bg-single

‘คาร์ริก’ กับการคุม ‘แมนยู’ ถาวร ความเสี่ยงที่มีแนวโน้มจะคุ้มค่า

09.05.2026

Technical Time-Out | จริงตนาการ

([email protected])

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ในฤดูกาลนี้แล้ว คือ การทำอันดับกลับไปแข่งขันในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ให้ได้ในฤดูกาลหน้า ซึ่งต้องยกเครดิตให้ ไมเคิล คาร์ริก กุนซือขัดตาทัพที่เข้ามาคุมตั้งแต่เดือนมกราคม หลังจากปลด รูเบน อโมริม โค้ชชาวโปรตุกีสออกจากตำแหน่งไป

ในช่วงที่ตั้งคาร์ริกขึ้นมารักษาการ น้อยคนจะคิดว่าเขาจะทำผลงานได้ดีมากจนได้รับสัญญาถาวร เป็นเพียงการประคองทีมให้จบฤดูกาลนี้ไปก่อน เพราะไม่ได้มีอะไรให้ลุ้นมากนัก ไม่ได้ไปลุยบอลยุโรป บอลถ้วยก็ตกรอบไปหมดแล้ว

แต่เมื่อผ่านไป 14 เกมที่เขาคุมทีม อดีตนักเตะปีศาจแดงยุครุ่งเรือง พาทีมชนะ 10 เกม เป็นชัยชนะเหนือทีมบิ๊กเนมและหัวตารางได้แบบน่าทึ่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมแรกที่โดนคาร์ริกปราบ อาร์เซน่อล, แอสตัน วิลล่า, เชลซี ที่โดนเล่นงานไปตามๆ กัน ล่าสุด เอาชนะลิเวอร์พูล 3-2 นับเป็นการชนะทีมหัวแถวได้ทั้งหมดในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง

จากวันที่ 13 มกราคม ที่คาร์ริกทำงานวันแรก แมนยูอยู่ในอันดับ 11 มีแต้มตามหลังแอสตัน วิลล่า ทีมอันดับ 3 อยู่ 11 คะแนน แต่หลังจากจบเกมที่ 35 พวกเขาอยู่ในอันดับ 3 มีแต้มเหนือกว่า 6 คะแนน

ถ้านับผลงานเริ่มจากช่วงที่คาร์ริกเข้ามาคุมทีม แมนยูเป็นทีมที่เก็บแต้มได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก เหนือกว่าอาร์เซน่อล ทีมจ่าฝูงด้วยซ้ำ

จนทำให้มีเสียงเชียร์ให้สโมสรมอบสัญญาถาวรให้ลูกหม้อรายนี้ทำทีมต่อไป

อย่างไรก็ตาม การมี โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ อดีตนักเตะของทีม ที่เข้ามาเป็นกุนซือถาวร และไม่ประสบความสำเร็จในระยะยาว ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้คาร์ริกอาจจะไม่ได้ทำงานนี้ด้วยสัญญาถาวร

โซลชาร์ที่เข้ามาคุมทีมชั่วคราว เมื่อปี 2018 และพาทีมชนะได้ต่อเนื่อง เป็นเหมือนช่วงฮันนีมูน จนได้รับสัญญายาว แต่สุดท้ายก็โดนปลดในปี 2021 เพราะผลงานที่ไม่สม่ำเสมอ แคแร็กเตอร์ที่ไม่ดุดันมากพอ ถึงขั้นมีการวิจารณ์ว่า ถ้าแมนยูไม่รีบ และใช้เวลาพิจารณามากกว่านี้ จะเห็นข้อเสียของโซลชาร์ และอาจจะไม่ตั้งเขาถาวร

แต่ต้องไม่ลืมว่า โซลชาร์พาทีมจบอันดับ 3 ในฤดูกาลแรกที่คุมทีม อันดับ 2 ในฤดูกาลที่ 2 เข้าชิงยูโรป้าลีก แต่ก็ยังไม่ดีพอกับทีมที่มีทรัพยากรมากพอที่จะไปถึงแชมป์ลีก และได้เล่นในถ้วยใหญ่ของยุโรปได้อย่างสม่ำเสมออย่างแมนยู

นี่คือสิ่งที่บอร์ดบริหารแมนยูกังวลเหลือเกินว่า เมื่อผ่านช่วงเวลาอันหอมหวาน และช่วงที่ไม่มีความกดดันในเรื่องสัญญาถาวรไปแล้ว ผลงานของคาร์ริกจะจืดชืดลงเหมือนอดีตเพื่อนร่วมงานอย่างโซลชาร์หรือไม่

อีกปัจจัยที่ทำให้คาร์ริกยังต้องลุ้นว่าเขาจะได้คุมทีมปีศาจแดงในฤดูกาล หรือต้องหางานใหม่ คือ การที่ฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย จะเป็นสุสานของโค้ชมือดีหลายคนที่จะตกงาน ซึ่งจะกลายเป็นตัวเลือกให้แมนยูจ้างมาคุมทีมได้ หลังจากเข้าสู่เดือนกรกฎาคม

หรือแม้กระทั่งเฮดโค้ชในระดับสโมสรบางคน ที่หมดไฟหรือหมดสัญญากับต้นสังกัด พร้อมจะมาเจองานท้าทายที่แมนเชสเตอร์ ชื่อของ หลุยส์ เอ็นริเก้ ที่อาจจะลาปารีส แซงต์แชร์แมง อันโดนี่ อิราโอล่า โค้ชไฟแรงที่ประกาศอำลาบอร์นมัธไว้ล่วงหน้าแล้ว รวมทั้ง โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ที่จะว่างงานหลังจบฤดูกาลนี้ ก็เป็นทางเลือกที่จะบอกว่าสูสีหรือดูดีกว่าคาร์ริกก็ไม่ผิดนัก

ยิ่งการที่กุนซือขัดตาทัพคนนี้ทำทีมลงเตะแค่ในพรีเมียร์ลีก ไม่มีโปรแกรมถี่กวนใจ ยังไม่ได้ไปพิสูจน์ตัวเองในฟุตบอลยุโรป ว่ากึ๋นของเขาพอฟัดพอเหวี่ยงกับโค้ชมือดีได้ขนาดไหน ก็เป็นสิ่งที่ต้องมองให้ละเอียด

คาร์ริกยอมรับเองหลังจบเกมแดงเดือดว่า เขาคุ้นเคยกับการทำงานคุมทีมแมนยูแล้ว ถึงแม้จะเป็นงานที่ยาก แต่รู้สึกเหมือนอยู่กับสโมสรแห่งนี้มานาน ผ่านหลายช่วงเวลา ทั้งเข้าและออก เข้าใจดีว่าบทบาทนี้ต้องเจอกับอะไรบ้าง และการได้นั่งอยู่ในตำแหน่งนี้ตอนนี้ ถือว่าเป็นจุดที่ดีสำหรับตัวเอง

เหมือนเป็นการบอกว่า เขาอยากและพร้อมทำหน้าที่ตรงนี้ต่อไป ถ้าสโมสรไว้วางใจจะให้ทำ

ที่น่าชื่นชมอีกอย่าง คือ การที่คาร์ริกใช้นักเตะที่ไม่ได้เลือกเองมาตั้งแต่ต้นได้อย่างยอดเยี่ยม ทรัพยากรที่สะสมกันมา และนักเตะที่อโมริมเลือกซื้อเข้ามา ปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างรวดเร็ว มาเตอุส คุนญ่า, ไบรอัน เอ็มโบโม่, เบนยามิน เชชโก้ แนวรุกชื่อดังทั้งสามคน เมื่ออยู่ในคาร์ริกแล้ว เป็นการผสมผสานที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเชชโก้ที่ยิงประตูสำคัญอย่างต่อเนื่อง ให้ทีมเดินมาไกลกว่าช่วงกลางซีซั่นมากๆ

ทางเลือกกุนซือคนใหม่ของแมนยูมีมากมาย เพราะเป็นงานที่ท้าทาย โค้ชจากทั่วโลกต่างอยากได้งานนี้ ถึงแม้จะรู้ว่าเป็นงานเสี่ยงมากก็ตาม

คาร์ริกอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่จากมุมมองภาพรวม เขาคือคนที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้ ถ้าอยากให้การสร้างทีมขึ้นมาลุ้นแชมป์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ถ้าจะบอกว่าการเลือกคาร์ริกให้ทำงานต่อ เป็นความเสี่ยง ก็ต้องยอมรับว่าเสี่ยง แต่ไม่ว่าโค้ชคนไหนที่เข้ามาก็เสี่ยงไม่ต่างกัน ซึ่งก็เห็นกันมาแล้วตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ที่ไม่มีใครพาแมนยูกลับไปสู่จุดที่ควรเป็นได้เสียที

การเลือกคาร์ริกเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงน้อยที่สุด ที่แมนยูจะเลือกได้แล้ว และไม่แน่ว่าอาจจะเป็นการเสี่ยงที่คุ้มค่า แบบที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยก็ได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน