bg-single

เครื่องเคียงข้างจอ/วัชระ แวววุฒินันท์/อำนาจของสื่อ

24.03.2018

เครื่องเคียงข้างจอ
วัชระ แวววุฒินันท์

อำนาจของสื่อ

ในหนังที่ชิงรางวัลออสการ์ปีนี้ มีเรื่องที่ได้เอาประเด็นของ “สื่อ” มาเป็นประเด็นหลักที่เห็นชัดๆ ก็มีอยู่ 2 เรื่อง คือ The Post และเรื่อง Three Billboards outside Ebbing,Missouri
เรื่อง The Post นั้น นำมาจากเหตุการณ์จริงในประเทศอเมริกาในยุคที่ริชาร์ด นิกสัน เป็นประธานาธิบดี และหนังสือพิมพ์ทั้งหลายที่ถูกจัดให้เป็นฐานันดร 4 ก็เป็นกระบอกเสียงที่แข็งแรงมากๆ ของสังคม เป็นสื่อที่เหล่านักการเมืองมีความกริ่งเกรงไม่น้อย
เหตุของเรื่องเกิดจากหนังสือพิมพ์ Washington Post ได้รับข้อมูลลับที่เกี่ยวกับสงครามเวียดนามซึ่งย้อนหลังไปกว่า 20 ปี ครอบคลุมช่วงเวลาของประธานาธิบดีสหรัฐถึง 4 คน ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีทรูแมนเป็นต้นมาว่า รัฐบาลจงใจส่งคนไปตายในสงครามทั้งๆ ที่รู้แต่ต้นว่าจะไม่มีทางชนะ แต่ก็เพียงเพื่อรักษาหน้าตาของประเทศ
แน่นอนที่หากข่าวนี้ถูกแพร่ออกไปจะกระทบต่อรัฐบาลอย่างมาก ผู้บริหารของหนังสือพิมพ์ก็ต้องตัดสินใจว่าจะตีพิมพ์ข่าวนี้ดีไหม เพราะรู้ว่ากำลังเล่นกับไฟที่อาจย้อนกลับมาเผาผลาญตนได้
และในที่สุดหนังสือพิมพ์ Washington Post ก็ยึดหลักของหน้าที่สื่อมวลชนที่ดี นำเรื่องนี้ตีพิมพ์ให้สังคมได้รับทราบ และก็ส่งผลต่อความมั่นคงของรัฐบาลจริงๆ
นี่แสดงให้เห็น “อำนาจ” ของสื่อ ว่ามีอยู่จริง และสามารถชี้นำและเปลี่ยนแปลงสังคมได้

ในขณะที่ The Post เป็นเรื่องของสื่อระดับประเทศ แต่เรื่อง Three Billboards outside Ebbing, Missouri เป็นเรื่องของสื่อระดับท้องถิ่น นั่นคือที่เมือง Ebbing มลรัฐ Missouri ซึ่งเป็นเมืองสมมุติที่ผู้สร้างสร้างสรรค์ขึ้นมา
ผู้ที่ใช้ “สื่อท้องถิ่น” ในเรื่องเป็นผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้เป็นสถาบันสื่อแบบ Washington Post เธอลงทุนควักเงินส่วนตัวเช่าป้ายบิลล์บอร์ด 3 ป้ายที่อยู่ริมทางเข้า-ออกเมือง Ebbing เพื่อทวงถามถึงความคืบหน้าในคดีที่ลูกสาวของเธอถูกฆ่าข่มขืนแต่คดีไม่คืบแต่ประการใด จนผ่านไปหลายเดือนก็ยังจับตัวคนร้ายมาลงโทษไม่ได้
สื่อที่เธอเลือกใช้นี้เป็นแค่ป้ายบิลบอร์ดเก่าๆ มีคนเห็นก็แค่ชาวเมืองในเมืองเล็กๆ แห่งนี้
แต่ก็มีอำนาจพอที่จะสร้างแรงกระเพื่อมขึ้นอย่างมาก
เพราะนายตำรวจใหญ่ที่ดูแลคดีนี้ต้องลุกขึ้นมาจัดการอะไรบางอย่าง
ยิ่งเมื่อลามไปถึงสื่อทีวีท้องถิ่นที่ติดตามทำข่าวก็ยิ่งทำให้เรื่องนี้เป็นที่สนใจ มีทั้งคนเชียร์และคนแช่ง

สําหรับในชีวิตจริงของเราๆ ยามนี้ก็มีตัวอย่างที่เห็นชัดๆ ในเรื่องของอำนาจของสื่อที่แสดงพลังว่ามีอยู่จริง
อย่างเรื่องของ “คดียิงเสือดำ” ของนายเปรมชัย กรรณสูต นั่นไง ที่ทั้งสื่อหลักอย่างทีวี, หนังสือพิมพ์ ต่างติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด แถมยังโหมกระหน่ำด้วยสื่อโซเชียลที่สะกดรอยตามคดีนี้ยิ่งกว่าพรานสะกดรอยตามเสือเสียอีก
มีการขุดคุ้ยเรื่องราวของบุคคลที่เกี่ยวข้องในหลากหลายแง่มุม ทั้งที่เกี่ยวกับคดีโดยตรง และที่ไม่เกี่ยวเลยก็มี แต่ก็ได้สร้างอารมณ์ร่วม และแนวร่วมของผู้ที่ต้องการเห็นว่ากฎหมายนั้นศักดิ์สิทธิ์ที่จะต้องเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้
เพื่อที่จะยืนยันว่า “ความถูกต้อง” เสียงดังกว่า “เงิน”
ปรากฏการณ์หนึ่งที่แนวร่วมใช้ในการแสดงออกและทวงถามก็คล้ายๆ กับกรณีของหนังเรื่อง Three Billboards outside Ebbing, Missouri คือการแสดงออกบนผนังกำแพงในที่สาธารณะ โดยการวาดภาพเสือดำในแอ๊กชั่นต่างๆ ที่แสดงถึงการทวงถามถึงความยุติธรรมจากการถูกคร่าชีวิต
และมันก็ถูกส่งต่อโดยสื่อโซเชียลที่ยิ่งทำให้กระแสนั้นจุดติดและทวีพลังมากขึ้น จนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้จักต้องระวังตนอย่างมากในการสืบสวนและทำคดีที่สังคมจับตาดูอยู่ว่าจะออกมาอย่างไร หรือจะเป็น “มวยล้ม”
นี่ไม่ต้องพูดถึงสื่อที่ตามติดเรื่อง “หวย 30 ล้าน” และเรื่อง “นาฬิกาเพื่อนกับแหวนแม่” ว่ามันมีอำนาจเพียงไร ดูได้จากคนที่ถูกโฟกัสนั้นแทบจะเอาชีวิตไม่รอดจนได้กลับไปใช้เงินหวย หรือกลับเอานาฬิกาไปคืนเพื่อน

อย่างไรก็ดี มีอยู่เรื่องหนึ่งที่รู้สึกเสียดายว่า สื่อไม่ได้แสดงพลังและอำนาจกับเรื่องนี้เท่าที่ควรนั่นคือเรื่องของ “น้องแบม-นักศึกษาฝึกงานที่พบเรื่องทุจริตของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง” จนเกิดการสอบสวนและขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ อีก
ที่จะว่าไปแล้วเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อสังคมไทยอย่างมากในเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชั่น ส่งผลมากกว่าเรื่องหวย 30 ล้านเสียอีก
หากสื่อช่วยกันเกาะติด ติดตาม กัดไม่ปล่อย เพื่อให้คนทำผิดต้องถูกลงโทษ และคนทำดีอย่างน้องแบมต้องได้รับการคุ้มครอง ช่วยเหลือ และยกย่อง
เชื่อว่าด้วยอำนาจของสื่อ จะส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมที่มีคุณค่าต่อสังคมไทยอย่างมากได้

นอกจากอำนาจของสื่อในเรื่องที่เป็นข่าวสารแล้ว ที่ตามมาติดๆ คือ อำนาจของสื่อที่ทำให้ละคร “บุพเพสันนิวาส” โด่งดังขนาดนี้ ลำพังการออกอากาศเฉพาะทางช่องทีวีก็คงจะสร้างความนิยมได้ประมาณหนึ่ง
แต่เมื่อมีสื่อโซเชียลที่โหมกระพือแง่มุมต่างๆ เข้าไปอีกก็ยิ่งทำให้ละครเรื่องนี้เป็นที่จับตาติดตามและเกิดกระแสอย่างต่อเนื่อง
ผลพวงที่ตามมาคือ ความสนใจของคนที่ไม่ได้มีให้เฉพาะกับละคร แต่ขยายวงกว้างไปถึงความสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่มีคนใคร่รู้และมีคนค้นคว้าหาข้อมูลมานำเสนอมากมาย อย่างที่ไม่เคยเกิดกับผลงานหนังหรือละครที่อิงประวัติศาสตร์เรื่องใดมาก่อน
และยังขยายไปถึงเรื่องวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีแบบไทยๆ สมัยก่อนอีกด้วย อย่างเรื่องของ “ภาษา” ที่ถูกนำมาพูดจนติดปากและดูโก้เก๋ยูเรก้าไม่น้อย หรือเรื่องการแต่งกายแบบนุ่งไทยห่มไทย ที่ปลุกให้คนลุกขึ้นมาแต่งกายแบบไทยย้อนยุคกันเป็นแถว
และช่างเผอิญอีกเช่นกันที่ระหว่างนั้นก็มีกระแสของงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” ที่เป็นงานย้อนยุคให้เห็นถึงความร่ำรวยทางประเพณีวัฒนธรรมและเป็นเอกลักษณ์ของสังคมไทยในอดีต เมื่อกระแสสองกระแสมาเจอกันก็ยิ่งทำให้เกิดความนิยมมากขึ้นไปอีก
นี่เองที่บอกว่าเป็น “อำนาจ” ของสื่อ ที่ทำให้บางเรื่อง “เกิด” และบางเรื่องก็ “ดับ” ได้เช่นกัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | การแยก แตกตัว ความคิด การแยก แตกตัว การเมือง
ภาษาไทย “อุบัติ”—ไม่ “วิบัติ”
PEA ครบรอบ 66 ปี แห่งความไว้วางใจ ประกาศก้าวใหม่ “Powering Every Life” ขับเคลื่อนพลังงานไทยสู่อนาคต
ถึงสถานีปลายทางสุขภาพ! “BEM Care 2026 Health Station สถานีสุขภาพ” ปิดฉากอย่างคึกคัก
นิรโทษกรรม 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
“พิชัย” ชื่นชม “แบงก์ชาติ” ยุค “วิทัย” เดินถูกทาง ย้ำเสถียรภาพต้องคู่การเติบโต เชื่อแก้ทุนเทา–คอร์รัปชัน ช่วยเศรษฐกิจไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง
“หมู่บ้านศีล 5” บ้านเจ็ดริ้ว “คึกคัก” สมเด็จเอื้อน-พระพรหมเสนาบดี” มาให้กำลังใจ ด้าน ครูสลา ร้องสด กราบสมเด็จช่วงด้วยดวงใจ ยก”สมเด็จช่วง” เป็นบิดาแห่งหมู่บ้านศีล 5
รถไฟและไฮเวย์: เมกะโปรเจกต์เชื่อมลาว–เวียดนามภายใต้ความสัมพันธ์แบบพิเศษ
โลกและอาเซียนในอนาคต จากมุมมอง ‘อมิตาฟ อาชาเรีย’
Songs in the Key of Life : รักบังตา
โทษประหารชีวิต : ข้อถกเถียงทางปรัชญา (2)
บทวิจารณ์เรื่องสั้น ‘เพื่อนข้างบ้าน’ จากรอยแตกร้าวริมรั้ว… สู่ภาพสะท้อนสงครามเย็นในสังคมไทย