E-DUANG
ปรากฎการณ์ IO อันเนื่องแต่สถานการณ์”ถ้าเป็นผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก”ในสถานการณ์ลอบสังหาร ส.ส.พรรคประชาชาติที่นรา ธิวาส
กำลังดำรงอยู่ในลักษณะแห่ง”น้ำผึ้งหยดเดียว”ทางความคิด ทางการเมือง
เหมือนกับจะเป็นเรื่องของ กอ.รมน. ไม่เกี่ยวกับ รัฐบาล
แต่ในเมื่อ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นภายใน เป็นของนายกรัฐมนตรี หรือแล้วแต่นายกรัฐมนตรีจะมอบหมาย เรื่องจึงตกอยู่ในความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีและของรัฐบาล
หากประเมินจากท่าทีและความพยายามของนายกรัฐมนตรี เมื่อเดินทางลงไปในพื้นที่และปล่อยคำ”ขอโทษ”ออกมา
ไม่ว่าจะจาก”นายกรัฐมนตรี” ไม่ว่าจะจาก”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม” ไม่ว่าจะจาก”แม่ทัพภาคที่ 4”เด่นชัดว่าต้องการให้เรื่องจบไปพร้อมกับคำว่า”ขอโทษ”
กระนั้น หากติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องก็จะตระหนักได้เลยว่ามีความยุ่งยากเป็นอย่างยิ่งในการจบ
ทั้งในเรื่อง”ลอบสังหาร” ทั้งในเรื่องของ”IO”
เหตุที่เรื่องไม่อาจจบได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วไปตามความต้อง การของนายกรัฐมนตรีและของรัฐบาลเพราะว่าแต่ละเรื่องได้เดินหน้าไปเหนือความคาดหมาย
และที่สำคัญเป็นอย่างมากพื้นที่แห่งปัญหา องค์ประกอบแห่งความขัดแย้งได้ฝังรากอย่างลึกซึ้ง
เห็นได้จากการขยายความขัดแย้งจากระหว่างคู่กรณีกลาย เป็นเรื่องของพรรคการเมือง กลายเป็นเรื่องระหว่างพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาล
เห็นได้จากการขยายความขัดแย้งจากกรณีของ น.ส.ฐปนีย์ เอียดศรีไชย กลายเป็นเรื่องของ”สมาคม”นักข่าว นักหนังสือพิมพ์
เห็นได้จากแม้กระทั่ง ปอเนาะ ตาดีกา ทั้งในรูปของโรงเรียน และในรูปของสมาคม ก็มีการขับเคลื่อนพร้อมกับข้อเรียกร้องที่รุน แรงแหลมคม
แม้คำ”ขอโทษ”อันออกมาจากนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม แม่ทัพภาคที่ 4 จะชัดถ้อยชัดคำ
แต่เส้นการเดินทางลงภาคใต้ของรัฐบาลก็ใช่จะเรียบรื่น
ต้องยอมรับว่าสถานการณ์อันปะทุขึ้นที่บาเจาะ นราธิวาส เป็นเรื่องที่รัฐบาลมิได้คาด
เพราะเป็นปรากฏการณ์อันเกิดขึ้นที่ชายแดนภาคใต้
เป็นผลและความต่อเนื่องจากปัญหาและความขัดแย้งที่สะสมมาอย่างยาวนาน ลากดึงไปได้ตั้งแต่สถานการณ์ปล้นปืน ในเดือนมกราคม 2547
ตามมาด้วยปัญหากรือเซ๊ะ ตามมาด้วยปัญหาตากใบ
เป็นเรื่องตั้งแต่รัฐบาลพรรคไทยรักไทย รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ รัฐบาลพรรคเพื่อไทย รัฐบาลพรรคพลังประชารัฐ แล้วตกถึงมือรัฐบาลพรรคเพื่อไทย
จากเดือนมกราคม 2547 กระทั่งเดือนเมษายน 2569 หมดสิ้นงบประมาณจำนวนมหาศาล
แต่ความสงบก็ยังไม่บังเกิดขึ้นให้เป็นที่พอใจ
ไม่ว่าจะมองจากความจัดเจนของพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะมองจากความจัดเจนของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะมองจากความจัดเจน ของพรรคประชาธิปัตย์
ปัญหานี้มิอาจสิ้นสุดลงด้วยคำว่า”ขอโทษ”
ตรงกันข้าม ที่สะสมมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานกำลังเรียก ร้องศักยภาพของรัฐบาล”ภูมิใจไทย เพื่อไทย”อย่างเป็นพิเศษ
จะหาทางจบลงอย่างไรภายหลังคำว่า”ขอโทษ”
