คลุกวงใน | พิศณุ นิลกลัด
FB : @Pitsanuofficial
วันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา นอกจากเป็นวันสงกรานต์ แล้วยังเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ สัปดาห์นี้จึงอยากเขียนเรื่องการเล่นกีฬากับผู้สูงอายุ
มีการศึกษาที่น่าสนใจเรื่องประโยชน์ของการขี่จักรยานสำหรับผู้สูงอายุ โดยการศึกษานี้จัดทำโดย King’s College ของประเทศอังกฤษ
พบว่า คนสูงอายุระหว่าง 55 ปี ถึง 79 ปีที่ขี่จักรยานเป็นประจำ มีสุขภาพดีกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกันที่ไม่ได้ขี่จักรยาน มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
คณะผู้ศึกษาของ King’s College ร่วมกับ University of Birmingham ได้ทำการศึกษาคนสูงอายุที่ขี่จักรยานเป็นประจำและมีร่างกายสุดฟิต อายุระหว่าง 55 ปี ถึง 79 ปี จำนวน 125 คน แบ่งเป็นผู้หญิง 41 คน และผู้ชาย 84 คน โดยผู้หญิงต้องสามารถขี่จักรยานระยะทาง 60 กิโลเมตรภายในเวลาไม่เกิน 5 ชั่วโมงครึ่ง และผู้ชายต้องขี่จักรยานระยะ 100 กิโลเมตรได้ภายใน 6 ชั่วโมงครึ่ง
จากนั้นคณะผู้ศึกษาได้ทำการศึกษากลุ่มคนสูงอายุทั้ง 125 คนที่ขี่จักรยานเก่งถึงความคล่องแคล่วว่องไวในการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันต่างๆ เช่น ยืนขึ้นจากเก้าอี้ หรือเดินเป็นระยะ 3 เมตร หากใช้เวลาเกิน 10 วินาทีในการทำกิจกรรมเหล่านี้ แสดงว่าร่างกายกำลังร่วงโรยแล้ว
แต่สำหรับกลุ่มคนสูงอายุยอดนักขี่จักรยานทั้ง 125 คนสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ที่ทดสอบความคล่องแคล่วว่องไวได้ภายในเวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 5 วินาที แม้กระทั่งคนที่อายุ 79 ปี
คณะผู้ศึกษาสรุปว่า แม้การเสื่อมของร่างกายเป็นเรื่องตามธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย
การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการยืดอายุขัย
งานวิจัยแสดงให้เห็นอย่างต่อเนื่องว่ากิจกรรมทางกายมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่ลดลงของโรคมะเร็ง โรคซึมเศร้า ภาวะสมองเสื่อม โรคเบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือด
แนวทางที่แนะนำผู้สูงอายุในการออกกำลังกาย คือการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่มีความเข้มข้นปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ควบคู่ไปกับกิจกรรมเสริมสร้างกล้ามเนื้อ 2 วัน จะมีผลลัพธ์ที่ดีต่อร่างกาย
แม้แต่กิจกรรมทางกายที่เข้มข้นเพียง 4-5 นาทีทุกวันก็มีความเชื่อมโยงกับประโยชน์ต่อการมีอายุยืนยาวแล้ว
มีรายงานการศึกษาจากประเทศเดนมาร์ก นำโดยปีเตอร์ ชโนร์ (Peter Schnohr) ต้องการค้นหาว่านอกเหนือจากการวิ่ง กีฬาอื่นๆ จะช่วยยืดอายุขัยของคนเล่นได้มากน้อยขนาดไหน
จึงได้ร่วมกับทีมงาน Copenhagen City Heart Study ศึกษากลุ่มผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีจำนวน 8,577 คน ซึ่งเล่นกีฬาและเคยผ่านการร่วมศึกษาในงานวิจัยต่างๆ ของโครงการนี้ตั้งแต่ปี 1990 จนถึง 2017 ซึ่งช่วงเวลากว่า 25 ปี ยาวนานพอที่จะสำรวจว่าการเล่นกีฬาต่างๆ ส่งผลต่ออายุขัยของคนกลุ่มนี้อย่างไร
โดยทีมงานได้เจาะจงคนที่เล่นกีฬาชนิดต่างๆ 8 ชนิด ได้แก่ เทนนิส แบดมินตัน ฟุตบอล จ๊อกกิ้ง ปั่นจักรยาน แคลิสเธนิกส์ (Calisthenics) ว่ายน้ำ และออกกำลังกายในฟิตเนส (ลู่วิ่งสายพาน, เครื่องเดินวงรี และยกเวต) แล้วนำไปเปรียบเทียบกับคนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งอยู่กับที่
พบว่า คนเล่นกีฬามีอายุขัยนานขึ้นกว่าคนเหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่นเทนนิสซึ่งช่วยยืดอายุขัยได้นานที่สุดถึง 9.7 ปี
รองลงมาคือ กีฬาแบดมินตัน ช่วยยืดอายุขัยนานขึ้นกว่าคนทั่วไปอีก 6.2 ปี
อันดับสามคือ ฟุตบอล ยืดอายุขัย 4.7 ปี
ปั่นจักรยาน 3.7 ปี
ว่ายน้ำ 3.4 ปี
จ๊อกกิ้ง 3.2 ปี
แคลิสเธนิกส์ (การออกแรงต้านน้ำหนักร่างกายของตนเอง) 3.1 ปี
และการออกกำลังในฟิตเนส ยืดอายุขัยได้ 1 ปีครึ่ง

สิ่งที่ทำให้ทีมศึกษาประหลาดใจนอกเหนือจากกีฬาเทนนิส คือการค้นพบว่าคนที่ใช้เวลาออกกำลังกายนานๆ ไม่ได้มีอายุขัยนานขึ้นกว่ากลุ่มอื่น เพราะในการศึกษาชิ้นนี้ กลุ่มที่ออกกำลังกายในฟิตเนสจะใช้เวลาออกกำลังแต่ละครั้งนานที่สุด แต่กลับพบว่าได้ประโยชน์จากการยืดอายุขัยน้อยกว่าการเล่นกีฬาชนิดอื่น
มีหนึ่งเหตุผลที่สามารถนำมาอธิบายได้ว่าทำไมกีฬาเทนนิส แบดมินตันถึงช่วยยืดอายุขัยให้คนเล่นได้นานกว่ากีฬาชนิดอื่น
นั่นก็คือ กีฬาเหล่านี้ต้องอาศัยจำนวนคนเล่น 2 คนขึ้นไป จึงได้เกิดการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การได้พบปะและเข้าสังคมบ่อยๆ จะทำให้เกิดความรู้สึกด้านการช่วยเหลือ ไว้เนื้อเชื่อใจ และความคุ้นเคยกัน ซึ่งส่งผลต่อการมีสุขภาพกายและใจที่ดี เสริมสร้างสุขภาพในระยะยาว
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทีมศึกษาอธิบายไว้คือ การออกกำลังกายที่ต้องดึงพลังงานเข้มข้นสูงมาใช้ในระยะเวลาสั้นๆ ซ้ำไปซ้ำมาอย่างเทนนิส แบดมินตัน ช่วยสร้างสุขภาพได้ดีกว่าการออกกำลังกายเข้มข้นระดับกลางที่ดึงพลังงานมาใช้สม่ำเสมอ
ซึ่งปีที่แล้วก็มีงานศึกษาชิ้นใหญ่จากสหราชอาณาจักรที่ยืนยันอีกเสียงว่า คนอังกฤษและสกอตแลนด์ซึ่งเล่นกีฬาประเภทใช้แร็กเกต มีภาวะเสี่ยงจากการเสียชีวิตด้วยทุกสาเหตุน้อยที่สุด รองลงมาคือ ว่ายน้ำ และเต้นแอโรบิก
ในปี 2016 จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (Oxford University) ร่วมกับนักวิจัยจากฟินแลนด์และออสเตรเลีย ติดตามชีวิตคนกว่า 80,000 คนเป็นเวลาเฉลี่ย 9 ปีเพื่อหาคำตอบว่า กีฬา บางประเภทจะช่วยป้องกันการเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรได้หรือไม่
พบว่า คนที่เล่นกีฬาประเภทที่ใช้ไม้ตี เช่น เทนนิส แบดมินตัน และปิงปองเป็นประจำอยู่ในกลุ่มที่มีโอกาสเสียชีวิตตลอดช่วงเวลาการสำรวจน้อยที่สุด และลดโอกาสเสี่ยงได้มากกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายถึง 47%
คนที่ว่ายน้ำสามารถลดโอกาสเสี่ยงจากการเสียชีวิตมากกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายได้ 28% คนเต้นแอโรบิกลดโอกาสเสี่ยง 27% และคนที่ปั่นจักรยานลดได้ 15%
แต่พบว่า การเล่นกีฬา เช่น ฟุตบอล รักบี้ หรือวิ่งไม่ได้ช่วยให้คนเล่นมีอายุยืนมากขึ้นกว่าปกติ
นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ความแตกต่างอาจเกิดจากลักษณะสังคมที่ต่างกันไปของคนเล่นกีฬาแต่ละประเภท โดยคนที่เล่นกีฬาอย่างเทนนิสและสควอช (Squash) มักจะเป็นสมาชิกของสโมสรกีฬา และได้ทำกิจกรรมที่นอกเหนือจากการเล่นกีฬาร่วมกับสมาชิกคนอื่นๆ
หมายความว่า คนเหล่านี้มีเครือข่ายสังคมที่ใหญ่ อีกทั้งยังสามารถเล่นกีฬาและทำกิจกรรมร่วมกับสโมสรต่อไปได้เมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างยิ่ง
ในทางตรงกันข้าม คนที่เล่นกีฬาประเภททีมอย่างฟุตบอลและรักบี้ในสมัยวัยรุ่น เมื่อสมาชิกในทีมแยกทางไปมีครอบครัวกันหมด หรือตนได้รับบาดเจ็บไม่สามารถเล่นได้อีก ก็มักจะไม่เปลี่ยนไปเล่นกีฬาชนิดอื่น
แต่จะกลายเป็นผู้นั่งชมกีฬานั้นอย่างเดียว
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
