bg-single

พระสารสาสน์พลขันธ์ : จากนักปฏิวัติถึงการลี้ภัยไปญี่ปุ่น (10)

22.04.2026

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

พระสารสาสน์พลขันธ์

: จากนักปฏิวัติถึงการลี้ภัยไปญี่ปุ่น (10)

เมื่อตะวันออกไม่บรรจบตะวันตก

ในระหว่างที่จอมพล ป.เป็น รมต.กลาโหม เขามีนโยบายในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับกองทัพบก

ระหว่างนั้น นายพุ่ม ทับสายทอง พยายามสังหารจอมพล ป. เมื่อ 2477 โดยพระสารสาสน์ฯ ถูกสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการนี้ด้วย (กอบเกื้อ สุวรรณทัต-เพียร, 2532, 75)

ต่อมา เมื่อสิงหาคม 2478 นายปรีดี พนมยงค์ ครั้งเป็น รมต.ต่างประเทศ เดินทางไปเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย (Convert) ที่ยุโรป พระสารสาสน์ฯ ได้เดินทางไปส่ง นายปรีดีบันทึกว่า ครั้งนั้นเขาคิดว่า พระสารสาสน์ฯ คงไปส่งเพียงนครปฐม แต่พระสารสาสน์ฯ กลับตามไปส่งเขาจนถึงสิงคโปร์

ระหว่างเดินทางทั้งคู่ได้สนทนากัน พระสารสาสน์ฯ ได้แสดงความวิตกว่าเขาเป็นศัตรูกับ “ลัทธิเผด็จการ” ด้วยภูมิหลังของเขาเป็นสนิทสนมกับพระยาทรงสุรเดชซึ่งเป็นคู่แข่งทางการเมืองกับจอมพล ป.

ในครั้งนั้น จอมพล ป.ถูกจับจ้องว่ากำลังทะเยอทะยานทางการเมือง และพระสารสาสน์ฯ จึงถูกทางการจับจ้องว่าเป็นบุคคลอันตรายทางการเมือง หากอยู่ในไทยต่อไปจะเป็นอันตราย จึงคิดลี้ภัยไปญี่ปุ่น การเดินทางลี้ภัยในครั้งนั้น พระสารสาสน์ฯ มิได้เตรียมการมาก่อน มีเพียงเสื้อผ้าสำหรับเดินทางมานครปฐมเท่านั้น การตัดสินใจลี้ภัยจึงเป็นการตัดสินใจฉับพลันทันด่วน (นายปรีดี, 2517, 37)

การแยกกันในครั้งนั้นของนายปรีดีและพระสารสาสน์ฯ เป็นเสมือนฝ่ายหนึ่งมุ่งสู่ตะวันตก อีกฝ่ายหนึ่งบ่ายหน้าสู่ตะวันออก นำมาสู่ชะตากรรมที่ต่างกันในสงครามโลกครั้งที่สอง

ฝ่ายแรกเป็นหัวเรือใหญ่ของขบวนเสรีไทยในการต่อต้านญี่ปุ่น

ฝ่ายหลังเขียนคำอุทิศเชิดชูให้กับนักบินญี่ปุ่นที่ถล่มเพิร์ลฮาร์เบอร์ไว้ในหนังสือ My Country Thailand (1942)

หากพิจารณาการเมืองในระดับภูมิภาคช่วงตั้งแต่ทศวรรษ 2470 จะพบว่า ขณะนั้นญี่ปุ่นพยายามขยายแนวคิดเรื่องแพนเอเชียและอิทธิพลทางเศรษฐกิจในภูมิภาค อีกทั้งพยายามแสวงหาช่องทางในการสร้างแนวร่วมจากประเทศต่างๆ เช่น การรับรองรัฐบาลไทยภายหลังการปฏิวัติ 2475 และการได้รับการตอบรับของไทยในการงดออกเสียงในการประณามญี่ปุ่นบุกแมนจูเรียในองค์การสันนิบาตชาติ และการให้ความสนใจความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองต่างๆ ในสยาม

รวมทั้งการลี้ภัยทางการเมืองของนายปรีดีภายหลังเสนอ “สมุดปกเหลือง” นั้น (2476) อยู่ในสายตาของญี่ปุ่นตลอดเวลา

ญี่ปุ่นให้ความสนใจการลี้ภัยทางการเมืองของนายปรีดีจากกรณีสมุดปกเหลืองมาก มีรายงานจากสาขาสมาคมทะเลใต้ที่สิงคโปร์ถึงนายอุชิดะ โคซาอิ รัฐมนตรีต่างประเทศลงวันที่ 18 เมษายน 2476 ว่า นายปรีดีจะเดินทางไปยุโรป 2 เดือน และตั้งใจจะอยู่ที่ญี่ปุ่น 5 ปี

เมื่อเขาเดินทางแล้ว นายยาตาเบ ยาสุกิจิ อัครราชทูตญี่ปุ่นประจำสยามได้รายงานถึงรัฐมนตรีต่างประเทศว่า เขาสนใจจะเยือนญี่ปุ่น รายงานเหล่านี้ ญี่ปุ่นในขณะนั้นเชื่อว่าเขานิยมญี่ปุ่น การเดินทางในครั้งนี้นายปรีดีไปยุโรปและแวะญี่ปุ่น 6 เดือน เขาต้องการศึกษาระบบธนาคารของญี่ปุ่นและพบปะกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายญี่ปุ่น และการที่เขามีแผนการทางเศรษฐกิจที่จะขัดแย้งกับกองทัพ

ข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจากพระสารสาสน์ฯ ที่ให้กับกงสุลญี่ปุ่นที่สิงคโปร์ทำให้ญี่ปุ่นมั่นใจว่า นายปรีดีจะกลับมาเป็นรัฐมนตรีคลัง (Flood, 114-115)

ในระหว่างที่เขาอยู่ที่ญี่ปุ่น เกิดการรัฐประหารนองเลือดโดยกลุ่มทหารขึ้น โดยการโค่นล้มรัฐบาลโอคาดะ และเชิดนายโกกิ ฮิโรตะ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี โดยกลุ่มทหารมีความต้องการให้รัฐบาลมีนโยบายทหารนิยมที่เข้มข้นขึ้น

ในที่สุด รัฐบาลฮิโรตะได้ตัดสินใจประกาศนโยบายการทหาร “มุ่งใต้” ต่อสยามและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับกองทัพอังกฤษและสหรัฐในภูมิภาค (Edward Thadeus Flood, 1967, 84)

การสนทนาระหว่างพระสารสาสน์ฯ นายปรีดี นายซูเคอิ และพระมิตรกรรมรักษา อท.ประจำโตเกียว 2479

ไทยตกอยู่ในสายตาของญี่ปุ่น

ดุจเดียวกับการเดินทางไปญี่ปุ่นในครั้งนั้นของพระสารสาสน์ฯ ได้มีรัฐบาลญี่ปุ่นอยู่เบื้องหลังในการอำนวยความสะดวก โดยได้เนินการในทางลับในการเข้าอำนวยความสะดวกแก่เขาอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ จุนจิ คิอิชิ กงสุลญี่ปุ่นในสิงคโปร์ ได้มี “บันทึกลับสุดยอด” ถึงรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศลงวันที่ 3 กันยายน 2478 เรื่องการสนทนาระหว่างพระสารสาสน์ฯ กับเขาว่า ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2478 กองทัพกดดันกลุ่มพลเรือนมาก กลุ่มทหารหนุ่มมองว่ากลุ่มพลเรือนเป็นคอมมิวนิสต์ พวกทหารพยายามขับไล่พวกเสรีนิยมโดยต้องการสถาปนาระบอบเผด็จการทหารขึ้น ดังนั้น เขาและนายปรีดีจึงเดินทางไปต่างประเทศด้วยกัน

พระสารสาสน์ฯวิเคราะห์ว่า การต่อสู้กันระหว่างกลุ่มต่างๆ ภายในสยามจะดำเนินต่อไปอีกอย่างน้อยหกเดือน หลังจากนั้น นายปรีดีจะกลับมาเป็นรัฐมนตรีคลังของสยาม อีกทั้งนายคิอิชิขอให้รัฐบาลช่วยดูแลการเดินทางของพระสารสาสน์ฯ เมื่อถึงญี่ปุ่นด้วย (Flood, 113-114, 123)

เมื่อพระสารสาสน์ฯ เดินทางถึงสิงคโปร์ กงสุลญี่ปุ่นได้ให้การต้อนรับและเมื่อเขาเดินทางถึงญี่ปุ่น นอกจากนี้อัครราชทูตญี่ปุ่นประจำสยามและสิงคโปร์ได้ทำบันทึกถึงกระทรวงการต่างประเทศให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกเท่าที่จะทำได้กับการมาของพระสารสาสน์ฯ เพราะเขานิยมญี่ปุ่นและเป็นบุคคลสำคัญในสยาม (Flood, 124)

เขาได้ใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นที่บ้านเลขที่ 25 อูคุอิซูดามิโช แถบชิบูยาในโตเกียว ระหว่าง 2478-2479 โดยเขาได้รับความช่วยเหลือทางการเงินตลอดช่วงสงครามโลก จากกลุ่มมิตซุยภายใต้การอุปถัมภ์จากนายอิเคดะ เซอิฮิน นักการเงินของมิตซุยแพนเอเชีย ต่อมาภายหลังเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติญี่ปุ่น

หลังจากการแยกกับพระสารสาสน์ฯ ที่สิงคโปร์ครั้งนั้น นายปรีดีได้เดินทางไปยุโรปเพื่อทูลเชิญพระองค์เจ้าอานันทมหิดลที่ประทับอยู่ที่เมืองโลซาน สวิตเซอร์แลนด์ มาเป็นกษัตริย์ และไปอังกฤษเพื่อเจรจากับธนาคารในการลดดอกเบี้ย และไปหาที่ปรึกษาทางการเงินคนใหม่แทนแบกซ์เตอร์ (Stowe, p.88)

จากนั้นเขาเดินทางมาแวะมาถึงญี่ปุ่นที่ท่าเรือโยโกฮามา เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2478 การมาถึงของนายปรีดีได้รับความสนใจจากญี่ปุ่นมาก แม้ว่าวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันปีใหม่ นายคูวาจิมา ซูเคอิ อธิบดีกรมเอเชียได้เดินทางมาพบเขาที่สถานอัครราชทูตสยามประจำโตเกียวเพื่อสนทนาด้วย (Flood, 137-141)

ตลอดช่วงเวลาที่เขาอยู่ในญี่ปุ่นเขาได้ขอกู้เงินสร้างทางรถไฟ การปรับปรุงแม่น้ำเจ้าพระยา การสร้างท่าเรือที่ภาคใต้ การรับรองแมนจูเรีย และการแก้ไขสนธิสัญญาพาณิชย์และการเดินเรือ (ทวี ธีระวงศ์เสรี , 2524, 64) เขาได้แวะพบพระสารสาสน์ฯ ที่โตเกียว ทั้งคู่ได้สนทนากันเรื่องเกี่ยวกับเผด็จการ และโครงการเศรษฐกิจทั่วไปที่พระสารสาสน์ฯ เสนอมุ่งไปในทางสังคมนิยม (นายปรีดี, 2517, 38)

นายปรีดีกลับจากการลี้ภัยเนื่องจากสมุดปกเหลืองเมื่อต้น ตุลาคม 2476 และยาสุกิจิ ยาตาเบ ออท.ญี่ปุ่นประจำไทย

พระสารสาสน์ฯ ภายใต้การอุปถัมภ์ของญี่ปุ่น

ในระหว่างการลี้ภัยทางการเมืองในญี่ปุ่น พระสารสาสน์ฯ ได้ใช้เวลาศึกษารายละเอียดของระบบการเงินของญี่ปุ่นและได้เสนอต้นฉบับการค้นคว้าของเขาต่อรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของญี่ปุ่นในปลายปี 2479 ต่อมาเขาอ้างว่า ได้รับปริญญาจากมหาวิทยาลัยโตเกียวจากการค้นคว้าเรื่องระบบการเงินชิ้นนี้

ทั้งนี้ เบื้องหลังของความสำเร็จคือ สำนักงานกระทรวงการต่างประเทศได้มีจดหมายถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์แห่งโตเกียวว่า ให้มหาวิทยาลัยสนองตอบตามที่พระสารสาสน์ฯ ร้องขอ ด้วยเหตุผลว่า กระทรวงการต่างประเทศรู้สึกว่าญี่ปุ่นจะสามารถใช้งานเขาได้เป็นอย่างดี และให้ทำทุกอย่างตามที่เขาต้องการ ขอโปรดดึงให้เขาอยู่ฝ่ายญี่ปุ่น มกราคม 2480 สำนักงานกระทรวงการต่างประเทศได้มีจดหมายถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์แห่งโตเกียวให้อนุมัติปริญญา ในท้ายที่สุด พระสารสาสน์ฯ ได้รับปริญญาเอกตามที่เขาต้องการ (Flood, 124)

วิทยานิพนธ์ของเขาได้รับการตีพิมพ์ในอังกฤษปี 2480 ภายใต้ชื่อ “Money and Banking in Japan” พระสารสาสน์ฯ ได้เขียนคำอุทิศให้กับนายอิเคดะ เซอิฮิน ด้วยความชื่นชมอย่างจริงใจในน้ำใจและการเปิดกว้างทางวัฒนธรรม และเป็นผู้ที่ช่วยเหลือเกื้อกูลความปรารถนาของพระสารสาสน์ฯ

นอกจากนี้เจ้าชายโคนโนเอะได้เขียนคำนำให้กับหนังสือเล่มนี้ด้วย และนายฮิโรตะ โกกิ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นได้เขียนแสดงความยินดีต่อหนังสือเล่มนี้เช่นกัน

ต่อมา พระสารสาสน์ฯ ได้ปรับปรุงเรียบเรียงความในวิทยานิพนธ์ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ประชาชาติในราวปี 2480 ภายหลังได้รวบรวมตีพิมพ์ขึ้นเป็นหนังสื่อ ชื่อ “เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยเศรษฐกิจการค้า” และ “เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยเศรษฐกิจการเงิน” อันเป็นตำราเศรษฐศาสตร์มาร์กซิสม์ดังจะกล่าวต่อไปข้างหน้า



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้
Prachachat Business Awards 2026 เปิดทำเนียบ 5 สุดยอดธุรกิจไทย ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ รายได้สูงสุด ปตท.สผ.แชมป์จ่ายภาษี