ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์
SENTIMENTAL VALUE
ในบรรดาเสียงสรรเสริญและคำกล่าวขวัญทั้งหลายทั้งปวงสำหรับ Sentimental Value หนังเรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ 9 สาขา และได้รับรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมไป
ทำให้เป็นประวัติการณ์ของหนังจากนอร์เวย์เรื่องแรกที่ได้รับรางวัลสาขานี้
กระนั้น ถึงแม้จะไม่ได้รางวัลสูงสุด เพราะปีนี้มีหนังดีๆ เข้าชิงกันแบบต้องลุ้นจนคอโก่ง แต่การได้รับเสนอชื่อเข้าชิงมากมายหลายสาขา ก็ทำให้หนังดราม่าเรื่องนี้น่าจับตาอย่างยิ่ง
และพอได้ดูเข้าจริง ก็ทำให้นิ่งขึงตะลึงตะไลไปอีกพักใหญ่หลังจากหนังจบเรื่องไปแล้ว
นับได้ว่าเป็น “มาสเตอร์พีซ” ของภาพยนตร์ที่ถึงพร้อมด้วยองค์ประกอบที่สมบูรณ์มากเลยก็ว่าได้
ไม่ว่าจะเป็น
…บทที่เล่าเรื่องได้อย่างชาญฉลาดเหนือชั้น…
…เนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์และสัมพันธภาพที่ซับซ้อน…
…ความลุ่มลึกของแคแร็กเตอร์…
…ความหมายของเรื่องที่ซ้อนทับกันหลายชั้น…
…การจัดภาพ แสงสีและองค์ประกอบที่น่าจับตา…
…ฝีมือการแสดงเหนือชั้นของนักแสดงหลัก…
…รวมทั้งฝีมือการกำกับการแสดง ภาพและองค์ประกอบทุกส่วนที่กำหนดจังหวะพอเหมาะพอเจาะจนลงตัวเป๊ะพอดิบพอดี ตั้งแต่ต้นจนจบ ทิ้งความหมาย ความเข้าใจและอารมณ์ร่วมไว้แก่คนดู

เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นที่ออสโล เมืองหลวงของนอร์เวย์ ประเทศที่ตั้งอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือ แต่ไม่ได้ใช้ภูมิอากาศหนาวเย็นเป็นบรรยากาศเหมือนหนังจากดินแดนเหนือสุดของซีกโลกเหนือ
หนังเล่าเรื่องราวของคนหลายรุ่นในครอบครัวตระกูลบอร์ก ทั้งในด้านประวัติ ความทรงจำในอดีต การแสดงออกทางศิลปะและบาดแผลจากความสูญเสียอันใหญ่หลวงในวัยเด็ก
บ้านของครอบครัวก็เป็นหนึ่งในแคแร็กเตอร์ของเรื่องด้วย
ตัวเอกของเรื่อง นอรา (เรนาเต เรนสเว) เล่าชีวิตที่เติบโตในบ้าน โดยใช้มุมมองของ “บ้าน” ที่มีลักษณะนิสัยของมนุษย์คนหนึ่ง
ศัพท์ทางวรรณคดีเรียกสิ่งนี้ “บุคลาธิษฐาน” (personification)
แต่มีผู้รู้เคยบอกว่า คำนี้ใช้เฉพาะกับการสมมุติเป็นบุคคลในบริบทของศาสนา ส่วนคำที่ใช้สำหรับการสมมติสิ่งทั่วไปให้เป็นบุคคล เรียกว่า “บุคลาวัต” จึงจะถูกต้อง
ในที่นี้ บ้านเป็นบุคลาวัต โดยที่สมัยเด็กนอราเคยเขียนเรียงความส่งครูด้วยมุมมองของบ้านที่เธออยู่อาศัย
ผ่านทั้งยามสุขและยามทุกข์ ท้องอิ่มด้วยเสียงหัวเราะของผู้คนในบ้าน และหิวโหยยามเศร้าสร้อยเจ็บปวดด้วยเสียงทะเลาะเบาะแว้ง จากคนในบ้านที่ไม่ลงรอยกัน
และลูกๆ แอบได้ยิน “เสียงต่างๆ” ผ่านทางช่องลมของชั้นล่างที่เชื่อมต่อกับชั้นบน
จนในที่สุด พ่อ คือกุสตาฟ (สเตลลัน สการ์การ์ด) ก็ออกจากบ้านของตระกูลบอร์กไป…หายหน้าหายตาไปโดยไม่มีการติดต่อกลับมาอีกเลย
ทิ้งบ้านของตระกูลบอร์กไว้ให้นอรากับน้องสาว แอกเนส (อิงกา อิบดอตเตอร์ ลิลเลอาส) อยู่กับแม่ซึ่งเป็นจิตแพทย์

กุสตาฟเป็นผู้กำกับหนังและเดินทางทิ้งประเทศนอร์เวย์บ้านเกิดไปอยู่สวีเดน ซึ่งเป็นดินแดนที่มีชีวิตชีวาของศิลปะและภาพยนตร์มากกว่า
กุสตาฟทำหนังสร้างชื่อเสียงในวงการให้ตัวเองพอควร แต่ไม่เคยติดต่อแม้แต่กับลูกสาวสองคนที่เติบโตขึ้นในนอร์เวย์
นอราเป็นนักแสดงละครเวทีที่มีพรสวรรค์มาก แต่ฉากแรกที่เราพบเธอในวัยผู้ใหญ่ เธอกำลังสติแตกก่อนจะเข้าฉากละครต่อหน้าคนดูเต็มโรงในรอบปฐมทัศน์ของละครเรื่องใหม่
ดูเหมือนว่าอาการ “ตื่นเวที” แบบนี้จะเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เกิดแก่เธอ ซึ่งผู้คนแวดล้อมรู้กันดีอยู่แล้ว แต่พรสวรรค์ของเธอก็ยังเป็นที่ยอมรับกันทั่ว
เมื่อแม่ของนอราและแอกเนสเสียชีวิต กุสตาฟก็เดินกลับเข้ามาในชีวิตของลูกๆ อีกครั้ง เพราะเขายังเป็นเจ้าของบ้านเก่าแก่ของตระกูล
กุสตาฟมีข้อเสนอให้นอราสำหรับบทบาทหลักในหนังเรื่องใหม่ที่เขากำลังหาทุนสร้าง
นอราปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย ด้วยเหตุผลว่าพ่อกับเธอไม่มีทางพูดจาสื่อสารกันได้
บาดแผลจากการถูกพ่อทอดทิ้งไปตั้งแต่เยาว์วัยทิ้งรอยลึกอันเธอไม่อาจหวนกลับไปคืนดีกับพ่อได้ แม้พ่อจะวิงวอนขอให้เธอเพียง “อ่าน” บทหนังที่เขาเขียนก่อนตัดสินใจ
กุสตาฟต้องหานักแสดงอื่นมาสวมบทบาทที่เขาตั้งใจเขียนให้นอรานี้ และบังเอิญไปเจอดาราสาวชื่อดังชาวอเมริกัน เรเชล เคมพ์ (แอลลี แฟนนิง) ในเทศกาลภาพยนตร์ และเรเชลประทับใจในผลงานเรื่องแรกของเขาจนตอบตกลงแสดงหนังเรื่องใหม่ของเขา

Sentimental Value เล่าเรื่องอย่างเหนือชั้น องค์ประกอบทุกอย่างลงตัวกันพอดี
อย่างเช่นฉากที่พ่อ-ลูกเจอกันอีกครั้งในงานศพที่จัดขึ้นที่บ้าน มีความกระอักกระอ่วนเกิดขึ้น แต่ทุกคนก็ยังทักทายด้วยการกอดกันเหมือนอารยชนที่เป็นคนในครอบครัว
นึกต่อไปว่าถ้านี่เป็นหนังฮอลลีวู้ด นอราคงแสดงท่าทีโกรธเคืองจนไม่มองหน้าพ่อ หรือแสดงอารมณ์รุนแรงหรือไม่ยอมเผชิญหน้า
มีอีกฉากที่นอราหลบหน้าพ่ออยู่เหมือนกัน โดยหมดท่าหอบแจกันแก้วสีแดงวิ่งหนีไม่ยอมเจอหน้าพ่อออกไปทางหลังบ้าน แต่ฉากนี้ก็ทำได้อย่างมีความหมาย ขณะที่พ่อกำลังพาดาราสาวที่จะมาแสดงแทนเธอ มาพบปะพูดจากับเธอที่บ้าน
นอราเลือกอาชีพนักแสดง ซึ่งจะทำให้เธอหลบเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในบทบาทที่ไม่ใช่ตัวตนของเธอเอง และมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์
ขณะที่แอกเนสได้รับบาดแผลน้อยกว่าพี่สาวจากการถูกพ่อทิ้งไปในวัยเด็ก แอกเนสแต่งงาน มีครอบครัวและลูกชาย เพราะเธอมีนอราคอยเติมเต็มความพร่องในชีวิตวัยเด็กให้

หนังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่นำเสนออย่าง “โดนใจ” มาก แม้แต่ฉากสุดท้าย ซึ่งเป็นการ “คืนดี” กันของพ่อ-ลูก ก็ทำอย่างแนบเนียนไม่โฉ่งฉ่าง ไม่ต้องให้พ่อลูกกอดกันร้องไห้หรือพูดจากันให้มากความ
แค่เพียงนอราเปลี่ยนใจยอมเล่น “บท” ที่พ่อตั้งใจเขียนให้เธอ และแสดงฉากไคลแม็กซ์ในหนังซึ่งพลิกเรื่องไปอีกทางด้วย “เด็กน้อย” คนหนึ่ง และหลังจากนั้นปิดกล้อง สองพ่อลูกก็เพียงมองสบตากันด้วยความเข้าใจ
ไม่จำเป็นต้องอาศัยวาจาหรือการกระทำใดๆ ให้มากเรื่องมากความ
นี่เป็นความเหนือชั้นของศิลปะที่นำเสนอแบบ “น้อยแต่มาก”
เป็นหนังอีกเรื่องที่จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำไปอีกนานค่ะ

SENTIMENTAL VALUE
กำกับการแสดง
Joachim Trier
แสดงนำ
Renate Reinsve
Inga Ibsdotter Lilleaas
Stellan Skargard
Elle Fanning
