bg-single

พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ นายกสมาคมพนักงานสอบสวนคนใหม่ เคลียร์ ‘ปม’ ยิ่งปรับ ยิ่งเละ

08.04.2026

คอลัมน์ โล่เงิน

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้ขับเคลื่อนตามมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ ไฟเขียวกำหนดตำแหน่งสายงานสืบสวนสอบสวนเป็นตำแหน่งควบ สามารถปรับระดับเพิ่มหรือลดได้ในตัวเอง เปิดทางเลื่อนตำแหน่งในสายงานเดียวกัน เพื่อให้ยืดหยุ่น สอดคล้องภารกิจและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของเจ้าหน้าที่

            รวมถึงได้คลอดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ ความสามารถ และเงื่อนไขการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่ง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น โดยให้เลื่อนไหลถึงระดับรองผู้บังคับการ

            เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 62 วรรค 3

            การปรับโครงสร้างครั้งนี้ครอบคลุมตำแหน่งระดับชั้นสัญญาบัตร ตั้งแต่ บช.น. ภ.1-9 บช.ก. บช.ปส. และ บช.สอท.รวมทั้งสิ้น 2,409 ตำแหน่ง

            ทีมงานพัฒนาด้านบุคลากรและสวัสดิการตามแผนพัฒนางานระบบสอบสวนของ ตร. เดินสายชี้แจงพนักงานสอบสวน (พงส.) ทั่วประเทศ

            มีหลายประเด็นที่ พงส.สอบสวนคาใจ เช่น อยากให้มีการเลื่อนไหลแบบเก่า ที่มีแท่ง พงส.เฉพาะ ก่อนมีคำสั่ง คสช. ที่ 7/2559 ยุบทิ้งไป

            และมี 7 จังหวัดไม่มีการจัดสรรตำแหน่งควบระดับรอง สว.-รอง ผกก. ได้แก่ อ่างทอง ภ.1, น่าน – แม่ฮ่องสอน ภ.5, อุทัยธานี ภ.6, สมุทรสงคราม ภ.7, พังงา -ระนอง ภ.8 ทำให้อาจย้ายไม่ได้

            จนมีการติด #ยิ่งปรับยิ่งเละ ในโลกโซเชียล… นี่คือบางส่วนที่ พงส.ได้สะท้อนมา

พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ นายกสมาคมพนักงานสอบสวนคนใหม่ ที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 มีนาคม และยังสวมหมวกประธานอนุ ก.ตร.เกี่ยวกับการพัฒนางานสืบสวนสอบสวนด้วย ได้ไขปมให้ฟังว่า การกำหนดตำแหน่งควบที่ผ่านมติ ก.ตร.ในครั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวน การกำหนดตำแหน่งในกลุ่มสายงานสืบสวนสอบสวนให้มีตำแหน่งควบ 2 ระดับ

            คือที่สถานีตำรวจหรือส่วนราชการ ระดับกองกำกับการที่มีอำนาจสอบสวนเป็นตำแหน่งควบระดับ “รองสารวัตรถึงรองผู้กำกับการ”

            และส่วนราชการ ระดับกองบังคับการ ตำรวจนครบาลหรือตำรวจภูธรจังหวัด หรือส่วนระดับกองบังคับการที่มีอำนาจสอบสวนเป็นตำแหน่งควบระดับ “ผู้กำกับการถึงรองผู้บังคับการ”

            เหตุที่กฎหมายบัญญัติให้กำหนดตำแหน่งควบเป็น 2 ระดับ ไม่เป็นตำแหน่งควบแบบเดิมที่เป็นระบบเดียวคือ “รองสารวัตรถึงรองผู้บังคับการ” เพราะในสถานีตำรวจและกองกำกับการมีผู้บังคับบัญชาที่มีตำแหน่งสูงสุดคือ “ผู้กำกับการ”

            จึงกำหนดให้ควบจาก “รองสารวัตรถึงรองผู้กำกับการ”

            เพราะถ้ากำหนดให้ถึง “ผู้กำกับการ” จะทำให้มีตำแหน่งเท่ากับผู้บังคับบัญชาที่เป็นหัวหน้าสถานีตำรวจหรือกองกำกับการ

            ทั้งนี้ เคยมีประเด็นเรื่องการปกครองบังคับบัญชาบางสถานีตำรวจหรือกองกำกับการ

            ส่วนตำแหน่งควบระดับ “ผู้กำกับการถึงรองผู้บังคับการ” อยู่กองบังคับการหรือตำรวจภูธรจังหวัดมีผู้บังคับการเป็นผู้บังคับบัญชา ซึ่งไม่มีปัญหาในการปกครองบังคับบัญชา

นายกสมาคมพนักงานสอบสวนคนใหม่ระบุต่อว่า การกำหนดตำแหน่งในปีนี้ กองอัตรากำลังสำนักงานกำลังพลวิเคราะห์ปริมาณงานจากจำนวนคดีที่บันทึกไว้ในระบบสารสนเทศสถานีตำรวจ (CRIMES) เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวนตามบทบัญญัติของกฎหมาย ผลการวิเคราะห์จากปริมาณงานดังกล่าวเป็นเหตุให้การกำหนดตำแหน่งควบมีไม่ครบทุกสถานีตำรวจหรือตำรวจภูธรจังหวัด แต่จำนวนคดียังมีบันทึกไว้ในรายงานประจำวันอิเล็กทรอนิกส์ (PDAR) และคดีออนไลน์บันทึกไว้ในระบบ TPO ทางกองอัตรากำลังจะได้นำปริมาณคดีที่บันทึกไว้ใน PDAR และใน TPO มารวมเพื่อการวิเคราะห์ตำแหน่งควบในโอกาสต่อไป อาจจะทำให้มีตำแหน่งควบเพิ่มมากขึ้น ทั้งในสถานีตำรวจและตำรวจภูธรจังหวัด

         

   ส่วนกรณีไม่กำหนด พงส.ให้เป็นตำแหน่งควบทุกตำแหน่ง เพราะเดิมเคยมีการกำหนดให้ พงส.ทุกตำแหน่งเป็นตำแหน่งควบมาแล้ว

            แต่มีบางส่วนเห็นว่า เมื่ออยู่ในตำแหน่งควบแล้วย้ายออกนอกสายงานสอบสวนไม่ได้ ต้องเป็น พงส.ตลอดไป บางคนต้องการย้ายออกนอกสายงานสอบสวนไปเป็นอยู่สายงานป้องกันปราบปราม สืบสวน จราจร อำนวยการหัวหน้าสถานี หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่น แต่ย้ายออกได้ยาก

            เหตุที่ย้ายออกยาก เพราะถ้าย้ายออกไปแล้วจะทำให้ตำแหน่งในสายงานอื่นๆ ถูกจำกัดการแต่งตั้ง ไม่สามารถแต่งตั้งหมุนเวียนได้อย่างปกติ เช่น พนักงานตำแหน่งระดับสารวัตรออกไปเป็นสารวัตรป้องกันปราบปราม รองสารวัตรป้องกันปราบปรามจะขึ้นสารวัตรป้องกันปราบปรามไม่ได้ และจะมาขึ้นสารวัตรสอบสวนในตำแหน่งของพนักงานสอบสวนระดับสารวัตรที่ย้ายไปไม่ได้

            เพราะผู้ที่จะมาเป็นพนักงานสอบสวนระดับสารวัตร ต้องย้ายมาจากผู้ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนระดับสารวัตรเท่านั้น

            ยิ่งถ้าเป็นตำแหน่งสูงขึ้น เช่น ย้ายพนักงานสอบสวนระดับตำแหน่งผู้กำกับการออกไปเป็นตำแหน่งผู้กำกับการนอกสายงานสอบสวน จะทำให้ผู้อยู่ในตำแหน่งนอกสายงานสอบสวนไม่มีโอกาสได้ตำแหน่งสูงขึ้น 2 ตำแหน่ง คือ ตำแหน่งสารวัตรและรองผู้กำกับการ เพราะจะแต่งตั้งจากผู้ดำรงตำแหน่งรองสารวัตรและรองผู้กำกับการนอกสายงานสอบสวนเข้ามาในสายงานสอบสวน ซึ่งเป็นตำแหน่งควบไม่ได้

            ขณะนั้น มีประเด็นการร้องเรียนฟ้องร้องจาก พงส.ที่ต้องการย้ายออกนอกสายงานสอบสวนไปสายงานอื่นไม่ได้ ตำแหน่ง พงส.ที่เป็นตำแหน่งควบทุกตำแหน่งจึงถูกยกเลิกไป

ตามกฎหมายปัจจุบัน ตำแหน่ง พงส.จึงมี 2 ระบบ คือ ระบบตำแหน่งทั่วไป สามารถแต่งตั้งโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนกับตำแหน่งสายงานสอบสวน หรือสายงานอื่นในระดับเดียวกัน หรือได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นในสายงานสอบสวนและสายงานอื่นได้ กับระบบตำแหน่งควบดังกล่าวแล้วข้างต้น

            เนื่องจากปีนี้เป็นปีแรกที่ให้พนักงานแต่ละระดับตำแหน่ง “รองสารวัตรถึงผู้กำกับการ” สมัครใจเข้าสู่ตำแหน่งควบตามที่กำหนดไว้ได้ ถ้า พงส.คนใดไม่สมัครใจจะอยู่ในตำแหน่ง พงส.ระบบทั่วไป

            ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาไขปัญหาเดิม สำหรับผู้ที่ไม่สมัครใจ หวังว่าจะช่วยแก้ปัญหาเดิมที่ใช้ระบบเดียว และไม่ได้สอบถามความสมัครใจทั้งระบบทั่วไปอย่างเดียว และระบบตำแหน่งควบอย่างเดียวได้

            จากการแจกแจงของนายกสมาคมพนักงานสอบสวนคนใหม่ ที่ ‘เดอะแบก’ ลงฉันทมติเลือกกันมา อาจคลายกังวลการปรับโครงสร้าง พงส.ครั้งนี้ลงได้บ้าง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การ์ตูน san_d1196
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข
การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
การ์ตูน จุก ชายคา
การ์ตูน โกหน่อง
แม่น้ำเปื้อนพิษ ‘อนุทิน 2’ เมิน
พระท่ามะปราง จากกรุวัดสำปะซิว พิมพ์นิยมสุพรรณบุรี
คุยกับผู้กำกับซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ เมื่อ ‘อำนาจ’ มองเห็น ‘รูโหว่’ ใน ‘โครงสร้างที่ไม่ถูกถ่วงดุล’
เลือกผู้ว่าฯ กทม.เลือกคนกล้าหักดิบทุจริตคอร์รัปชั่น
รวมพลังจิตอาสาพัฒนาผืนป่าเขาขยาย จังหวัดชัยนาท
“พิชัย” กล่าวในเวทีสากล จี้ “ศุภจี” เร่งเจรจา FTA ระหว่าง ไทย-อียู ให้เสร็จจะได้มีผลงาน หลัง FTA ไทย – EFTA และไทย-ภูฏาน ที่ลงนามต้นปี 68 สมัยนายกฯ แพทองธาร ผ่านสภา