ดวงตาของเรามัวหม่น
เขม่าควันม้วนกลืนก้อนสมอง
ละอองฝุ่นอัดแน่นเต็มสองปอด
เส้นเลือดบวมเป่ง ร้อนระอุด้วยป่วยไข้
ฉีดซ่านซึมสายในดวงตาแดงก่ำ
ไหลหยดออกมาพร้อมลมหายใจ
และมันอาจกัดกินเงียบเชียบลึกเร้นในร่าง
คุณเห็นไหม
ไม่มีก้อนเมฆ ดวงดาว
ไม่มีภูเขา แม่น้ำ
อาทิตย์และจันทร์อับแสง
นกตกลงมาตายด้วยร้อนร้ายไอพิษ
บนนั้น
สูงขึ้นไปบนสวรรค์ชั้นฟ้า
ไม่มีเทวดา เทพเจ้า และฝนสักเม็ด
มนุษย์แห่แหนคลานกราบวอนขอมาหลายพันปี
ฆ้องกบเก่าแก่ผุกร่อนกะเทาะล่อน
แมวขอฝนตัวใหม่อ่อนล้าจวนเจียนจะขาดใจ
คุณได้ยินไหม
เสียงลมหายใจกระแทกกระทั้นลำคอแห้งผาก
คละเคล้าเสียงก่นด่าร่ำไห้แหบโหย
ถูกผิดดีชั่วถูกล้วนบดบังกลืนหาย
ไม่ใช่ “ไม่รู้เห็น”
แต่เป็น “ไม่รู้สึก”
เราจึง “ไร้ตัวตน” เป็นแค่เงาเลือนราง
เหมือนคนที่ไม่รู้ตัวว่าได้ตายไปแล้ว
ร่างละลายจมหายไปในแดนฝุ่น
ใช้ชีวิตเหมือนวิญญาณเร่ร่อนในเมืองผี
เด็กเล็ก หนุ่มสาว ผู้เฒ่าผู้แก่
เราต่างกลายเป็นวิญญาณวูบไหวพร่าเลือน
ฉันอยากชวนคุณๆ ทั้งหลายมาเยือน
บ้านเมืองบังตา
อยู่ร่วมและหายไปพร้อมกับเรา
สักคราหนึ่ง
