bg-single

HAMNET | ‘ชีวิตแสนสั้น ศิลปะยืนยาว’

26.04.2026

ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์

Hamnet-Hamlet ถือเป็นชื่อเดียวกันสำหรับชาวอังกฤษสมัยเอลิซะบีธัน

นี่เป็นประโยคโปรยเรื่องแรกเริ่มของหนัง Hamnet

เรื่องราวส่วนหนึ่งในชีวิตของวิลเลียม เชกสเปียร์ กวีและนักเขียนบทละครผู้มีชีวิตอยู่ในสมัยพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 1 และถือว่ามีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกวรรณกรรมการละครสากล

แต่ Hamnet ไม่ใช่หนังชีวประวัติ แต่สร้างจากจินตนิยายของแม็กกี้ โอฟาร์เรล ซึ่งใช้จินตนาการประพันธ์เรื่องราวเบื้องหลังเบื้องลึกของบทละครที่ถือกันว่าลุ่มลึกที่สุดของวิลเลียม เชกสเปียร์ ซึ่งได้รับการตีความด้วยนัยความหมายต่างๆ นานา หลายแง่หลากมุมตลอดชั่วระยะเวลากว่าสี่ศตวรรษมาแล้ว

บทภาพยนตร์เป็นผลงานร่วมของแม็กกี้ โอฟาร์เรล และผู้กำกับโคลอี้ เจา ซึ่งทำได้อย่างละเมียดละไมและโดนใจมาก

ประกอบกับการแสดงที่จับตาจับใจจับอารมณ์ของเจสซี บัคลีย์ และพอล เมสกัล ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังดีที่สุดเรื่องหนึ่งของปีที่ผ่านมา

คนที่เคยรู้เรื่องราวชีวิตของเชกสเปียร์มาบ้างจากชีวประวัติอันเบาบาง ที่นักวิชาการวรรณกรรมรวบรวมปะติดปะต่อมาได้จากข้อมูลหลักฐานน้อยนิดที่ยังหลงเหลือมาถึงคนรุ่นหลัง น่าจะทราบว่าเชกสเปียร์ในวัยสิบแปดแต่งงานกับแอนน์ แฮธาเวย์ หญิงผู้แก่กว่าเขาแปดปี

และดูจะเป็นการแต่งงานที่รีบร้อน เพราะหลังจากนั้นหกเดือน เธอก็ให้กำเนิดลูกสาวชื่อซูซานนา และต่อมาพวกเขาก็มีลูกแฝดชาย-หญิงด้วยกันอีก ชื่อแฮมเน็ต และจูดิธ

ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อแอนน์ แฮธาเวย์ นางเอกผู้โด่งดังจากเรื่อง The Devil Wears Prada ยังนึกอยู่เลยว่าดาราสาวสวยคนนี้มีชื่อเดียวกับภรรยาของเชกสเปียร์

ใน Hamnet ผู้หญิงที่จะแต่งงานมีลูกกับเชกสเปียร์ถูกเรียกว่า แอนเยส (Agnes) ซึ่งเป็นชื่อเต็มที่พ่อของเธอใช้เรียกในพินัยกรรม

ใน Hamnet แอนเยสเป็นหญิงสาวผู้ชอบชีวิตในป่าของสแตรตฟอร์ด ซึ่งเป็นเมืองชนบทห่างไกลจากชีวิตในเมืองหลวงลอนดอน

ภาพแรกที่เราเห็นในหนังคือ แอนเยสในชุดกระโปรงแดงนอนขดตัวแสนสบายอยู่ในโพรงต้นไม้กลางป่า เหมือนเป็นตัวอ่อนหรือทารกในครรภ์

กิจกรรมประจำวันของเธอคือฝึกเหยี่ยวให้เชื่อง บินลงมาเกาะแขนที่สวมถุงมือกันกรงเล็บเหยี่ยว และเรียนรู้วิถีธรรมชาติจากแม่ผู้ล่วงลับไป

ผู้คนต่างเรียกแม่ของแอนเยสว่าเป็นแม่มดในป่า และมองแอนเยสเป็นคนนอกสังคม

วิลเลียม เชกสเปียร์ ต้องตาต้องใจเมื่อแรกเห็นแอนเยสเดินออกจากป่า ขณะที่เขากำลังติวภาษาละตินให้แก่เด็กผู้ชาย

ด้วยความที่เป็นลูกของคนทำถุงมือ วิลเลียมพยายามจีบแอนเยสด้วยการทำถุงมือกันกรงเล็บเหยี่ยวให้ แต่แอนเยสก็ไม่สนใจ

ต่อเมื่อเขาเล่าเรื่องปรัมปราในปกรณัมกรีกให้เธอฟัง เธอจึงมองเขาไม่เหมือนเดิมอีก

ออร์เฟียสสูญเสียคนรักชื่อยูริดีสไปด้วยความตายมาพราก แต่เขาไม่ยอมท้อถอย กลับเดินทางลงไปยมโลกเพื่อตามหาตัวเธอ และต่อรองกับพญายมเพื่อจะได้ตัวเธอกลับไปสู่พื้นโลก พญายมยอมตกลง ด้วยเงื่อนไขว่าเธอจะเดินตามเขาไปเงียบๆ จนขึ้นสู่พื้นโลก แต่ออร์เฟียสจะต้องไม่หันกลับมามองเธอเลย เมื่อเกือบสุดทาง ออร์เฟียสหันกลับมามองเธอ ทั้งสองจึงต้องพรากจากกันตลอดกาล

เมื่อทั้งสองแต่งงานและมีลูกคนแรกด้วยกัน วิลเลียมซึ่งมีความเป็นศิลปินและกวีอยู่ในตัว ไม่มีความสุขกับงานทำถุงมือของครอบครัว พ่อที่เอาแต่ดุว่าและลงไม้ลงมือ

แอนเยสจึงส่งเสริมให้สามีไปลอนดอนเพื่อจะมีอาชีพสมดังใจปรารถนา

วิลเลียมสร้างชื่อให้ตัวเองในฐานะนักเขียนบทละคร และกลับมาเยี่ยมบ้านที่สแตรตฟอร์ดเป็นครั้งคราว แอนเยสตั้งท้องอีกครั้ง และคลอดลูกแฝดขณะที่สามีไม่อยู่ด้วย

วิลเลียมซื้อบ้านที่ใหญ่ที่สุดในสแตรตฟอร์ดให้ครอบครัวอยู่อาศัย และต้องจากไปลอนดอนอีก

เมื่อฝาแฝดอายุได้ 11 ปี ก็เกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ในอังกฤษ และพรากแฮมเน็ต แฝดผู้พี่ไป

ความตายแทรกเข้ามาตระหง่านทะมึนขวางกั้นความสัมพันธ์ของสามีภรรยาอย่างยากจะสมานคืน

เมื่อแอนเยสได้ยินว่า สามีเขียนบทละครเรื่องใหม่ซึ่งกำลังจะเปิดแสดงที่โรงละครในลอนดอน เธอเจ็บปวดมากกับการที่ลูกของเธอถูกใช้เป็นเครื่องมือในอาชีพ

ละครเรื่องใหม่ของเชกสเปียร์ชื่อ “โศกนาฏกรรมของแฮมเล็ต”

แอนเยสดั้นด้นเดินทางพร้อมน้องชายบาร์โธโลมิว (โจ อัลวิน) ไปลอนดอนเพื่อไปหาสามี แต่ก็ไม่พบเขาที่บ้านพัก เธอจึงไปดูละครเรื่องใหม่ของเขาที่เพิ่งเปิดแสดง

และที่นั่นเอง เธอก็เกิดความเข้าใจในตัวสามีและความทุกข์ทรมานของเขา และได้เห็นผลงานชิ้นใหญ่ที่จะทำให้ชื่อของลูกชายยืนยงสถิตอยู่เป็นอมตนิรันดรกาล

หนังมีองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบมาก ทั้งการจัดองค์ประกอบภาพ แสงสี การดำเนินเรื่องอย่างละเมียดละไม คาแรกเตอร์ที่ลุ่มลึก ความหมายของชีวิตและสัญลักษณ์ที่โดดเด่น

รวมทั้งการแสดงที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเจสซี บัคลีย์ ซึ่งได้ใจไปเต็มร้อยเลย

หนังยังสอดแทรกบทตอนจากผลงานของเชกสเปียร์ไว้อย่างชาญฉลาด เช่น ฉากแม่มดสามตนตอนเปิดเรื่องบทละครเรื่อง “แมคเบธ” โดยให้ลูกทั้งสามคนหาเครื่องแต่งกายพื้นๆ ตามที่เด็กๆ จะหาได้ แล้วเล่นละครฉากนี้ให้พ่อแม่ดู

แน่นอนว่า ถ้า Hamlet ขาดบทพูดคนเดียวที่นักการละครและนักแสดงละครเวทีแทบทุกคนท่องจำได้ขึ้นใจ ก็จะมีอะไรขาดหายไป

To be, or not to be…จึงถูกใส่เข้ามาในจุดที่เหมาะสมที่สุด และออกมาจากปากของวิลเลียม เชกสเปียร์ เองในฐานะพ่อที่สูญเสียลูกไปให้แก่ความตาย

หนังยังขมวดเรื่องจบอย่างได้ใจอีกด้วยฉากวาดเป็นป่าบนเวทีละคร และสายตาของแอนเยสที่มองเห็นแฮมเน็ตเดินหายเข้าไปในโพรงมืดกลางป่าบนเวที ชวนให้เรานึกย้อนกลับไปที่ฉากเปิดเรื่องอีกครั้ง

และแล้วโปสเตอร์แบบสมัยก่อนที่เป็นม้วนผ้าคลี่ออกเป็นการประชาสัมพันธ์ละคร พร้อมข้อความภาษาละติน ซึ่งแปลได้ความเหมือนที่เชกสเปียร์เคยเขียนไว้ในบทละครเรื่องสุดท้ายของเขา เป็นความว่า “All the world’s a stage”

เป็นการลงจบที่สวยงามและได้ความหมายยิ่ง….

HAMNET

กำกับ

Chloe Zhao

นำแสดง

Jessie Buckley

Paul Mescal

Emily Watson

Joe Alwyn

Jacobi Jupe



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!