ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์
ภาพยนตร์ Hedda สร้างมาจากบทละครอันมีชื่อเสียง Hedda Gabler (1891) ของเฮนริก อิบเส็น นักเขียนชาวนอร์เวย์ผู้บุกเบิกการละครสมัยใหม่คนสำคัญ ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “บิดาของการละครสมัยใหม่”
อิบเส็นได้ชื่อว่าเป็นนักเขียนบทละครที่มีคนนำบทละครของเขาไปแสดงมากที่สุดรองจากวิลเลียม เชกสเปียร์
จึงถือว่าเป็นยักษ์ใหญ่ในประวัติศาสตร์การละครของโลกทีเดียว
หนังเรื่อง Hedda จะใช้คำว่า “ดัดแปลง” จากบทละครต้นเรื่อง ก็ออกจะฟังดูเหมือนห่างไกลจากเค้าโครงเรื่องเดิมมากไปหน่อย ก็เลยถูกเรียกว่า “คิดใหม่ทำใหม่” (re-imagining)
ด้วยการสร้างแรงจูงใจของตัวละคร ปรับเปลี่ยนจุดสำคัญในการวางตัวละคร (characterization) และเหตุผลเบื้องหลังการกระทำที่ถักทอสอดผสานให้ออกรสชาติของสังคมและบรรยากาศที่แปรเปลี่ยนไปและเข้ากับยุคสมัยในโลกศตวรรษที่ 20 มากขึ้น
แถมเปลี่ยนท้องเรื่องหรือฉากหลังมาเป็นอังกฤษในช่วงทศวรรษ 1950
เรียกว่าดันเวลาให้เข้าสู่ยุคร่วมสมัยของคนปัจจุบันขึ้นอีกกว่าครึ่งศตวรรษ

เฮนริก อิบเส็น มักได้รับคำวิจารณ์ว่าเป็นผู้บุกเบิกรุ่นแรกๆ ของขบวนการ “สตรีนิยม”
…ซึ่งเจ้าตัวเองออกมาปฏิเสธอย่างหนักแน่น…
โดยเฉพาะด้วยบทละครเรื่อง “บ้านตุ๊กตา” (A Doll’s House) ซึ่งวาดภาพของผู้หญิงที่ “ตื่นรู้” และประกาศอิสรภาพให้แก่ตัวเอง ด้วยการละทิ้งครอบครัว เดินออกจากบ้านไป “แสวงหาตัวเอง” แบบที่เรียกว่า “ไปตายเอาดาบหน้า” เสียยังดีกว่าทนอยู่ในความหลอกลวงโดยที่ยังไม่รู้จักตัวเองอย่างแท้จริง
“บ้านตุ๊กตา” ส่งแรงสะเทือนช็อกไปทั่วยุโรป ทั้งคนดูและนักวิจารณ์ถูกประณามอย่างรุนแรงว่า ตัวเอกของเรื่องคือนอรา กระทำสิ่งที่ผิดจารีตประเพณีและขัดต่อศีลธรรมอันดีงามอันเป็นรากฐานของสังคม ประหนึ่งว่าถูกส่งตัวมาจากซาตานเพื่อทำลายล้างโลก
ในขณะที่กระแสสนับสนุนก็กำลังก่อตัวและเพิ่มพลังรุนแรงหลากล้นขึ้น กลายเป็น “สตรีนิยม” (feminism)
…ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นกระแส woke ของยุคสมัยนั้น
แต่อิบเส็นกลับเมินหน้าไปอีกทาง และปฏิเสธไม่ยอมมีส่วนร่วมใดๆ อยู่ในขบวนการนี้
โดยบอกว่า นั่นไม่ใช่ความตั้งใจของเขาเลย

บทละครที่ตามต่อเนื่องมาล้วนเป็นปฏิกิริยาโต้ตอบต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม ไม่ว่าจะเป็น Ghosts (วิญญาณหลอน) An Enemy of the People (ศัตรูประชาชน) The Wild Duck (เป็ดป่า) Hedda Gabler (เฮดดา กาเบลอร์) ฯลฯ
บทละครทุกเรื่องข้างต้นของอิบเส็น ส่งเสียงตอบกลับในแง่มุมแหลมคมเหนือชั้นต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์อื้ออึงโดยรอบทั้งสิ้น…ด้วยความเป็นนักการละครฝีมือขั้นเทพ ซึ่งจะปูพื้นและวางรากฐานอันแข็งแกร่งประดุจเสาหินให้แก่ “การละครสมัยใหม่”
เฮดดา กาเบลอร์ เป็นผู้หญิงไร้สุขที่รู้สึกไม่ได้ดังใจกับอะไรสักอย่างในชีวิต ความต้องการอำนาจในการควบคุมและบงการชีวิตของคนรอบด้านเกิดจากการที่อะไรๆ ก็ไม่เป็นไปดังใจเธอสักอย่าง
เธอเคยมีอดีตอันรุ่งเรื่องจากความเป็นลูกสาวนายพลผู้ยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตก็ไม่ได้พาเธอไปไหนไกล เธอเปรียบเหมือนนางฟ้าตกสวรรค์ พบว่าหนทางเบื้องหน้านั้นอับจนไปหมด
ไม่สามารถใช้ชีวิตตามใจปรารถนาได้ เพราะไม่กล้าเดินออกจากภาพลักษณ์ในสายตาสังคม และจำใจเลือกชีวิตแต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่รัก ซึ่งยื่นข้อเสนอว่าจะให้ชีวิตอันหรูหราที่เธออยากได้
แต่ความเป็นจริงกลับพลิกไปอีกทาง ทุกสิ่งรุมเร้าเข้ามา คนรักในอดีตกลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง ทว่าเธอก็ไม่ได้อยู่ในฐานะเหนือกว่าอีกแล้ว
เฮดดาพยายามเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้ยืนอยู่ในฐานะผู้ชนะ แต่เธอก็พบว่าการณ์ไม่ได้เป็นไปตามคาดเลยสักอย่างเดียว
เธอจึงเลือกทางเดินที่ไม่มีใครคาดคิด

หนัง Hedda สร้างบรรยากาศของงานปาร์ตี้อันหรูหราและสุดเหวี่ยงในสไตล์โบฮีเมียนของสังคมชั้นสูง ในคฤหาสน์ที่สามีสัญญาจะซื้อให้เธอขณะเมื่อเขาขอแต่งงาน โดย “หวังน้ำบ่อหน้า” เพราะสถานะทางเศรษฐกิจไม่ได้มั่นคงหากปราศจากตำแหน่งหน้าที่ทางการงาน
และเริ่มเรื่องด้วยภาพที่คล้ายคลึงกับตอนจบของเรื่อง รวมทั้งเล่าเรื่องโดยแบ่งเป็นห้าตอน ในทำนองเดียวกับการแบ่งองก์ในบทละคร แต่ไม่ได้เดินเรื่องตามบทละครนัก
หลังจากฉากที่เดินขึ้นจากสระน้ำพร้อมก้อนหินที่ถ่วงอยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุม เฮดดาก็กำลังให้ปากคำแก่ตำรวจที่มาสอบสวนกรณีการยิงกันในงาน
และเรื่องราวค่อยๆ เผยออกมาเมื่อเธอเล่าย้อนไปถึงความเป็นมา

การ “คิดใหม่ทำใหม่” อยู่ในประเด็นสำคัญซึ่งเป็นข้อใหญ่ใจความในชีวิตของตัวละคร อันได้แก่การเปลี่ยนเพศของตัวละครสำคัญ ผิวสีของตัวเอก และความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร
ซึ่งก็ดูลงตัวอยู่หรอก เพียงแต่ว่าเป็นบริบทใหม่สำหรับเรื่องราวของเฮดดา สำหรับคนที่ศึกษาและรู้จักบทละครของอิบเส็นดีพอควร จึงต้องค่อนข้างต้องปรับตัวปรับใจใหม่พอดู
เรื่องหนึ่งที่สะกิดใจมากคือ ตัวละครหลักไม่ได้มีความน่าเห็นใจเลย แต่ถูกวางไว้แต่ต้นให้เป็นนางร้ายผู้ขมขื่นและสนุกกับการเห็นชีวิตคนรอบข้างแตกเป็นเสี่ยงๆ
องค์ประกอบหลายๆ อย่าง เช่น การวางท้องเรื่องให้เกิดขึ้นในงานปาร์ตี้ในคืนเดียว เป็นตัวเชื่อมเรื่องราวเข้าด้วยกันอย่างฉลาด แต่การทำให้คนดูรู้สึกแปลกแยกกับตัวละครหลักมาตั้งแต่ต้น ส่งผลให้ความรู้สึกร่วมจางคลายลง
ในฐานะนักวิชาการด้านการละครผู้แปลผลงานทุกชิ้นของเฮนริก อิบเส็น นับแต่ “บ้านตุ๊กตา” เป็นต้นมา จึงไม่ค่อยจะรู้สึก “อิน” กับหนังเท่าไรนัก
แต่ก็นึกดีใจที่ยังมีคนทำหนังเลือกหยิบเอาผลงานของนักเขียนบทละครผู้ยิ่งใหญ่คนนี้มาสร้างให้คนรุ่นใหม่ได้ดูได้รู้จักกัน…

HEDDA
กำกับ
Nia DaCosta
นำแสดง
Tessa Thompson
Nina Hoss
Imogen Poots
Tom Bateman
Nicholas Pinnock
