bg-single

ลุ้นรัฐบาลเคาะมาตรการลดภาระ แก้วิกฤตพลังงาน วิกฤตการศึกษา

20.04.2026

| การศึกษา

ในสภาวะสงครามโลกส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาวิกฤตพลังงาน หลายภาคส่วนเรียกร้องรัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งในส่วนของภาคการศึกษา แม้จะอยู่ในช่วงปิดภาคเรียน แต่ก็มีเสียงเรียกร้อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปกครองที่กำลังแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในช่วงรอยต่อภาคการศึกษา ท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับระดับอุดมศึกษา ซึ่งนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ถูกจับตาว่า จะมีนโยบายผลักดันวิจัยและนวัตกรรม เรื่องใดเข้ามาช่วยแก้วิกฤตให้ประชาชน

ทันที่ที่เข้าปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ อว. อ.เชน-ยศชนัน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เริ่มงานทันที โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มีโจทย์ใหญ่คือการนำพลังของวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมมาแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและฝุ่น PM2.5 ที่รอไม่ได้แม้แต่วันเดียวอย่างไร

โดยมีความตั้งใจจะเปลี่ยนภาพจำของ อว. ให้เป็นกระทรวงที่ใครก็ขาดไม่ได้

เป็นคลังสมองและแหล่งนวัตกรรมที่พร้อมลงพื้นที่ช่วยประชาชนในภาวะวิกฤต โดยจะทำงานอย่างหนักและต่อเนื่องไม่หยุด เพื่อดึงศักยภาพที่มีอยู่ในคนไทยออกมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับปัญหา PM2.5 ใน 8 จังหวัดภาคเหนือจะบูรณาการนวัตกรรมอย่างแอพพลิเคชั่น “ตามรอยเผา” ระบบเซนเซอร์ DustBoy มุ้งความดันบวก และการใช้ AI ช่วยวินิจฉัยสุขภาพ เพื่อจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นตอไปจนถึงการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

ซึ่งเร็วๆ นี้จะนำแผนงานทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรามี Assets และพร้อมทำงานร่วมกับทุกกระทรวง ทั้งเรื่องฝนหลวง พลังงานทดแทน และการจัดการไฟป่า

โดยหวังว่าวิกฤตครั้งนี้จะเป็นโอกาสในการ Transform ประเทศสู่พลังงานสะอาดอย่างแท้จริง

และในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ หรือช่วงต้นเดือนพฤษภาคม จะเริ่มขยายผลสู่ระยะปานกลางและระยะยาว โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีช่วยกลุ่ม SME ภาคการเกษตร และกลุ่มอาหาร เพื่อเพิ่มผลผลิต และสร้างระบบนิเวศให้คนไทยได้ช่วยกันเองได้

พร้อมเชื่อมั่นว่าหากประเทศไทยตั้งลำได้เร็วและทำให้เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ งบประมาณและทรัพยากรจะหลั่งไหลมาสู่ภาคการวิจัยเพื่อช่วยคนไทยทุกคน

โดยนายยศชนันย้ำด้วยว่า ในทุกวิกฤตไม่มีฮีโร่คนเดียว แต่ทุกคนคือฟันเฟืองสำคัญที่จะพาประเทศผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

แม้จะมีมาตรการแก้วิกฤตต่างๆ ออกมาระดับหนึ่ง แต่ยังไม่มีความชัดเจนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนิสิตนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบโดยตรง…

ขณะที่ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เรียกประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก หารือมาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะในช่วงเปิดภาคเรียนในเดือนพฤษภาคม

“การศึกษาถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยยังคงต้องรักษาคุณภาพการจัดการศึกษา ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในช่วงปิดเทอม นโยบายต่างๆ ยังคงเป็นไปตามที่รัฐบาลประกาศไว้ แต่ถ้า ครม.มีมติเพิ่มเติมก็พร้อมดำเนินการตาม อย่างไรก็ตาม บริบทของ ศธ.จะเน้นให้ความสำคัญเรื่องการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ” นายประเสริฐกล่าว

ส่วนมาตรการเรียนออนไลน์นั้นเป็นหนึ่งในแนวคิด แต่ยังไม่เน้น เพราะจะเน้นเรื่องคุณภาพการเรียนการสอนรวมถึงดูภาระของผู้ปกครอง

ดังนั้น มาตรการที่ออกมาจะต้องลดภาระผู้ปกครองได้ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ

ส่วนมาตรการช่วยเหลือครูที่มีภาระหนี้สินนั้น ในภาพรวมยังไม่ได้มีการหารือ

แต่การช่วยเหลือครูในเรื่องการจัดการเรียนการสอนนั้นก็ต้องไปดูรายละเอียด โดยเฉพาะครูอาชีวศึกษา ที่มีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ถ้าไม่มีการออนไซต์ก็อาจจะได้รับผลกระทบ หรือแม้แต่ระดับมัธยมศึกษาก็ยังต้องมีการทดลองปฏิบัติ ก็ต้องมาเรียนออนไซต์เช่นกัน

ขณะที่ล่าสุด นายอัมพร พินะสา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ใช้เวทีประชุมสภาฯ หารือเรื่องดังกล่าว

โดยนายอัมพรระบุว่า วิกฤตพลังงานในขณะนี้ส่งผลกระทบรุนแรงไม่ต่างจากช่วงโควิด-19 โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่บุตรหลานตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงปริญญาตรีต้องเข้าเรียน แม้จะเข้าใจว่าโรงเรียนมีความจำเป็นต้องเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษาเพื่อนำไปพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน แต่ภายใต้วิกฤตเช่นนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณามาตรการเยียวยาอย่างเร่งด่วน

“ผมขอวิงวอนไปยังผู้เกี่ยวข้องให้พิจารณาว่ามีส่วนใดบ้างที่จะพอ ‘งด ลด ปรับ ทอน’ หรือขยายเวลาชำระเงินบำรุงการศึกษาออกไป เพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนได้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดด้านค่าใช้จ่าย เพราะในสภาวะปกติที่ไม่มีวิกฤต ประชาชนก็ลำบากจนต้องเข้าโรงรับจำนำกันอยู่แล้ว” นายอัมพรกล่าว

รวมถึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้เร่งรัดและกำชับไปยังเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ให้เร่งตรวจสอบและเข้าช่วยเหลือครูบาอาจารย์บำนาญที่กำลังเดือดร้อนเรื่องหนี้สินให้ได้รับการเยียวยาโดยเร็วที่สุด

ขณะที่นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา กล่าวอย่างน่าสนใจว่า ไม่เห็นด้วยกับการเรียนออนไลน์ เพราะมีผลเสียมากกว่าผลดี จะทำให้เกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอยเช่นในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงเครื่องมือที่ใช้เรียนออนไลน์ซึ่งอาจไม่ได้มีกันทุกคน อาจส่งผลให้มีเด็กหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญเด็กจะไม่ได้กินอาหารกลางวันกับนม เป็นการผลักภาระให้ผู้ปกครอง กลายเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต

แม้การเรียนออนไลน์จะทำให้ผู้ปกครองประหยัดเรื่องค่าเดินทาง แต่ก็ไปเพิ่มเรื่องอาหารกลางวัน รวมถึงยังส่งผลเสียให้เกิดปัญหาการเรียนรู้ถดถอย ซึ่งแก้ไขได้ยาก

ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลเปิดเรียนตามปกติ แต่ช่วยเหลือผู้ปกครองในเรื่องค่าเดินทาง ทำอย่างไรจะลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ หรือเพิ่มค่าอาหารมื้อเช้าให้นักเรียน ยังดีกว่าให้เรียนออนไลน์อยู่บ้าน ซึ่งอาจเป็นการเพิ่มปัญหาในระยะยาว

ทั้งนี้ การเรียนออนไลน์จะเหมาะสมกับเด็กโต ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเด็กมหาวิทยาลัยที่มีวุฒิภาวะ และมีเครื่องมือในการเรียนการสอน แต่เด็กประถม หรือมัธยมต้น จะทำให้เกิดความสูญเสียมากกว่าที่คิด ดังนั้น จึงอยากคิดให้รอบคอบ ขณะเดียวกัน อยากให้ทบทวนเรื่องการแจกอุปกรณ์เสริม หรือแท็บเล็ต โดยอยากให้ดูวัตถุประสงค์ที่แท้จริง เพื่อดำเนินการให้ตรงจุด สามารถเพิ่มคุณภาพการจัดการศึกษาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นาทีนี้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง อว. และ ศธ.คงต้องเร่งเคาะมาตรการช่วยเหลือนักเรียนและผู้ปกครองที่ชัดเจน รวมถึงสร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ในแต่ละระดับ เพราะทุกคนต้องปรับตัว

เพื่อให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน….



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