bg-single

อวสาน ‘หนูเฉิน’ เจ้าพ่อยานรก ปิดตำนาน ‘ตายทิพย์’ สุดแสบ ปฏิบัติการรวบคา ‘สุวรรณภูมิ’

16.04.2026

คอลัมน์ โล่เงิน

หน้าประวัติศาสตร์อาชญากรรมไทย ชื่อของ “หนูเฉิน” หรือ ฐปนันทน์ ธรรมรัตน์ธนาพร ถูกจารึกไว้ในฐานะ “Top 5” แห่งวงการค้ายาเสพติด

ข้อมูลหน่วยงานรัฐ เจ้าพ่อยานรกผู้นี้มีเชื้อชาติเมียนมา ต่อมาได้สัญชาติไทย ใช้ชื่อใหม่หลายชื่อ

ผันตัวเองจากผู้เสพเป็นผู้ค้ารายย่อยในย่านศรีนครินทร์ช่วงปี 2543-2545

อัพตัวเองขึ้นเป็นเอเย่นต์ จนกลายเป็น “มันสมอง” ระดับสั่งการเชื่อมโยงอิทธิพลสามเหลี่ยมทองคำ กระจายสินค้าออกไปยังตลาดโลก

จากแฟ้มประวัติคดี พบว่ามีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเครือข่าย “ขุนส่า” อดีตราชายาเสพติดชื่อดังระดับโลก

ปี 2555 มีการจับยาบ้ากว่า 3.8 ล้านเม็ด และไอซ์ 71 กิโลกรัม ซุกบ้านหรูในย่าน อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี “ฐปนันทน์” รับคำสั่งจากนักโทษชายในเรือนจำเป็นหลานชายแท้ๆ ขุนส่า

การที่ผู้ต้องหารายนี้สามารถยืนระยะอยู่ในวงการนี้ได้นานกว่า 2 ทศวรรษ

เพราะรู้จักช่องทางและวิธีการทำงานของชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนเป็นอย่างดี

หลังคลุกคลีสถาปนาตนเองเป็นโบรกเกอร์รายใหญ่ที่ได้รับการยอมรับจากโรงงานผลิตยาเสพติดในพื้นที่รัฐฉาน เมียนมาทำหน้าที่จัดหาออร์เดอร์ วางแผนเส้นทางลำเลียง กระจายยา และจัดการเรื่องการเงิน

ถือเป็นหัวใจหลักที่ทำให้ขึ้นเป็นระดับแกนนำสามารถสั่งการเครือข่ายได้

หนึ่งในผลงาน “ปิดจ๊อบบิ๊กดีล” ที่ทำให้ชื่อ เจ้าพ่อตัวท็อป กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่ง ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) คือคดีการจับกุมยาไอซ์กว่า 1.5 ตัน ที่ด่านห้วยยะอุ อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อปี 2562

ครั้งนั้น ยาเสพติดล็อตมหึมาถูกซุกซ่อนมาในรถบรรทุก 10 ล้อ จุดหมายปลายทางอยู่ที่ภาคกลางเพื่อรอการส่งออกไปยังประเทศที่สาม

จากการสอบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่พบหลักฐานที่มั่นใจว่าผู้ลงนามบงการและบริหารจัดการงบประมาณในการขนส่งทั้งหมดผู้ต้องหารายสำคัญนี้เอี่ยวด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น จากการสืบสวนยังพบว่าพัวพันกับคดียาเสพติดอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน รวมแล้วกว่า 444 คดี

และได้เข้าไปมีส่วนคดียาเสพติดต่างๆ จนมีหมายจับติดตัวถึง 66 หมาย ครอบคลุมพื้นที่เกือบทั่วประเทศ ตั้งแต่คดียาบ้า 3.8 ล้านเม็ดที่ปทุมธานี ไปจนถึงยาบ้า 10 ล้านเม็ดในย่านบางพลี

ทำให้ “หนูเฉิน” กลายเป็นผู้ต้องหาที่ทางการไทยต้องการตัวมากที่สุด เคยมีชื่อในบัญชีประกาศสืบจับที่มีเงินรางวัลสูงถึง 1 ล้านบาท นั่นคือต้องจับให้ได้ไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน

ความเหนือชั้นของผู้ต้องหารายนี้ คือการฟอก “เงินสกปรก” กลายเป็น “เงินสะอาด” อย่างเป็นระบบ

เขาเลือกใช้ “ธุรกิจทองคำ” เป็นช่องทางหลักในการฟอกเงิน เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและตรวจสอบที่มาที่ไปได้ยาก หากมีการจัดฉากการซื้อขายให้ดูสมเหตุสมผล

