราจะบอกว่าพรรคภูมิใจไทยอยู่นิ่งๆ ไม่ได้ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ เราเห็นความพยายามอยู่ว่าเขาพยายามจะไล่ตามข้อเสนอต่างๆ ของฝั่งเรา ที่เขาพอจะทำได้ เพียงแต่มันยังขาดๆ เกินๆ

มันคือสิ่งที่เราได้แผ้วถางมาก่อนหน้านี้ สิ่งที่เราเคยพูดในสมัยที่แล้วแต่ไม่มีใครรับไปทำ พอมารอบนี้มีหลายๆ เรื่องที่รัฐบาลภูมิใจไทยค่อยๆ ขยับ ซึ่งหมายความว่าความพยายามของเราไม่ได้สูญเปล่า แต่เราจะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าใจว่ามันต้องใจเย็นๆ มันเป็นอย่างนี้แหละ

ในฐานะฝ่ายค้านก็ต้องพยายามตบทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง รวมถึงต้องทำให้ประชาชนรู้สึกเหมือนกับเรา ว่านี่คือสิ่งที่เราเคยได้เริ่มมา

ส่วนการจะทำอย่างไรให้คนรู้สึกยังไม่หมดหวังเสียทีเดียว การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เช่น การขอเอกสารงบการเงิน ททบ.5 (ได้สำเร็จ), การถ่ายทอดสดการประชุมกรรมาธิการงบประมาณ โดยที่เราไม่ต้องร้องขอ ดิฉันก็รู้สึกว่าประชาชนได้ประโยชน์จากการที่ทุกอย่างถูกเปิดเผยออกมาอย่างโปร่งใสและเอ็นจอยไปกับมัน ในการรับรู้ว่ามันเกิดอะไรในห้องนั้น

ดิฉันรู้สึกว่าเราควรเฉลิมฉลองกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้

หรือแม้กระทั่งการอภิปรายในสภา ที่มีเพื่อน ส.ส.มากดดันว่า ส.ส.พรรคอื่นเขาอภิปรายได้เหมือนพรรคคุณกันหมดแล้ว แล้วคุณจะทำอย่างไรต่อ ซึ่งเราควรจะดีใจไม่ใช่เหรอ

แล้วต่อไป ดิฉันต้องทำเป็นแอนิเมชั่นภาพเคลื่อนไหวหรือเป็นภาพยนตร์ใช้คนแสดง (ประกอบการอภิปราย) อีก เพื่อยกระดับสิ่งที่เราคิดว่ามันคือคุณค่าที่เราควรเชิดชู มันคืออำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง ให้ประชาชนได้เห็นและค่อยๆ ซึมซับไปกับมัน

เพียงแต่มันอาจจะไม่ได้เป็น “การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน” ในทันที ขณะเดียวกัน เราก็ต้องเตรียมความพร้อมเมื่อวันนั้นมาถึง

การที่เราพยายามเหลือเกินที่จะแสดงว่าเราพร้อมนะ เราคิดมา เราเตรียมการต่างๆ เพื่อให้วันหนึ่ง ถ้ามีโมเมนต์นั้นขึ้นมา เราจะมีคำตอบ แนวทาง และแผนการที่จะดำเนินการต่อ

ภารกิจแสวงหาความชอบธรรมใหม่

มันต้องเป็นการเก็บรวบรวมผสมผสานมาจากสิ่งที่คนอยากจะเห็นให้มันเกิดขึ้นจริง ทำเป็น “แบบร่างใหม่” ซึ่งเราคิดว่าจะนำเสนอให้กับสาธารณะเห็นหน้าตาของประเทศที่เราอยากเห็นและอยากให้มันเป็น ระบบอะไรต่างๆ ที่ควรจะต้องออกแบบอย่างไรให้ดีขึ้นกว่าเดิม

นั่นคือสิ่งที่เราเตรียมไว้เพื่อมาทดแทน “สิ่งเก่าที่หายไป” ไม่ว่าจะในรูปแบบของรัฐธรรมนูญ หรือระบบราชการ ที่มันจะช่วยตอบโจทย์นำเศรษฐกิจไปข้างหน้า

คำถามที่สอง เมื่อความชอบธรรม (เดิม) ล่มสลาย อะไรที่ควรจะต้องคงไว้ ดิฉันว่าเรื่องเล่าที่มันเริ่มหมดความศักดิ์สิทธิ์ หมดความน่าเชื่อถืออีกต่อไป (จะหายไป)

แต่สิ่งที่ไม่ว่าอย่างไรเราจะต้องรักษาให้มันอยู่ คือเรายังต้องเชื่อว่าอำนาจสูงสุดอยู่กับประชาชน เรื่องเล่านี้ห้ามตกหรือห้ามสั่นคลอน ไม่เช่นนั้นมันจะบ่อนทำลายทุกอย่างตามมา

ถึงแม้นี่จะไม่ใช่ “ความชอบธรรมที่ล่มสลาย” ในบรรดาสิ่งที่ อ.นิธิได้ยกตัวอย่างไว้ แต่จากที่เราคุยกันมา มันเริ่มมีความสั่นคลอนในความเชื่อแบบนี้ ว่าจริงๆ แล้วอำนาจเป็นของเราจริงหรือเปล่า หรือพลังอำนาจที่เรามีอยู่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้จริงหรือไม่

เรายังคงต้องทำให้ความเชื่อนี้ถูกหล่อเลี้ยง ทำให้คนยังมี “นิทานเรื่องใหม่” ที่กำลังปะติดปะต่อกันอยู่ตอนนี้มันมีพื้นฐานอยู่บนความเชื่อว่า จริงๆ แล้วอำนาจสูงสุดมันควรจะอยู่ที่ประชาชน มันน่าจะทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้

ก็ต้องยอมรับว่ามัน “เหนื่อย” และมัน “เผา” ตัวเอง ไม่อย่างนั้นมันจะรู้สึกว่า สู้อย่างไรก็เหมือน “สู้กับกำแพง” เอาอย่างไรก็เอามันไม่ลง แล้วตอบประชาชนก็ไม่ได้ ว่าทำไมถึงไม่สำเร็จ

มันเลยต้องหาอะไรที่เป็น “ความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ” ให้มันได้ชุบชูใจว่า อย่างน้อยก็มีเรื่องให้เราได้รู้สึกว่าความพยายามของเราไม่ได้สูญเปล่า

เราก็อยากทำให้การเมืองมันกลับมาสนุกอีกครั้ง ไม่อย่างนั้นเราก็ไม่สามารถที่จะสร้างแนวร่วมใหม่ๆ ให้เข้ามา ถ้าเข้ามาแล้ว เขาเห็นว่ามานั่งอมทุกข์มากเลย ไม่มีทางออก

เราก็อยากที่จะเป็นตัวชูความหวังให้มันเกิดขึ้น ขอรับพลังจากทุกท่านที่ยังรู้สึกว่า มันยังจำเป็นที่จะต้องมีพรรคแบบนี้ มีนักการเมืองแบบนี้ ส่งพลังกัน

เราพร้อมรับทุกข้อคิดเห็น ข้อวิพากษ์วิจารณ์ ข้อเสนอแนะที่อยากจะทำให้การเมืองกลับมามีชีวิตชีวามีความหวัง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กรมที่ดิน ตอกย้ำมาตรฐานงานบริการประชาชน 79 สำนักงานที่ดิน คว้ารางวัลศูนย์ราชการสะดวก GECC ประจำปี 2569 เดินหน้ายกระดับการให้บริการ
‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ ภารกิจสร้าง ‘ความชอบธรรมใหม่’ หลังการต่อสู้กับ ‘กำแพง’
กก.หมู่บ้านรักษาศีล5ลงพื้นที่“ชุมชนบ้านสวนทุ่ง”สมุทรสงครามปลุกจิตสำนึก“เรารักษาศีลศีลรักษาเราอยู่เย็นเป็นสุข”
“ยศชนัน” แจงปมดราม่า ม.อ.ปัตตานี กลางเวที ม.อ.สุราษฎร์ฯ ยันชัดไร้เจตนาแทรกแซงเสรีภาพ ย้ำแค่สอบถามตามข้อห่วงใยที่ได้รับทักท้วงมา
‘ลิซ่า’ กางเช็คลิสต์ 10 ข้อกระตุ้นเตือนความจำภูมิใจไทย หลัง ‘ภราดร’ ระบุเป็นรัฐบาล6เดือนไม่เห็นมีการทุจริตอะไร
ท้าพิสูจน์เคมี! เปิดตัว “PROJECT DUO ONE Presented by est Cola”
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (1)
เชลยศึกสงครามลาว (44)
พระสารสาสน์พลขันธ์ : จากอาชญากรสงครามสู่นักการศึกษา (27)
นั่งยองๆ แบบคนตะวันออก : ยิ่งเก่ายิ่งเก๋า ดีต่อสุขภาพยามแก่ตัว
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (189)
E-DUANG | แผนลึก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดึง “อนุรักษ์” มาเป็น”พลัง”