E-DUANG
นอกเหนือจาก”อากาศสะอาด”จะเป็นคำถามติดตามรัฐบาล”ภูมิใจไทย เพื่อไทย”อย่างหนึบแน่น
“รัฐธรรมนูญ”จะเป็นอีก”ประเด็น”สำคัญ
ไม่เพียงเพราะเป็นปัญหาต่อเนื่องจากรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 หากที่สำคัญเป็นอย่างมากยังได้รับการประทับเอาไว้ ด้วย”ประชามติ”
นี่เป็นรูปธรรมอันถือได้ว่าเป็นผลพวงของ MOA ที่ได้ลงนามร่วมระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนเมื่อเดือนกันยายน 2568
เพราะต้องการเป็น”รัฐบาล”แม้เป็นรัฐบาล”เสียงข้างน้อย”ก็ยอม
ทั้งมิได้เป็นความต้องการเฉพาะพรรคภูมิใจไทยหากแต่ยังพ่วงเอา พรรคกล้าธรรมเข้าไปด้วย
เมื่อผ่านความเห็นชอบโดย”ประชามติ”จะทำอย่างไร
เป็นคำถามที่นับวันจะมากด้วยความแหลมคมต่อรัฐบาล”ภูมิใจไทย เพื่อไทย”
ไม่ว่าจะแสดง”ท่าที”อย่างไรให้เป็นที่ปรากฏ
ถามว่าพรรคภูมิใจไทยต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ชัดเจนว่าต้องการน้อยมากเมื่อเทียบกับพรรคประชาชน หรือแม้แต่กับพรรคเพื่อไทยก็ตาม
ทำไมความต้องการของพรรคภูมิใจไทยจึงน้อย
คำตอบที่ชัดเจนและตรงเป้าอย่างที่สุดเพราะบทบัญญัติงรัฐธรรม นูญเป็นคุณต่อพรรคภูมิใจไทย เหมือนกับที่เคยเป็นคุณให้พรรคพลังประชารัฐ หรือกระทั่งพรรครวมไทยสร้างชาติ
ทางสะดวกของ”งูเห่า”ก็มาจากรัฐธรรมนูญ การโยกจากพรรคโน้นเข้ามาพรรคนี้ก็มาจากรัฐธรรมนูญ
ดังในกรณีของบรรดา”ที่ปรึกษา”สุดยอด”คนดี”ทั้งหลาย
หากถือว่ากระแสหลักในทางการเมืองที่ยึดกุมอำนาจตั้งแต่รัฐ ประหารเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมาล้วนไม่ต้องการให้มีการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เพราะยังวางหลักคิดอยู่กับบทสรุป
“รัฐธรรมนูญฉบับนี้ DESIGN มาเพื่อพวกเรา”
เจ้าของคำพูดอาจพูดขณะอยู่พรรคพลังประชารัฐ แต่บทสรุปนี้ก็แทนใจพรรคภูมิใจไทยได้เป็นอย่างดี
เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยเคยได้”บทเรียน”มาแล้ว
ทั้งๆที่พรรคเพื่อไทยเคยประกาศว่าสิ่งแรกของการเป็นรัฐบาลก็คือจะดำเนินการในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ
แต่เมื่อได้จัดตั้งรัฐบาลในเดือนสิงหาคม 2566 ท่าทีเป็นอย่างไร
ท่าทีแรกคือการจัดตั้งระดับรองนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
จากเดือนสิงหาคม 2566 จนถึงเดือนสิงหาคม 2568 เป็นเช่นใด
ที่เคยคิดว่าจะทะยานไปถึง”ดวงดาว”ก็น่าสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าแม้แต่”ยอดมะพร้าว”ได้แตะหรือไม่
แสดงว่า”อำนาจ”ที่ได้มามิได้คลุมถึงการแก้ไข”รัฐธรรมนูญ”
มีความเป็นไปได้ว่าพรรคภูมิใจไทยอาจเดินแนวทางเดียวกันกับที่พรรคเพื่อไทยเคยเดิน
คำถามอยู่ที่ว่าสังคมจะยินยอมให้เป็นเช่นนั้นต่อไปหรือไม่
สังคมในที่นี้มิได้สะท้อนผ่านภาคประชาชนอย่างไอ-ลอว์ หากแต่เป็นพรรคประชาชน หรือแม้กระทั่งพรรคเพื่อไทย
สังคมจะตั้งคำถามต่อพรรคเพื่อไทยอย่างถี่ยิบ
สังคมจะตั้งคำถามต่อพรรคประชาชนว่าจะรับผิดชอบต่อเจตจำนงนี้ของประชาชนมากน้อยเพียงใด
หรือว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะเป็นสิ่งต้องห้ามทางการเมือง
แม้จะผ่านการลง”ประชามติ”ให้มีการแก้ไขจาก”ประชาชน”มาแล้ว
