bg-single

คดียิง ‘ส.ส.กมลศักดิ์’ บาน ยิ่งสืบยิ่งซับซ้อนซ่อนเงื่อน? แม่ทัพ 4 แถลงด้วยวาทะร้อน ก่อกระแสฮือ-จี้ย้ายพ้นใต้

16.04.2026

คอลัมน์ อาชญากรรม : อาชญาข่าวสด

คดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.เขต 5 จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 20 มีนาคม 2569 จนทำให้ผู้ติดตามบาดเจ็บสาหัส 2 ราย เริ่มคลี่คลายอย่างต่อเนื่อง หลังเจ้าหน้าที่เริ่มแกะรอยทยอยจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุ

แต่ระเบิดลูกใหญ่ที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ โยนลงกลางวงแถลงข่าวติดตามคดี ที่พรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 3 เมษายน สร้างแรงสั่นสะเทือนเป็นอย่างมากต่อหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เพราะหัวหน้าพรรคประชาชาติชี้เบาะแสรถปิกอัพที่เป็นพาหนะของกลุ่มมือสังหาร เป็นรถของทางราชการถูกพบโดยชำแหละทิ้งน้ำในอู่รถริมแม่น้ำบางนรา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

หน่วยราชการหน่วยแห่งนั้นคือ กอ.รมน. หรือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของนายกรัฐมนตรี

ประเด็นครึกโครมใหญ่โตขนาดนี้จึงเป็นเผือกร้อนที่ไม่มีใครอยากรับไปถือครอง

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า รีบออกแถลงการณ์ด่วนให้รอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานจากตำรวจ และยืนยันไม่ปกป้องผู้กระทำความผิด

แต่ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธว่า รถปริศนาคันดังกล่าวคือยานยนต์ในสังกัดหรือไม่

ผ่านไปเพียง 3 วันเท่านั้น พล.ร.ท.ทรงศักดิ์ จุมปามัญ ผู้อำนวยการประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับ กอ.รมน. กองทัพเรือ (ผอ.ปรมน.) ก็มีคำสั่งเด้ง น.อ.มนตรี โตประเสริฐ หัวหน้ากองบริหาร กอ.รมน.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้ให้ยืมรถคันที่เป็นพาหนะทีมมือปืน ไปปฏิบัติหน้าที่ในส่วนกลาง กองทัพเรือ

หลังผลสอบสวนพบเป็นผู้ครอบครองรถคันดังกล่าว และรับสารภาพอ้างให้คนรู้จักหยิบยืมไปใช้งาน โดยไม่รู้เห็นอะไรกับปฏิบัติการลอบสังหาร ส.ส.กมลศักดิ์

จากนั้นความคืบหน้าของคดีก็เงียบหายไปกับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ทำให้สังคมไทยจดจ่ออยู่กับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทุกวัน

แม้แนวทางการสอบสวนของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะดูเก้ๆ กังๆ คล้ายมีอะไรติดขัดไม่ลื่นไหล

แต่มีหรือที่อดีตตำรวจมือพระกาฬ ดีกรีสารวัตรแผนก 4 และผู้กำกับการ 2 กองปราบปราม อย่าง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่พิชิตคดีใหญ่ๆ มาแล้วทั่วราชอาณาจักร

รวมถึงเคยนั่งเก้าอี้เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) คลุกคลีทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดใต้มานานจะไม่ได้กลิ่นพิรุธแปลกปลอม

หัวหน้าพรรคประชาชาติเดินหน้าสืบข่าวชนิดกัดไม่ปล่อย เพราะเป้ากระสุนปืนครั้งนี้ไม่เพียงเป็น ส.ส.ในสังกัดเท่านั้น

แต่เขาคือทนายความสายสิทธิมนุษยชนที่ต่อสู้เพื่อความถูกต้องเป็นธรรมให้พี่น้องชายแดนใต้มาอย่างยาวนาน

ที่สำคัญคือลูกความส่วนใหญ่มักมีข้อขัดแย้งกับส่วนราชการ

วันที่ 11 เมษายน พ.ต.อ.ทวีได้เดินทางเป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ นายจำนัล เหมือนดำ อดีตรองเลขาธิการ ศอ.บต. ที่วัดท่าสำเภาใต้ ม.4 ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง

การที่นายตำรวจเก่าย่างเท้าเข้าพัทลุงครั้งนี้ ทุกสายตาต่างจับจ้องเป็นอย่างมากว่า อาจมีนัยมากกว่าการมาร่วมงานศพเพียงอย่างเดียว

เพราะข้อมูลทางการสืบสวนเชิงลึกปรากฏว่า หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการก่อเหตุลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ อาจมีส่วนเชื่อมโยงกับบุคคลในพื้นที่ จ.พัทลุง

การปรากฏตัวของหัวหน้าพรรคประชาชาติในพื้นที่ครั้งนี้ จึงถูกจับตามองว่าอาจเป็นการลงพื้นที่ เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิดด้วยตนเอง

และในวันเดียวกัน พ.ต.อ.ทวีก็มุ่งหน้าไปยังนราธิวาส ในเวลาเดียวกันกับที่ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส นำทีมพนักงานสืบสวนสอบสวนเข้าสอบปากคำนายกมลศักดิ์เพิ่มเติม เพื่อสรุปพยานหลักฐานและข้อมูลใหม่ที่สืบทราบมา

พ.ต.อ.ทวีใช้เวลาตลอดคืนประชุมลับร่วมกับทีมสืบสวน เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจนพบ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของคดี

โดยเฉพาะโครงข่ายของผู้บงการที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นจากพยานหลักฐานใหม่ที่เพิ่งปรากฏ ตัวผู้บงการที่เค้าโครงเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จากพยานหลักฐานที่รวบรวมมา

สิ่งที่น่าตกใจคือมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นการ “ลงขัน” จ้างวานสังหารจากกลุ่มผลประโยชน์ที่บงการอยู่เบื้องหลังมากกว่าหนึ่งฝ่าย

วันมหาสงกรานต์ 13 เมษายน กอ.รมน.ก็ขยับท่าที เปิดแถลงความคืบหน้าคดีลอบสังหาร ส.ส.กมลศักดิ์ ที่ค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี นำโดย พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 พร้อม พ.อ.มานะ ปริญญาศิริ ผอ.สำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน. ภาค 4 สน. และ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ร่วมแถลงความคืบหน้ากรณีรถยนต์ราชการ กอ.รมน.จังหวัดนราธิวาส และจับกุมมือปืน

โดยระบุว่า ตำรวจออกหมายจับผู้ต้องหา 5 ราย จับกุมได้แล้ว 4 ราย คือ นายสมพร ลังเดช, นายอลลาวี อาแว, นายสุนทร พรหมภักดี ถูกจับกุมตัวไปก่อนหน้านี้

ล่าสุด นายธนภัทร วัฒนภิญโญ อดีตทหารพราน หนึ่งในทีมสังหารถูกจับกุมตัวได้ที่ จ.กาญจนบุรี เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าร่วมก่อเหตุจริง โดยเป็นการว่าจ้างมาอีกทอดหนึ่ง

คงเหลือเพียง ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนาวิกโยธิน ที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี และมีรายงานว่าอาจหนีออกนอกประเทศไปแล้ว

สำหรับการจับกุมผู้ต้องหารายล่าสุดยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงถึงผู้จ้างวาน และ น.อ.มนตรี โตประเสริฐ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานบุคคลและส่งกำลังบำรุง ผู้ดูแลรถราชการ ใช้อำนาจหน้าที่มิชอบอนุญาตให้ ร.อ.วิโรจน์ ยืมรถกระบะโตโยต้า วีโก้ ทะเบียน ญจ 6847 กรุงเทพมหานคร ไปใช้ส่วนตัวถึง 3 ครั้ง

ครั้งล่าสุดไม่มีเอกสารอนุมัติและไม่แจ้งสถานที่ใช้งาน ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรงฐานละเลยหน้าที่และสร้างความเสียหายต่อราชการอย่างหนัก

