bg-single

‘เป๊ป’ และ 10 ปีกับเรือใบสีฟ้า เมื่อถึงเวลาที่ต้องไป

30.05.2026

Technical Time-Out | SearchSri

5 ลีกใหญ่ของยุโรปปิดฤดูกาลกันเรียบร้อย พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับหลายๆ ทีม ในจำนวนนั้นคือการโบกมือลาสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยอดกุนซือชาวสเปน

การตัดสินใจโบกมือลาทีมเรือใบสีฟ้าของเป๊ปเป็นสิ่งที่หลายคนคาดว่าจะเกิดอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่าจะเกิดในฤดูกาลนี้ เนื่องจากเขายังเหลือสัญญาคุมทีมอีก 1 ปี ถึงปี 2027

อย่างไรก็ตาม หลายคนเข้าใจได้ว่าเหตุใดเขาจึงเลือกจะไปในตอนนี้ เพราะช่วง 2 ฤดูกาลหลัง ถือเป็นฤดูกาลที่สุดท้าทายของเจ้าตัวในแง่อารมณ์และสภาพจิตใจ

โดยเฉพาะฤดูกาล 2024-25 ซึ่งทีมปิดซีซั่นแบบไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือ (ถ้าไม่นับคอมมิวนิตี้ชิลด์ก่อนเปิดฤดูกาล)

ซีซั่นนั้น เรือใบสีฟ้าเริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยม เปิดฤดูกาลด้วยการไม่แพ้ใคร 9 นัดติด แต่พอ โรดรี้ สตาร์ของทีมได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าขาดในเดือนสิงหาคม 2024 ผลงานก็ค่อยๆ แย่ลง โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน

มีช่วงจังหวะหนึ่งที่ซิตี้เก็บชัยชนะได้เพียงนัดเดียวจากการลงสนาม 13 นัด และแพ้ถึง 4 จาก 6 นัด ถึงจะตั้งหลักกลับมาได้ แต่ก็สายเกินไป ขณะที่บอลถ้วยก็พลาดแชมป์ไปหมด โดยเฉพาะการตกรอบลีกของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รูปแบบใหม่

ฤดูกาลนั้น ช่วงที่ผลงานแย่ต่อเนื่อง เป๊ปมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด หลายคนช็อกตอนที่เห็นเขาเกาศีรษะจนเป็นแผล และตอบคำถามสื่อในเชิงประชดประชันคล้ายสติหลุด

นั่นเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่แย่ที่สุด (หรืออาจจะแย่ที่สุด) ในชีวิตการเป็นโค้ชของเป๊ป และเขาก็มีอาการล้าทั้งกายและใจอย่างเห็นได้ชัด

มาฤดูกาลนี้ ถึงซิตี้จะมีแชมป์ติดมือ ทั้งถ้วยเอฟเอคัพและคาราบาวคัพ รวมถึงมีจังหวะลุ้นเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในช่วงโค้งสุดท้าย แต่ก็มีช่วงที่ฟอร์มไม่เข้าที่เข้าทาง และความผิดหวังที่มาสะดุดเองดื้อๆ ช่วงปลายซีซั่นจนแชมป์ลีกหลุดมือ

จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เป๊ปจะตัดสินใจลาทีมที่เขาคุมมานานที่สุดในเวลานี้ เพราะระยะเวลา 10 ปีนั้นพอเหมาะพอดี และถือว่านานที่สุดตั้งแต่เขาคุมทีมใดทีมหนึ่งมาแล้ว

เป๊ปลาแมนซิตี้ในฐานะโค้ชที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร กับแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย, ลีกคัพ 5 สมัย, เอฟเอคัพ 3 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย, คอมมิวนิตี้ชิลด์ 3 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 1 สมัย และฟีฟ่าคลับ เวิลด์คัพ 1 สมัย

ฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จที่สุดคือฤดูกาล 2022-23 ซึ่งเขาพาทีมเป็นสโมสรอังกฤษทีมที่ 2 ต่อจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่คว้าเทรเบิลแชมป์ ทั้งพรีเมียร์ลีก แชมเปี้ยนส์ลีก และเอฟเอคัพ แถมยังมีน้ำจิ้มอย่างยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และสโมสรโลก พ่วงไปด้วยในปีเดียวกัน

สโมสรเชิดชูเกียรติเป๊ปด้วยการเปลี่ยนชื่ออัฒจันทร์ฝั่งทิศเหนือของสนามเอติฮัด สเตเดียม เป็นชื่อของเขา รวมทั้งมีแผนจะสร้างอนุสาวรีย์ด้านหน้าสนามในอนาคตอีกด้วย

เป๊ปบอกว่า ถ้ายังมีแรงก็อยากไปต่อ แต่ถึงเวลาที่ต้องไปแล้ว และเช่นเดียวกับตอนลาทีม บาร์เซโลน่า เขาตั้งใจว่าจะใช้เวลาพักชาร์จไฟสักระยะ ส่วนเรื่องอนาคตจะเป็นอย่างไร ต้องรอดูต่อไป แต่ยังไม่ใช่เวลานี้

ด้วยวัย 55 ปี ยังเร็วเกินไปที่โค้ชมากฝีมืออย่างเขาจะหันหลังให้วงการอย่างถาวร โดยมีกระแสข่าวลือว่า เขาอาจจะรอเข้าไปคุมทีมชาติสเปนหลังจบศึก ฟุตบอลโลก 2026 ไม่ก็ไปคุมทีมชาติอิตาลีเพื่อกู้วิกฤต หลังอัซซูรี่พลาดตั๋วลุยฟุตบอลโลกถึง 3 สมัยซ้อน

ฝั่งแมนซิตี้เองก็มีเรื่องให้คิดเช่นกัน เพราะการที่ผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสรโบกมือลาทีมไป ย่อมไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่กุนซือใหม่อย่าง เอ็นโซ่ มาเรสก้า จะเจอแรงกดดันมหาศาลตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน

เช่นเดียวกับ มิเกล อาร์เตต้า ที่จบการศึกษาจากการเป็นผู้ช่วยโค้ชของเป๊ป จนไปพา อาร์เซน่อล เถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีกหนแรกในรอบ 22 ปี

มาเรสก้าเองก็เคยเป็นหนึ่งในทีมงานของเป๊ปช่วงปี 2022-2023 ก่อนจะไปคุม เลสเตอร์ ซิตี้ พาทีมเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก จนโดน เชลซี จีบไปคุมทัพ พาทีมเป็นแชมป์ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ลีก และแชมป์สโมสรโลกในปี 2025 ก่อนจะโดนปลดหลังมีปัญหาขัดแย้งกับผู้บริหารทีม

มาเรสก้าจัดเป็นกุนซือฝีมือดีคนหนึ่ง อีกทั้งยังมีความเข้าใจในวัฒนธรรมการทำงานของแมนซิตี้จากประสบการณ์หนก่อนแล้ว จึงน่าจะใช้เวลาปรับจูนไม่มากนัก

คําแนะนำจากเป๊ปถึงสตาฟฟ์โค้ชชุดใหม่ของทีมนั้นไม่ซับซ้อนแต่ตรงประเด็นว่า ไม่ว่าจะทำอะไรก็ขอให้เป็นตัวของตัวเอง ทำตามแนวทางของตัวเอง สไตล์ของตัวเอง เพราะแน่นอนว่าเขาย่อมต้องเจอกับความคาดหวังและการเปรียบเทียบ

แต่การรับช่วงคุมทีมต่อจากตำนานโค้ชที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของโลกนั้นไม่ง่ายอย่างแน่นอน บางคนเปรียบเทียบกับตอน เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อำลาแมนยูเมื่อปี 2013 ซึ่งจนถึงตอนนี้ ปีศาจแดงก็ยังหาผู้จัดการทีมที่ลงตัวกับทีมในระยะยาวไม่ได้เสียที และกำลังจะเริ่มต้นใหม่อย่างจริงจังกับ ไมเคิล คาร์ริก ในฤดูกาลหน้า

นี่ยังไม่นับปัจจัยภายนอกที่คาดเดาไม่ได้อย่างการโดนพรีเมียร์ลีกตั้งข้อหาทำผิดกฎผลกำไรและความยั่งยืน 115 ข้อ ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าจะมีข้อสรุปเมื่อใด หรือบทลงโทษจะรุนแรงถึงขั้นตัดแต้ม ปรับตกชั้น หรือริบแชมป์หรือไม่

กรณีนี้คงทำได้แค่รอการต่อสู้ทางกฎหมายหรือการใช้กำลังภายในของบรรดาคีย์แมนเท่านั้น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน