E-DUANG
การดำรงอยู่ในสถานะ”ฝ่ายค้าน”ของพรรคประชาชนในยุครัฐบาล“ภูมิใจไทย เพื่อไทย”แตกต่างจากยุค”พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์”
แตกต่างจากยุค”เพื่อไทย ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์” แตกต่างจากยุค”ภูมิใจไทย กล้าธรรม”
ในยุค”พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์”พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล ยืนเรียงอยู่เคียงข้างกับพรรคเพื่อไทย อย่างน้อยก็ได้ศึกษาบทบาทฝ่ายค้านจากพรรคเพื่อไทย
ในยุค”เพื่อไทย ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์” พรรคก้าวไกลยืนเด่นเป็นสง่าในฐานะฝ่ายค้าน”หลัก”
ในยุค”ภูมิใจไทย กล้าธรรม”อาจพร่าเลือนไปกับ”ฝ่ายค้ำ”
เมื่อเข้าสู่ยุค”ภูมิใจไทย เพื่อไทย”พรรคประชาชนก็ทำงานร่วมกับพรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ ก่อให้เกิดการท้าทาย อย่างแหลมคมทางการเมือง
แม้พรรคกล้าธรรมจะยังไม่ชัดเจน แต่พรรคประชาธิปัตย์มาก ด้วยความจัดเจน
พรรคประชาชนจึงไม่โดดเด่นเหมือนยุคพรรคก้าวไกล
ความเป็นจริงนี้ น.ส.พรรณิการ์ วาณิช ในฐานะฝ่ายค้านรุ่นพี่จำแนกแยกแยะให้เห็นผ่าน The Politics ของมติชนทีวี
เหมือนจะ”แก้ต่าง”ให้ แต่คือ FACT
หากย้อนไปศึกษาการเคลื่อนไหวในห้วงเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องมายังเดือนมีนาคมจะต้องร้อง”ฮ้อ”ว่าความจัดเจนในแบบของพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างไร
ไม่ว่าในเรื่อง”สงคราม” ไม่ว่าในเรื่อง”น้ำมัน” ไม่ว่าในเรื่อง”ปุ๋ย”
พรรคประชาชนอาจเริ่มก่อนทั้งในการโพสต์และการออกมาแถลงต่อสาธารณะ แต่ความโดดเด่นกลายเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ช่วงชิงพื้นที่ไป
อาจเพราะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จัดเจนมากกว่า นายณัฐ พงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อาจเพราะ นายกรณ์ จาติกวณิช ได้รับความสนใจเหนือกว่า นายวีระยุทธ์ กาญจน์ชูศักดิ์
แม้กระทั่ง อาจารย์เดชรัต สุขกำเนิด ยังถูก นายชัยชนะ เดชเดโช กลบรัศมี
ความจริงนี้อาจทำให้เกิดการเปรียบเทียบและเกิดความท้อ
กระนั้น น.ส.พรรณิกา วาณิช ก็ตั้งความหวังเป็นอย่างสูงอยู่ที่การอภิปราย”นโยบาย”
เบื้องหน้าการหลอมรวมของ”ภูมิใจไทย เพื่อไทย”
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันแถลงนโยบายอาจดำรงอยู่อย่างเป็นพิธีกรรมในทางการเมือง
อาจพบกับประสบการณ์แบบเกิน 29 วินาทีก็ไม่ได้
อาจพบกับประสบการณ์ออกมาเซาะกร่อนบ่อนทำลายแบบ
“ไทยภักดี เศรษฐกิจ”
แต่พรรคประชาชนก็ต้องมี”สมาธิ”อย่างเป็นตัวของตัวเอง
เป็นตัวของตัวเองในแบบ อนาคตใหม่ ก้าวหน้า ก้าวไกล ที่มั่นคง
ร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม ทำหน้าที่
