E-DUANG
ภาพการแถลงเรื่อง”อากาศสะอาด”ของพรรคประชาชนหลังการ ประชุมร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม มีความงดงาม
งดงามเหมือนการร่วม”เวที”เดียวกันของ 2 คน
1 ย่อมเป็น ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี 1 ย่อมเป็น นายสมบัติ บุญงามอนงค์
รู้กันอย่างเป็นการทั่วไปว่า ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี คืออดีตอธิบดีกรมป่าไม้ตั้งแต่ยังสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และติดตามแม้อยู่กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
รู้กันอย่างเป็นการทั่วไปว่า นายสมบัติ บุญงามอนงค์ เกาะติด เรื่อง”ไฟป่า”มาอย่างยาวนาน
ยังรับรู้ด้วยว่า นายสมบัติ บุญงามอนงค์ เพิ่งตั้งข้อสังเกตต่อ บางจังหวะก้าวความคิดของ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ในเรื่องชั้นบรรยากาศในเรื่องการทำฝนเทียมเพื่อแก้ปัญหา PM 2.5
ทั้งหมดนี้สะท้อนนัยยะอะไรในทางความคิดและในทางการเมือง
ยืนยันว่าเรื่อง”ไฟป่า” และเรื่อง”PM 2.5”สำคัญ
หากไม่สำคัญเหตุใด”ฝ่ายค้าน”ซึ่งมองกันว่ายากที่จะเป็นเอกภาพ กลับมีภาพแห่งความเป็นหนึ่งเดียวในทางความคิด
การไปทางเดียวกันระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคประชาธิ ปัตย์ อาจไม่ก่อความตะลึงมากนัก แต่การที่สามารถดึงพรรคกล้า ธรรมมาร่วมด้วยตรงนี้น่าสนใจ
นั่นก็เพราะพรรคกล้าธรรมมีฐานทางการเมืองอยู่ภาคเหนืออันเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติโดยตรง
ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับพรรคประชาชนจึงบังเกิด
เช่นเดียวกับ กรณีของ ดร.ปลอดประสบ สุรัสวดี กับ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ตลอดการเสวนาอาจมิได้ไปบนทางเดียว กัน
แต่เมื่อพูดถึงร่างพรบ.”อากาศสะอาด”ก็จับมือกันได้
เช่นเดียวกับแม้ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ อาจเห็นต่างกับ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ในบางวิธีวิทยา แต่ที่สุดแล้วความปรารถนาร่วมก็ไม่แตกต่าง
นั่นก็คือ อยากเห็นร่างพรบ.”อากาศสะอาด”มีที่ยืนที่เด่นชัด
ไม่ว่าจะมองจากด้านของ ดร.ปลอดประสบ สุรัสวดี ไม่ว่าจะมองจากด้านของ นายสมบัติ บุญงามอนงค์
ทั้งหมดล้วนเป็นการแสวง”จุดร่วม”สงวน”จุดต่าง”
ไม่ว่าจะมองจากด้านของพรรคประชาชน ไม่ว่าจะมองจากด้านของพรรคกล้าธรรม ไม่ว่าจะมองจากด้านของพรรคประชาธิปัตย์
ทั้งหมดล้วนเป็นการแสวง”จุดร่วม”สงวน”จัดต่าง”
ในเมื่อมีความต้องการเห็นร่างพรบ.”อากาศสะอาด”ได้มีที่ยืนอย่างชอบธรรมในทางการเมือง เพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับ”ไฟป่า”และสะสางปัญหาเรื่อง”ฝุ่น PM 2.5”
ก็ต้องวางความแตกต่างในทาง”ความคิด”บางส่วน และผลัก ดันเนื้อหาอันเป็นความปรารถนา”ร่วมกัน”ให้บรรลุ
เช่นที่พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ ทำ
การจับมือกันระหว่างพรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ จึงเท่ากับเป็นการส่งสัญญาณในทางการเมือง
เป็นสัญญาณความต้องการ”อากาศสะอาด”
สัญญาณนี้จะทรงความหมายต่อพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทยมากเพียงใด
แต่ละจังหวะก้าวทางการเมืองต่อไปจะเป็นคำตอบ
