เขย่าสนาม | เมอร์คิวรี่
ทําท่าว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งมหากาพย์ของวงการมวยไทย สำหรับกรณีระหว่าง ONE Championship องค์กรศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และ รถถัง จิตรเมืองนนท์ อดีตแชมป์โลกมวยไทย ONE รุ่นฟลายเวต ซึ่งมีข้อพิพาทกันจนเป็นข้อขัดแย้งถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลฟ้องร้องกันเลยทีเดียว
เรื่องราวที่เกิดขึ้นต้องย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2565 รถถัง และชายคนหนึ่ง เซ็นสัญญาเอกสารภาษาอังกฤษภายในห้องพักส่วนตัว โดยความไว้เนื้อเชื่อใจกันในฐานะพี่น้อง ซึ่งเป็นการเซ็นสัญญารอบที่สองภายใต้สังกัด ONE Championship หลังจากนั้นรถถังได้ทวงถามขอดูสัญญาฉบับเต็มดังกล่าวมาโดยตลอด
จนกระทั่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 รถถัง เพิ่งได้รับสำเนาสัญญาดังกล่าวเป็นครั้งแรกหลังร้องขอมาอย่างยาวนาน และได้เห็นความผิดปกติของเอกสารสัญญาภาษาอังกฤษที่เขาอ่านไม่ออก
จนเมื่อวันที่ 25-26 มีนาคม 2569 รถถังตัดสินใจโพสต์ว่าหมดสัญญากับ ONE แล้ว พร้อมประกาศตัวเป็นฟรีเอเย่นต์
ประเด็นเริ่มมาคุในช่วงต้นเดือนเมษายน เมื่อรถถังดับเครื่องชนโพสต์อีกครั้งว่า โดนปลอมลายเซ็นในเอกสารกว่า 30 ฉบับ โดยคู่กรณียอมรับต่อหน้าทนายว่าลงนามแทนจริง ไปสู่การเตรียมเข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปราม เมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 เมษายน 2569 แต่เลื่อนแจ้งความไปก่อน เพราะมีการติดต่อขอเจรจาไกล่เกลี่ยเข้ามา
แต่ว่าช่วงดึกของคืนวันที่ 14 เมษายน 2569 ONE ประกาศฟ้องรถถัง 3 ใน 3 ประเทศ คือ ประเทศไทย ประเทศสิงคโปร์ และประเทศญี่ปุ่น ในข้อหาผิดสัญญาและหมิ่นประมาท
ตามด้วยวันที่ 17 เมษายน 2569 จิติณัฐ อัษฎามงคล ประธาน ONE Championship ประจำประเทศไทย ยื่นฟ้องต่อศาลในไทย เรียกความเสียหายจากรถถัง 542 ล้านบาท
ในข้อหาหมิ่นประมาท ที่ส่งผลเสียหายต่อองค์กร
ภายใต้สัญญาของรถถัง กับ ONE มีเงื่อนไขที่น่าสนใจก็คือ “Matching Period 12 เดือน” ที่ระบุว่า หลังสัญญาหมดอายุ ONE ยังมีสิทธิยื่นข้อเสนอสู้ราคากับค่ายอื่น และรถถังห้ามไปชกที่ไหนเด็ดขาดจนกว่าระยะเวลานี้จะสิ้นสุด ดังนั้น การประกาศตัวเป็นฟรีเอเย่นต์ จึงเท่ากับเป็นการ “ละเมิดสัญญา” ในมุมมองของ ONE
ONE จึงใช้ยาแรงด้วยการเดินหน้าฟ้องรถถัง รวดเดียว 3 ประเทศ รวมตัวเลขทั้งสิ้นกว่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 640 ล้านบาท โดยเหตุที่ฟ้องในสิงคโปร์เพื่อบังคับใช้สัญญาหลักและสิทธิในการ Match ข้อเสนอ ขณะที่การฟ้องที่ญี่ปุ่น เป็นการปกป้องชื่อเสียงจากศึก ONE Samurai 1 และเรียกค่าเสียหายจากการโฆษณา ส่วนการฟ้องในไทยเป็นข้อหาหมิ่นประมาทที่ทำให้เสียชื่อเสียง
เวลาถัดมาเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 รถถัง พร้อมด้วยทีมงานทนายความ ได้เปิดบ้านที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อแถลงข่าวชี้แจงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่ามีหลักฐาน พยาน และไทม์ไลน์ทั้งหมดของการดำเนินการประสานระหว่างทั้งสองฝ่าย ที่สำคัญรถถังบอกว่า พร้อมเปิดรับการเจรจากับทาง ONE เพื่อให้เรื่องราวดราม่าครั้งนี้ยุติลงให้เร็วที่สุด
วันรุ่งขึ้นในวันที่ 19 เมษายน 2569 ONE Championship เปิดแถลงข่าวชี้แจงถึงบทสรุปกรณีของรถถัง ที่ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ จ.นนทบุรี โดยเป็นการหารือร่วมกันระหว่าง จิติณัฐ อัษฎามงคล ประธาน ONE Championship ประจำประเทศไทย, สมจิตร แว่นแก้ว หัวหน้าค่ายมวยจิตรเมืองนนท์, “ซ้อเอ๋” สุนทรี โลหะพืช หัวหน้าค่ายและโปรโมเตอร์ศึกจิตรเมืองนนท์ และตัวของรถถัง
ภายหลังการหารือระหว่างกันได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวร่วมกัน โดยได้มีการยื่นข้อเสนอ 3 ข้อระหว่างกันคือ ข้อเสนอจากทางฝั่งรถถัง 3 ข้อ ประกอบด้วย
1. ONE ต้องถอนฟ้องทุกคดี ทั้งแพ่ง และอาญา รวมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
2. ONE ต้องยกเลิกสัญญาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการตกลงด้วยวาจา หรือลายลักษณ์อักษร
และ 3. รถถังจะขึ้นชกโดยอิสระในการชกในวันที่ 29 เมษายน
ส่วนข้อเสนอจากทางฝั่ง ONE 3 ข้อเช่นกัน ประกอบด้วย
1. รถถังต้องไม่ดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญา กรณีลายเซ็นให้แถลงขอโทษเพราะเข้าใจผิดเรื่องปลอมลายเซ็น
2. รถถังต้องไม่พูดถึงรายละเอียดสัญญาที่เซ็นเมื่อปี 2022
และ 3. รถถังต้องไม่โพสต์พาดพิงองค์กร ONE ให้เกิดความเสียหายอีกต่อไป
ในวันนั้น จิติณัฐ อัษฎามงคล ระบุว่า ประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทาง ONE และรถถัง ไม่อยากให้เกิดขึ้น ทำให้รู้สึกอัดอัด และเจ็บปวด เพราะเรามีสัมพันธ์ที่ดีมากก่อนหน้านี้ แต่กลับไม่เข้าใจกันจนกลายเป็นคดีความฟ้องร้อง จึงพยายามหาวิธีเจรจาหาทางออก ไม่ให้บานปลาย และเราอยากหาทิศทางเดินสู่ทางออกที่ดีของทุกฝ่าย
ด้าน รถถัง จิตรเมืองนนท์ กล่าวว่า ดีใจที่เรื่องนี้จบลงด้วยดี หลังจากที่ได้มีการพูดคุยกันทุกฝ่าย แต่ละฝ่ายก็เห็นพ้องต้องกันเป็นผลสำเร็จ ซึ่งต้องขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เรื่องนี้จบลง ส่วนตัวเองนั้นก็จะตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อมให้พร้อมเต็มที่ เพื่อเตรียมขึ้นชกในวันที่ 29 เมษายนนี้ และจะเอาชัยชนะกลับมาให้แฟนชาวไทย รวมทั้งต้องขอบคุณแฟนมวยทุกคนที่ช่วยกันซัพพอร์ตมวยไทย
เรื่องราวดราม่าเหมือนจะจบลงด้วยดีแบบแฮปปี้เอนดิ้งในวันนั้น แต่กลับไม่จบลงง่ายๆ เมื่อ นิก แอตกินส์ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศในแวดวงการต่อสู้ ซึ่งเปรียบเสมือนสายข่าววงในจาก ONE Championship ระบุว่า ตามข่าวที่ได้รายงานไปก่อนหน้านั้นทำให้เข้าใจได้ว่าตัวของ รถถัง และ ONE เคลียร์กันได้ลงตัว เพราะต่างฝ่ายต่างยอมรับข้อเรียกร้องทั้งคู่ แต่ความจริงคือ “ไม่ใช่”
เพราะมีการเปิดเผยว่าข้อเรียกร้องจากฝั่งรถถังนั้น ทางผู้บริหาร ONE Championship ยังไม่ตอบรับอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร จริงอยู่ที่ว่านักชกไทยรายนี้ขอเป็นอิสระ หรือฟรีเอเย่นต์ แต่ก็ยังมีข้อผูกมัดจากสัญญาเดิมที่เซ็นกันไป คือ Exclusive negotiation period หรือสิทธิในการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ ในช่วงระยะเวลา 12 เดือน
ข้อสรุปของเรื่องนี้เป็นไปได้ว่า ONE กับ รถถัง ยังมีข้อผูกมัดกันในเรื่องของสัญญา แม้ตัวนักชกจะกลายเป็นฟรีเอเย่นต์แล้วก็ตาม โดยมีการเปิดเผยว่าหลังจบไฟต์ที่เจ้าตัวจะพบกับ ทาเครุ เซกาว่า ศึก ONE Samurai 1 จะมีการพูดคุยเรื่องนี้กันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ตอนแรกเหมือนว่าเรื่องราวดราม่าจะจบลงแล้ว แต่กลับไม่ใช่เลย และอาจจะเป็นการเริ่มต้นของสงครามครั้งใหม่ระหว่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์ และ ONE Championship
ซึ่งต้องจับตาดูกันภายหลังจบศึก ONE Samurai 1 ที่อาริอาเกะ อารีน่า กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 29 เมษายนนี้ อาจจะเกิดสงครามความขัดแย้งปะทุขึ้นอีกครั้งก็เป็นได้
เพราะ “ความเชื่อใจ” ต่างจาก “สัญญา” ที่มีผลผูกมัดทางกฎหมาย และเรื่องราวดราม่าครั้งนี้จะเป็นเคสตัวอย่างที่ดีให้กับทั้งนักมวยอาชีพ และนักกีฬาอาชีพที่จะต้องศึกษาให้เป็นอย่างดี
อย่าใช้แต่ความไว้ใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะอาจจะเดินไปสู่หายนะในชีวิตการเป็นนักกีฬาได้แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว…