ขณะที่ พล.ท.นรธิป กล่าวย้ำอีกครั้ง กองทัพไม่ปกป้องผู้กระทำผิดเด็ดขาด เหตุการณ์นี้เป็นการกระทำส่วนบุคคลที่นำทรัพยากรหลวงไปใช้ทางที่ผิด ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานภาพรวมของหน่วยงาน

แต่ในช่วงหนึ่งผู้สื่อข่าวสอบถามว่า กรณีที่มีนายทหาร กอ.รมน.ให้รถผู้ต้องหานำรถไปใช้ก่อสร้างความเสียหายให้ทาง กอ.รมน.ภาค 4 แม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันได้หรือไม่ว่าทางกองทัพไม่ดำเนินการแบบนี้กับผู้เห็นต่าง

พล.ท.นรธิปตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า ไม่มีแน่นอน เราไม่ไปดำเนินการแบบนั้น

แต่จากนั้นแม่ทัพภาคที่ 4 ก็ปิดไมโครโฟน แล้วพูดหลังไมค์ว่า “ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ”

ก่อนจะเปิดไมค์แล้วกล่าวเพิ่มเติมว่า นี่เป็นเรื่องส่วนตัวหรือไม่ ตนไม่รู้ว่าไปรับงานใครมา เป็นเรื่องของพนักงานสืบสวนสอบสวนต่อ

คําพูดหลังไมค์ที่พยายามปฏิเสธว่าราชการไม่เกี่ยวข้อง แต่การใช้คำพูดลักษณะเช่นนี้ เมื่อออกจากปากของผู้คุมกำลังกองทัพภาคใต้สร้างแรงกระเพื่อมลูกใหญ่ขึ้นมาในทันใด

ทำให้ในวันที่ 14 เมษายน หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกแถลงการณ์เป็นเอกสารยืนหยัดตามคำแถลงของ ผอ.รมน.ภาค 4 (พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4) ด้วยเกียรติ และความบริสุทธิ์ใจ

โดยเฉพาะในกรณีการลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ เราเชื่อมั่นว่า พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของตำรวจจะนำมาซึ่งคำตอบที่ชัดเจน ว่าหน่วยความมั่นคง ภายใต้การบังคับบัญชาของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับเหตุการณ์ดังกล่าว

ความจริงต้องถูกพิสูจน์ด้วยหลักฐาน ไม่ใช่ด้วยความรู้สึก

หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส จะยังคงเดินหน้าดูแลความสงบสุขให้ประชาชนด้วยความจริงใจ โปร่งใส ตรวจสอบได้ เราเชื่อว่าความยุติธรรมคือรากฐานของสันติสุขที่แท้จริง

แต่พรรคประชาชาติก็ออกแถลงการณ์จี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ถึงการที่ แม่ทัพภาคที่ 4 สื่อสารย้อนแย้งอย่างสิ้นเชิงกับนโยบายที่นายกฯ แถลงต่อรัฐสภา ว่า จะแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามหลักการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อนำสันติสุขที่ยั่งยืนกลับคืนสู่พื้นที่ชายแดนใต้

ซึ่งสอดคล้องกับความคิดเห็นของ นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน นายกัณวีร์ สืบแสง อดีต สส. และประธานมูลนิธิสิทธิเพื่อสันติภาพ รวมถึงนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สว. กรรมาธิการทหารวุฒิสภา

นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ พล.ท.นรธิป กล่าวพาดพิงถึงโรงเรียนตาดีกา ทำให้องค์กรหลักด้านการศึกษาและศาสนาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แสดงความไม่พอใจ ยื่นร้องต่อนายกฯ ซึ่งลงพื้นที่ในวันที่ 17 เมษายน ให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 นายนี้ออกจากพื้นที่

เวลานี้คดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ไม่ได้เป็นเพียงคดีอาชญากรรมธรรมดาเสียแล้ว

แต่กำลังกลายเป็นบทพิสูจน์ความจริงใจของรัฐไทยในการแก้ปัญหาไฟใต้ท่ามกลางความคลางแคลงใจของประชาชนว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับปมการเมือง หรือมีเบื้องลึกที่ซับซ้อนกว่านั้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)
50 ปี 6 ตุลา : จังหวะของประวัติศาสตร์ และการจรรโลงความรู้สึก