เครือข่ายจะนำเงินสดจากการค้ายาเสพติดส่งไปยัง “นอมินี” เพื่อนำไปซื้อทองคำแท่งและทองรูปพรรณจากร้านทองชื่อดังหลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดชายแดน

จากนั้นจะมีการทำธุรกรรมอำพราง เช่น การแจ้งว่าเป็นการซื้อขายทองคำเพื่อส่งออก หรือการรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เส้นทางการเงินที่ไหลเวียนผ่านเครือข่ายร้านทองที่เกี่ยวข้องมูลค่าสูงถึงหลายพันล้านบาทต่อปี

เงินเหล่านี้ถูกวนกลับไปเป็นทุนในการผลิตยาเสพติดล็อตใหม่ กลายเป็นวงจรที่ไม่จบสิ้น จนกระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยจาก “สลิปโอนเงิน” และบัญชีม้าจนพบความเชื่อมโยงที่ดิ้นไม่หลุด

ปลายปี 2565 เมื่อแรงกดดันจากเจ้าหน้าที่ไทยเริ่มเข้าใกล้ตัว หนูเฉินได้ตัดสินใจใช้แผนลวงโลก จัดฉาก “ตายทิพย์” ของตนเอง

ข่าวลือถูกแพร่กระจายออกมาจากฝั่งเมียนมาว่า เขาถูกศัตรูคู่ค้าฆ่าล้างแค้นและโยนศพทิ้งลงแม่น้ำเมย เขตเมียวดี กระแสน้ำได้พัดมาร่างกายสูญหาย

แต่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยไม่เคยให้น้ำหนัก รู้ว่าอุปโลกน์ เพราะเส้นทางการเงินยังรันต่อเนื่อง การสั่งการยาเสพติดในเครือข่ายยังเดินต่อไปด้วยรูปแบบเดิม

ประกอบกับการตรวจสอบข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์และการข่าวเชิงลึกไม่พบการยืนยันการเสียชีวิตจริง

ทำให้ทั้งหน่วยงานความมั่นคง, ป.ป.ส. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังคงหมายจับทั้งหมดไว้ และเดินหน้าไล่ล่าต่อ

หลังจากนั้นได้เฝ้าติดตามคนใกล้ชิดและแวดล้อม “เจ้าพ่อยานรก” ตลอด จนทราบว่า หลบหนีไปกบดานและศัลยกรรมใบหน้าบางส่วนอยู่ในประเทศเกาหลีใต้

ต่อมา ตม.ได้เบาะแสว่า “สาวคนสนิท” ที่เป็นเด็กเอนฯ เดินทางไปญี่ปุ่น และได้ไปที่เกาหลีใต้เพื่อไปพบกันที่นั่น

ทางการไทยประสานงานกดดันจนต้องเดินทางออกจากเกาหลีใต้ โดยมีแผนจะไปซ่อนตัวที่ลาว ตามพาสปอร์ตที่ถือ

หลังจากนั้นจึงเกิดความร่วมมือระดับสากล โดยทางการไทยได้ประสานงานขอ “ลายนิ้วมือ” ที่ระบุตัวตนผู้ต้องหารายนี้จากประเทศต้นทาง

ปรากฏว่าตรงกับกองทะเบียนตรวจอาชญากรของไทย

นำไปสู่ปฏิบัติการล็อกตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ ระหว่างเปลี่ยนเครื่อง

เพราะพื้นที่ทั้งหมดของสนามบินสุวรรณภูมิคืออาณาเขตไทย

นี่คือช่องทางเดียวที่เจ้าหน้าที่ได้วางแผนอย่างแยบยลล่วงหน้า

และเมื่อนาทีสำคัญมาถึง ได้ลงมือปฏิบัติการทันทีที่เท้าผู้ต้องหารายสำคัญสัมผัสพื้นแผ่นดินไทย

ควบคุมตัวชายวัย 43 ปี และอ่านหมายจับที่ส่วนใหญ่เกี่ยวกับคดียาเสพติดและการฟอกเงิน

ปรากฏว่าสีหน้าผู้ต้องหาซีดเผือด ตระหนักได้ทันทีว่า อิสรภาพในชีวิตได้สิ้นสุดลงแล้ว

ปฏิบัติการครั้งนี้จึงถือเป็นความสำเร็จสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ไทยและเกาหลีใต้

ขณะนี้หนูเฉินถูกควบคุมตัวอย่างเข้มงวด ที่เรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพฯ แดน 2

โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังทำสำนวน และขยายผลยึดทรัพย์ จะแถลงข่าวอัพเดตให้ทราบต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ไทยประกันชีวิต เดินหน้าโครงการ ‘เสริมโอกาส สร้างอาชีพ’ ปี 4 ประเดิมที่แรก APCD หนุนกลุ่มเปราะบาง
เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)