Technical Time-Out | จริงตนาการ
ข่าวคราวการเปลี่ยนตัวกุนซือของเชลซีวนกลับมาอีกรอบแล้ว ทั้งๆ ที่เพิ่งปลด เอ็นโซ่ มาเรสก้า ที่พาทีมคว้าแชมป์สโมสรโลก มาใช้บริการของ เลียม โรซีเนียร์ ที่สโมสรมองว่าเป็นโค้ชอนาคตไกล เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ก่อนจะมีการตั้งโรซีเนียร์ขึ้นมาคุมทัพ ความเห็นของแฟนบอลถือว่าเสียงแตก เพราะโค้ชวัย 41 ปี ไม่ได้พิสูจน์ฝีมืออะไรนักในการเป็นโค้ชที่อังกฤษ มีแค่การเคยคุมฮัลล์ ซิตี้ เท่านั้น แต่ทำผลงานได้ดีกับสตราส์บูร์ก ในลีกเอิง ฝรั่งเศส และสตราส์บูร์ก เป็นทีมเครือเดียวกับเชลซี ทำให้ดึงเขามาทำงานได้ไม่ยาก
อย่างไรก็ตาม ผลงานของโรซีเนียร์ถือว่าดูดีในระดับหนึ่ง จากการคุมทีม 17 นัด ชนะได้ 10 นัด เป็นโค้ชที่มีสถิติพาทีมชนะในช่วงแรก ได้มากเป็นอันดับ 2 รองจากมาเรสก้าเท่านั้น
แต่จากการที่ผลงานอาจจะไม่สม่ำเสมอนัก ไม่ดุดันในพรีเมียร์ลีกแบบต่อเนื่อง อยู่ในอันดับ 6 ของตาราง โอกาสจบท็อปโฟร์ต้องลุ้นเหนื่อย
ยิ่งความพ่ายแพ้ต่อปารีส แซงต์แชร์แมง 2-5 ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีม เลกแรก ทำให้มีกระแสข่าวว่า เขาคงได้ทำงานไปจนจบฤดูกาลนี้เท่านั้น
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับเชลซีหลายคนได้ออกมาเปิดเผยกับ “สกาย สปอร์ตส” ว่า ภายในสโมสรเริ่มสงสัยกันแล้วว่าโรซีเนียร์จะมีดีพอในการพาทีมประสบความสำเร็จในระยะยาวหรือไม่
มองกันไปถึงว่าฤดูกาลหน้าก็คงเป็นโค้ชคนอื่นที่จะมาคุมทีมแทน

ถ้ามองการตั้งและปลดโค้ชของทีมสิงห์บลูในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นยุคที่ โรมัน อับราโมวิช เป็นเจ้าของ หรือ ท็อดด์ โบห์ลี่ และหุ้นส่วน เข้ามาเทกโอเวอร์ โค้ชแต่ละคนไม่สามารถรักษาเก้าอี้ของตัวเองได้จนจบสัญญาเลย
ยิ่งในยุค บลูโค ของโบห์ลี่ 4 ปี มีโค้ช 5 คนแล้วที่ถูกปลดออกไป ทั้งที่มีชื่อเสียงและในระดับกลางๆ ไม่ว่าจะเป็น โธมัส ทูเคิล, เกรแฮม พ็อตเตอร์, แฟร้งก์ แลมพาร์ด, เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ซึ่งเร็วๆ นี้อาจจะต้องนับโรซีเนียร์เพิ่มเข้าไปด้วย
แฟนบอลสิงห์บลูมองกันว่า ในยุคสมัยของบลูโค สโมสรบริหารงานโดยเน้นไปที่การทำธุรกิจซื้อขายนักเตะมากกว่าการทำผลงานที่ยอดเยี่ยมในสนาม หรือการคว้าแชมป์
ถึงแม้ว่าแฟนบอลจะวิจารณ์และกดดันไปแล้ว ผู้บริหารก็มองข้ามความรู้สึกของแฟนบอล ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ มาเรสก้าคุมทีมคว้า 2 แชมป์ ทั้งคอนเฟอเรนซ์ลีก, สโมสรโลก ในระบบ 32 ทีม และพาทีมไปลุยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้ แต่เมื่อทีมประสบปัญหากองหลังเจ็บหลายคน แทนที่จะเสริมแนวรับดีๆ ให้ แต่กลับเมินเฉย
จนสุดท้าย การแยกทางก็เกิดขึ้น

เมื่อมีข่าวจะปลดโค้ช ก็ย่อมต้องมีข่าวเชื่อมโยงกับโค้ชใหม่ หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือชาวสเปนของเปแอสเช ที่หลายทีมอยากได้ตัวไปคุมทัพ เป็นตัวเต็งที่จะมาทำงานให้ทีมสิงห์บลูในซีซั่นหน้า ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ บลูโคเพิ่งตั้งโค้ชพลังหนุ่มอนาคตไกล มาคุมทีมด้วยสัญญายาว 6 ปีครึ่งด้วยซ้ำ แต่หันกลับไปหาโค้ชที่สำเร็จรูปแบบเอ็นริเก้อีกแล้ว
การมีโค้ชระดับเอ็นริเก้มาคุมทีม และมีทรัพยากรระดับสุดยอดอยู่แล้ว น่าจะทำให้เชลซีกลับมาสู่การเป็นทีมลุ้นแชมป์ได้ในระยะเวลาไม่ต้องรอนาน
แต่นั่นหมายถึงว่า เอ็นริเก้อยากจะมาจริงๆ และบอร์ดบริหารเชลซีพร้อมรับข้อเรียกร้องของเขาได้ เพราะบุคลิกของเขาก็ไม่ยอมใครง่ายๆ
ที่สำคัญกุนซือวัย 55 ปี ก็ไม่เคยอยู่กับทีมไหนได้นานกว่า 3 ปี ยกเว้นกับทีมชาติสเปนและบาร์เซโลน่า ทีมรักของเขา
เอ็นริเก้เหลือสัญญากับเปแอสเชไปจนจบฤดูกาลหน้า แต่ก็ขึ้นอยู่กับเขาด้วยว่า อยากจะอยู่กับทีมยักษ์ใหญ่แห่งลีกเอิง ฝรั่งเศส ต่อไปจนหมด หรือจะตกลงแยกทางกันหลังจบฤดูกาลนี้
และถ้าไม่อยู่ต่อ เขาจะเลือกไปทำงานต่อที่ไหน ซึ่งไม่ใช่แค่เชลซีเท่านั้นที่มีข่าวกับเขา
เช่นเดียวกับเชลซี ที่ไม่ได้มีแค่เอ็นริเก้เป็นตัวเลือกเดียว และไม่แปลกที่บลูโคจะลองผิดลองถูกต่อไป แบบที่เคยทำมา
สิ่งที่ต้องจับตามองในตอนนี้คือ ผลงานของเชลซีในช่วงเวลาที่เหลือของซีซั่นนี้จะเป็นแบบไหน โอกาสในการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกนั้นเป็นไปไม่ได้แน่ๆ แชมเปี้ยนส์ลีกก็อาจจะหลุดมือไปแล้ว เหลือแค่เอฟเอคัพเท่านั้น ที่อาจจะพอทำให้โรซีเนียร์ได้อยู่ต่อในฤดูกาลหน้า แต่ถ้าบอร์ดบริหารมองว่าแชมป์บอลถ้วยในประเทศยังไม่ดีพอ ก็ต้องแยกย้ายกันไป
แล้วกลับมาวนลูปกันใหม่ แบบที่ไม่มีใครกล้าการันตีว่า เอ็นริเก้จะมาคุมทีม และถ้ามาแล้วจะไม่กลับมาอยู่ในสภาพเดิมอีก ซึ่งไม่ต่างอะไรจากการเล่นเก้าอี้ดนตรีของโค้ชมือดีจากทั่วโลก
