bg-single

10 พ่อค้า 1 พระยาเลี้ยง CEO ดินเนอร์ร่วมรัฐบาลอนุทิน เอกนิติรับจบ โจทย์ยากแต่ไม่ยอมแพ้

23.05.2026

บทความพิเศษ | ศัลยา ประชาชาติ

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ประกาศว่า อีก 6 เดือนจะเห็นผลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

การดีไซน์โครงการ เกิดขึ้นจากการรวบรวมความเห็น ทั้งด้วยวาจา และลายลักษ์อักษร ของเหล่าพ่อค้าเจ้าสัว-ซีอีโอ-นักธุรกิจยักษ์ใหญ่ทั้ง 38 ราย

38 พ่อค้า-ชนชั้นนำ ร่วมกับข้าราชการระดับสูง ฝ่ายเสนาธิการเศรษฐกิจรัฐบาลอย่างสภาพัฒน์ กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ ธนาคารชาติ เดินหน้าในลู่เดียวกัน เพื่อบรรทัดสุดท้าย คือฟื้นเศรษฐกิจ จากวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง

และปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศที่สะสมมายาวนานเกินกว่า 1 ทศวรรษ

การเคลื่อนไปข้างหน้าแบบ 10 พ่อค้า กับ 1 พระยาเลี้ยง ของรัฐบาลอนุทิน ตามรอยยุคเทคโนแครตนำเอกชน ในยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และปลุกขึ้นมาในยุค “พลังประชารัฐ” เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี 9 ปี

“ครั้งนี้จะแตกต่างจากอดีต คือเทคโนแครตกับนักธุรกิจเอกชนจะไม่มีใครนำ แต่จะดึงพลังของเอกชนมาเดินไปข้างหน้า ในช่วงเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ไปด้วยกัน” รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ อธิบายหลักการ

จึงมีการเตรียมการตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนฯ (กรอ.) รูปแบบใหม่ เน้นรูปแบบทำงานได้รวดเร็ว ให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมกับหน่วยงานรัฐที่เป็นกลุ่มเล็กไม่เกิน 7-8 คน แทนที่จะเป็นคณะกรรมการชุดใหญ่ระดับชาติที่ขับเคลื่อนได้ช้าแบบ 20 ปีก่อน

สอดรับกับความมุ่งมั่นทางการเมืองของอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่เปิดใจต่อหน้ามหาเศรษฐีทั้งประเทศว่า “รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอจากทุกภาคส่วน และจะนำข้อมูลไปประมวลเป็นแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกับภาคเอกชน ยืนยันว่าจะเร่งลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ ปัญหาแรงงาน และสนับสนุนขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ท่ามกลางโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่”

เสนาธิการฝ่ายเศรษฐกิจ ประจำตึกไทยคู่ฟ้า อย่างนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ สรุปวาระหารือรวบยอดไว้ว่า “ข้อเสนอของ CEO ส่วนใหญ่เป็นแผนระยะกลางที่มุ่งเน้นเรื่องการช่วยเหลือคนตัวเล็ก เกษตรกร ผู้ผลิตในประเทศ และภาคอุตสาหกรรม การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อาจจะมีการพิจารณาควบรวมบางบริษัทเพื่อให้มีขนาดสเกลที่ใหญ่พอจะไปแข่งขันกับต่างประเทศได้”

อีกประเด็นที่วงนักธุรกิจพูดกันกว้างขวางคือ การรับมือกับทุนต่างชาติ ต้องมีมาตรการป้องกันกลุ่มธุรกิจสีเทา ไม่ให้กระทบผู้ประกอบการไทย ส่วนนักลงทุนสีขาว ต้องดึงเข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์เพื่อช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยี

“ซีอีโอบริษัทใหญ่ๆ เขาไม่ได้พูดเรื่องตัวเอง แต่พูดเรื่องจะช่วยคนตัวเล็กอย่างไร ที่จะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้” นายดนุชากล่าว

Action Plan-แผนปฏิบัติการ จึงเริ่มต้นทันที โดยรองนายกรัฐมนตรี-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่จะขุดปมปัญหาที่สะสมขึ้นมาสะสาง พร้อมนำความเห็นของนักธุรกิจทุกประเด็นใส่ไว้ใน Dashboard พร้อมเกาะติดต่อเนื่อง และจะรายงานผล ในการจัดวงหารืออีกครั้งในอีก 6 เดือนข้างหน้า

วาระที่รัฐบาลจะตั้งต้นมีทุกวงการ-ทุกอุตสาหกรรม ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แม้เทียบเชิญตกหล่น แต่นายกรัฐมนตรีสั่งการใส่ชื่อเพิ่มเติมจนครบทุกมิติธุรกิจไทย จาก 35 ราย เป็น 38 ราย รวมกลุ่มคิงเพาเวอร์-บีกริม และอินโดรามาปิดท้ายบัญชีรายชื่อ

ตัวอย่างเสียงสะท้อนจาก CEO-บริษัทพลังงาน นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF กล่าวสนับสนุนนโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงานของรัฐบาล โดยสรุปไว้ว่า การเปลี่ยนจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล น้ำมัน ก๊าซเป็นพลังงานสะอาด โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ต้องมองให้ครบทั้งซัพพลายเซน ที่เน้น local content และการผลักดันเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ นอกจากการส่งเสริมให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนแล้ว ควรกำหนดให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการฝึกอบรมให้กับคนไทยด้วย

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่กำลังร้อนแรงเรื่อง “รถเก่าแลกรถใหม่” ได้โอกาสกดไมค์ เสนอว่า “ควรกำหนดเงื่อนไขว่ารถใหม่ที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศไทย ขอให้รัฐบาลทบทวนการลดอัตราเงินชดเชยภาษีอากรส่งออก ซึ่งกระทบต้นทุนผู้ส่งออกยานยนต์” และขณะนี้อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังมีปัญหาหลายด้าน ยอดผลิตลดลงจาก 2 ล้านคัน เหลือ 1.4 ล้านคัน แต่รถนำเข้าสำเร็จรูป รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนกลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากภาษีนำเข้า 0% จึงเสนอให้รัฐบาลออกมาตรการ Safeguard เพื่อปกป้องผู้ผลิตในประเทศ

นักธุรกิจค้าปลีกตัวแม่ตัวมัมวงการห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ ที่เข้าร่วมวงคุ้นเคยกับนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างดี นายอนุทินถึงกับออกปากว่า “เป็นพี่สาว” ศุภลักษณ์ อัมพุช ชงข้อเสนอที่กระชับกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยให้ตัวเลขว่า ภาคการค้าปลีกและบริการมีการจ้างงานกว่า 6.5 ล้านคน มูลค่าทางเศรษฐกิจราว 5.5 ล้านล้านบาท เป็นภาคธุรกิจที่ใกล้ชิดผู้บริโภค สามารถเห็นสภาพเศรษฐกิจตัวจริงที่สุด

วงการห้าง-ค้าปลีกอยากให้รัฐบาลต่อภาพให้ไทยใช้จุดแข็งด้านความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ของไทยและอาเซียน ยกระดับประเทศเป็น HUB แหล่งช็อปปิ้ง การค้า และการลงทุนของภูมิภาค

ส่วนความเห็นที่สะท้อนกำลังซื้อทุกระดับของ “กลุ่มสหพัฒนพิบูล” โดยทายาทรุ่น 2 คือ นายเวทิต โชควัฒนา รองประธานกรรมการบริหารบริษัทสหพัฒนพิบูล ที่ระบุให้รัฐบาลเห็นภาพว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันสูงขึ้น เขาจึงเสนอตัวสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ด้วยการพยุงราคาสินค้า ลดกำไร เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็ก

หากเมื่อ 11 ปีก่อน ในห้องประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา-นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะ แล้วนักธุรกิจตัวแทนเจ้าของกิจการสินค้าอุปโภคบริโภค เข้ามาสะท้อนว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นมาก กำลังซื้อตกต่ำระดับ “ยอดขายของห้างค้าปลีกตกต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี”

ในครั้งนี้ก็มีนักธุรกิจกลุ่มดังกล่าวเข้าไปนำเสนอปัญหาในครรลองเดียวกันว่า “ในภาวะสงครามตะวันออกกลาง ธุรกิจมีปัญหาต้นทุนสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าขนส่ง ในบางสายต้องเผชิญกับปัญหาขาดทุนทุกกล่องทุกหีบ”

ข้อเสนอเรื่อง “การอุดหนุนค่าขนส่งทางบก” จึงถูกสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจดบันทึก เพื่อดำเนินการตรึงราคาสินค้าให้ทันท่วงที ในกลุ่มนักธุรกิจการเงิน นายธนาคาร ถึงแม้มีกำไรมากเป็นประวัติการณ์ในช่วงที่ผ่านมา แต่เมื่อเผชิญปัญหารอบนี้ ประเมินสถานการณ์ว่า นักลงทุนต่างชาติมีความกังวลเรื่องเสถียรภาพการเมืองไทยและความต่อเนื่องด้านนโยบาย ขณะที่เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนสูง ควรพลิกวิกฤตเป็นโอกาสดึงเม็ดเงินจากนักลงทุนทั่วโลกมาลงทุนในไทย ที่ถือว่ามีความมั่นคงสูง

ก่อนนักธุรกิจปิดไอแพด เตรียมย้ายห้องไปดินเนอร์ นายเอกนิติสรุปไว้เป็นวาระสุดท้าย เพื่อนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติว่า ครั้งนี้นับเป็นโอกาสมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุน และจะเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุนผ่านมาตรการ Thailand Fast Pass ที่ได้ยอดการขอส่งเสริมการลงทุนไตรมาสแรกขยายตัว 18%

หัวหน้าทีมเศรษฐกิจตอกย้ำนอกห้องดินเนอร์ว่า โจทย์ใหญ่ครั้งนี้แม้ว่าจะยาก แต่จะไม่ยอมแพ้

และคิดว่ายังมีโอกาส



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน