bg-single

พาพ้นแดนอันตราย? | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

24.05.2026

สถานีคิดเลขที่12 | สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

พาพ้นแดนอันตราย?

จริงๆคงไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพมหานคร(กทม.) เท่านั้นที่เป็น แดนอันตราย

น่าจะกระจายไปทั้งประเทศ จนอาจเหมารวมในทาง”ร้าย”หน่อยก็ได้ว่าไทยคือประเทศที่อันตราย

แต่ พอดีโศกนาฏกรรมใหญ่(อีกครั้ง และคงมีอีก)รถไฟชนรถเมล์ เกิดขึ้นกลางกทม.

ประกอบกับตอนนี้ การเลือกตั้งผู้ว่ากทม.กำลังจะมีขึ้น

ดังนั้นผู้สมัครทั้งอิสระและสังกัดพรรค คงหยิบประเด็นแก้ปัญหา”เมืองอันตราย”มาเป็นหนึ่งในแคมเปญหาเสียงสำคัญ

ซึ่งก็เป็นเรื่องดี ในแง่ ช่วยกระตุ้นการตื่นตัว และรู้สึกร่วม”สาธารณะ”ที่จะหาทางแก้ไขนานาอันตรายที่จ่อคอเราอยู่

แต่ ว่าที่จริง ผู้ว่ากทม.ที่ถึงจะมาจากการเลือกตั้ง กระนั้นมีอำนาจ ที่จะแก้ไข” อันตราย”ต่างๆนั้นมีขอบเขตจำกัด

สิ่งที่หาเสียงไว้ใหญ่โต อาจจะทำอะไรมากไม่ได้

และต้องทำคู่ขนานไปกับรัฐบาล ที่กำกับดูแลกระทรวง ทบวง กรม

ซึ่งตอนนี้ ดูเหมือน นายกรัฐมนตรีที่เข้ามาบริหารงาน เกือบ 3 เดือน ก็พยายามโชว์”สิ่งที่ต้องทำ”หลายอย่าง เพื่อลดภาวะ”อันตราย”นั้น

แน่นอนว่าไม่เพียงการล้อมคอกไม่ให้”อุบัติภัย” ทั้งที่เป็นภัยธรรมชาติ และภัยจากมนุษย์ เกิดขึ้นเท่านั้น

อันตราย ของประเทศ ที่มาจากภัยอื่นๆก็ต้องรีบแก้

ซึ่งก็ต้อง “อวย”หน่อย ว่าสิ่งที่ นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลกำลังทำนั้นน่าสนับสนุน

อย่างความเข้มงวดเรื่อง”วีซ่า” ที่ในวันนี้ ยอมรับกันแล้วว่าการคาดหวังที่จะกวาดเงินจากต่างชาติผ่านภาคการท่องเที่ยวโดยเปิดฟรีทุกอย่างไม่ใช่เรื่องถูกต้อง

ปัญหาต่างชาติที่ใช้ช่องโหว่จากการเปิดกว้างดังกล่าวเข้ามาทำธุรกิจสีดำ ก่ออาชญากรรม เรื่อยไปจนถึงยึดครองภาคเศรษฐกิจ สร้างนอมินีทำหากินและลงปักหลักฐานเบียดบังทรัพยากรของคนไทย จนเริ่มเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ

จำเป็นต้องสังคายนากันครั้งใหญ่

ที่นายกฯลงไปภูเก็ต พังงา หรือจังหวัดท่องเที่ยว อาจกระตุ้นให้ตื่นตัวเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ได้ระดับหนึ่ง

แต่ การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ คงต้องลงลึก และเอาจริงเอาจังมากกว่านี้ หลายสิบเท่า

เพราะมันพัวพันกันไปในทุกองคาพยพ

รวมถึงการทุจริต คอรัปชั่น ด้วย การที่ต่างชาติ สามารถแผ่ขยายลงลึกถึงขนาดลงหลักปักฐาน และมีเอกสารสำคัญของทางราชการทั้งจริงทั้งปลอมได้ ล้วนอาศัยคนของรัฐ ช่วยเหลือโดยทุจริต ตั้งแต่ระดับผู้ใหญ่บ้านไปถึงกระทรวง

จำเป็นต้องสะสางกันยกใหญ่ และคงต้องอาศัยความร่วมมือกันทุกฝ่าย

แต่ก็อย่างที่แลเห็น เมื่อคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน กล้าที่จะระบุชื่อ 10 หน่วยงานที่มีทุจริตมากออกมาให้สังคมได้พิจารณา

ปฏิกริยาแรกๆของนายกฯ รัฐมนตรี และหน่วยงานที่ถูกพาดพิง ชวนให้เกิดคำถาม ด้วยถูกมองว่ามีท่าที ส่อในเชิง”ไม่เห็นพ้อง”

ทั้งที่ควรเปิดกว้าง รับฟัง และแสวงหาจุดร่วม มากกว่านี้

ซึ่งก็ยังดี ที่ นายกฯออกมาแก้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ โดยตั้ง “คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต”ขึ้นมาเพื่อร่วมมือกันแก้ปัญหา

แม้จะมีเสียงวิจารณ์อีกว่าตั้ง”กรรมการ”อีกแล้ว แต่ก็หวังว่านายกฯจะทำให้คณะกรรมการฯที่ผลงานที่จับต้องได้

และเดินหน้า ลดภาวะ”แดนอันตราย”อื่นลงในทุกด้าน

รวมถึง งานใหญ่ อย่าง การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ตามประชามติของประชาชน

ซึ่งหากทำออกมาได้ดีประเทศจะลด”อันตราย”ลงได้อีกมาก

แต่ก็คำถามเดิม ก็วนเวียนกลับมาอีกนั่นแหละ

นายกฯ พรรคภูมิใจไทย และฝ่ายสนับสนุน รัฐบาลทั้งหลาย

จะแปร”วาทกรรม”ไปสู่การกระทำ ที่นำพาประเทศพ้นจากกับดัก แดนอันตรายทั้งหลายทั้งปวง นั้นได้จริงๆอย่างไร

——————-



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

อสังหาฯ กล้าๆ กลัวๆ
เจาะลึก Wuling EKSION SUV ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง-ราคาน่าคบ
ขาหมูพะโล้ผัดกะเพรา
‘ไบรท์ตัน’ ของ ‘เฮอร์เซเลอร์’ เมื่อผลงาน-สถิติยืนยันว่ามีลุ้นแชมป์
บทเรียนสำคัญศึกโกคาร์ท จัดระเบียบมาตรฐานสู่อนาคต
ไข้เหลือง ในพุทธศาสนา
‘รัฐเลือกตั้งอุปถัมภ์กินเมืองแบบใหม่’ (2)
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 23-29 ตุลาคม 2569
E-DUANG | ระฆัง กังวาน จาก ปารีส 2 ความคิด ปะทะ ขัดแย้ง
พลิกโฉมอนาคต การศึกษาไทย
ผีบรรพชน ในโลกบาดาล บันดาลความอุดมสมบูรณ์ ให้แก่โลกมนุษย์
ภาพพิศวง ฝีมือศิลปินอัจฉริยะ M.C. Escher