bg-single

สัปดาห์นรกระบบราง! คราบเลือดอโศกยังกรัง ลาดกระบัง-ลพบุรีซ้ำอีก ถึงเวลาปฏิวัติวินัยจราจร

29.05.2026

คอลัมน์ อาชญากรรม | อาชญา ข่าวสด : สัปดาห์นรกระบบราง! คราบเลือดอโศกยังกรัง ลาดกระบัง-ลพบุรีซ้ำอีก ถึงเวลาปฏิวัติวินัยจราจร

“ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก”

คงไม่มีสำนวนไทยคำไหนอธิบายสภาวการณ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ได้ดีไปกว่าประโยคนี้

ระยะเวลาเพียงสัปดาห์เศษ ต้องประสบกับเหตุซ้ำซาก มีผู้สังเวยชีวิตและบาดเจ็บมากมาย

แต่เรื่องราวทั้งหมดมิอาจกล่าวโทษหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเก่าแก่อายุกว่า 130 ปี เพียงฝ่ายเดียว

เหตุเพราะบางส่วนของผู้ประสบเหตุเองก็ดำเนินวิถีชีวิตด้วยการตั้งอยู่บนความประมาทเป็นนิจ จนเคยชินเป็นกิจวัตร

เพียงแค่ 3 วัน คล้อยหลังจากโศกนาฏกรรมขบวนรถไฟบรรทุกสินค้าที่ 2126 (แหลมฉบัง-บางซื่อ) พุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ (ปอ.) ขสมก. สาย 206

บริเวณจุดตัดทางรถไฟแยกอโศก-ดินแดง (ใกล้สถานีแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน) แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกกว่า 30 ราย

กลายเป็นข่าวดังสะเทือนขวัญที่สังคมตั้งคำถามถึงมาตรการความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟ

ในขณะที่พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ยังคงเร่งทำสำนวนคดีแรกอย่างเคร่งเครียด สายลมแห่งความสูญเสียก็พัดหวนกลับมาอีกครั้งในช่วงสายของวันที่ 19 พฤษภาคม 2569

เมื่อ พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน ได้รับแจ้งอุบัติเหตุซ้ำซ้อนบนเส้นทางรถไฟสายเดิม

คราวนี้เหตุเกิดบริเวณทางเลียบรางรถไฟมักกะสัน หน้าโรงแรมเมอร์เชียร์ ใกล้เคียงสถานีรถไฟฟ้า ถนนกำแพงเพชร 7 ซึ่งห่างจากจุดเดิมไม่มากนัก ขบวนรถชานเมืองที่ 367 (กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา) ได้เฉี่ยวชนมนุษย์ล้มลงบาดเจ็บสาหัส

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน และอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งรุดไปถึงที่เกิดเหตุ

ภาพที่เห็นคือชายอายุประมาณ 50-55 ปี อาชีพไรเดอร์ส่งอาหาร นอนคว่ำหน้าหายใจรวยรินอยู่ริมรางรถไฟ มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะและใบหน้า

เจ้าหน้าที่ต้องรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าอย่างเร่งด่วน

ทราบว่าผู้บาดเจ็บขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณเลียบรางรถไฟ แล้วข้ามรางรถไฟไปปัสสาวะ ก่อนจะข้ามกลับอีกฝั่งมาที่รถจอดอยู่ โดยไม่ทันสังเกตมองซ้ายขวา ทั้งยังสวมหูฟังไว้ทั้ง 2 ข้าง ทำให้ไม่ได้ยินเสียงขบวนรถไฟที่กำลังแล่นมา

ถูกเฉี่ยวกระเด็น ยังโชคดีที่เพียงบาดเจ็บ!!?

ถัดมาในช่วง 7 โมงเช้า วันที่ 21 พฤษภาคม

ขณะที่ขบวนรถด่วนขาล่องกำลังเตรียมเคลื่อนตัวออกจากสถานีรถไฟลพบุรี ในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่ประจำจุดตัดรถไฟบริเวณแยกซุ้มประตูชัย ต.ท่าหิน อ.เมืองลพบุรี ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 200 เมตร ได้กดสัญญาณเตือนและลดระดับไม้กั้นลงมาตามขั้นตอนปกติ เพื่อปิดทางไม่ให้พาหนะสัญจรผ่าน

แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!

เมื่อรถตู้โตโยต้าสีขาวที่กระจกหน้าติดสติ๊กเกอร์สีส้มเด่นชัดระบุอักษร “รถรับ-ส่งนักเรียน” กลับพุ่งฝ่าแนวไม้กั้นข้ามไป แล้วจอดแน่นิ่งคร่อมอยู่บนรางรถไฟอย่างน่าหวาดเสียว

โดยไม่มีท่าทีว่าจะขยับเดินหน้าหรือถอยหลัง

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาพนักงานกั้นถนนวัย 56 ปี หัวใจแทบตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อรู้ว่าหายนะกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

เขาตั้งสติรีบใช้วิทยุสื่อสารแจ้งไปยังนายสถานีรถไฟลพบุรีด่วนที่สุด เพื่อสั่งเบรกขบวนรถด่วนห้ามเคลื่อนตัวออกจากสถานี

จากนั้นก็วิ่งหน้าตั้งอย่างไม่คิดชีวิต ตรงดิ่งไปที่รถตู้คันดังกล่าว พร้อมตะโกนไล่ให้โชเฟอร์รีบขับเดินหน้าถอยหลังออกจากทางรถไฟทันที

สิ่งที่น่าตกใจมากกว่าก็คือในรถตู้คันนั้นไม่ใช่รถเปล่า

เด็กนักเรียนนั่งด้วยมาเต็มคัน!!?

พล.ต.ต.บรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผบก.ภ.จว.ลพบุรี ไม่นิ่งนอนใจกับพฤติกรรมที่เป็นอันตราย สั่งการด่วนให้ตำรวจ สภ.ท่าหิน ตามล่าตัวคนขับรถตู้รายนี้มาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ต่อมาไม่นาน โชเฟอร์หนุ่มซึ่งเป็นชาวอำเภอท่าวุ้ง เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน พร้อมเปิดเผยนาทีชีวิตว่า ขับรถรับนักเรียนมาจาก อ.ท่าวุ้ง เพื่อมาส่งตามโรงเรียนต่างๆ ในตัวเมืองลพบุรี แต่เนื่องจากเพิ่งมาทำงานเป็นวันแรกจึงยังไม่คุ้นชินเส้นทาง

โชเฟอร์รายนี้ยอมรับว่า ตอนขับรถขึ้นเนินทางรถไฟ ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนและเห็นไม้กั้นฝั่งตรงข้ามกำลังลง จึงหยุดรถและมองหาไม้กั้นฝั่งของตัวเอง โดยหารู้ไม่ว่าได้ขับเลยจุดจอดจนรถขึ้นไปคร่อมอยู่บนรางรถไฟแล้ว และไม้กั้นฝั่งของตัวเองก็ห้อยอยู่เหนือหลังคารถตู้พอดี

ทำให้หาอย่างไรก็หาไม่เจอ!

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาหนักแก่โชเฟอร์มือใหม่รายนี้รวม 3 ข้อหา 1. ฝ่าฝืนเครื่องหมายไม้กั้นทางรถไฟ 2. ไม่จอดรถในระยะปลอดภัย (ในระยะ 15 เมตรจากทางรถไฟ) และ 3. ความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการขนส่ง (การประกอบการ)

ก่อนจะทำการเปรียบเทียบปรับเป็นเงินจำนวน 2,000 บาทและปล่อยตัวไป

เที่ยงคืนเศษ ในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างวันที่ 23-24 พฤษภาคม

พ.ต.อ.สมคิด ประเชิญสุข ผกก.สน.ลาดกระบัง พร้อมด้วยทีมพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่จราจร และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ต้องรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบอุบัติเหตุร้ายแรง บริเวณหลังวัดสังฆราชา (วัดสอง) เลียบถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ ซอยลาดกระบัง 3 แยก 4 แขวงและเขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ

ในที่เกิดเหตุพบภาพอันหดหู่ใจ ขบวนรถไฟบรรทุกสินค้า หมายเลขขบวน 4403 ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟบางซื่อ พุ่งชนรถจักรยานยนต์อย่างรุนแรง ส่งผลให้ น.ส.บุษกร บุญศรี อายุ 21 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิตคาที่ในสภาพน่าเวทนา

แรงปะทะมหาศาลทำให้ทั้งคนและรถกระเด็นไกลจากจุดเกิดเหตุกว่า 50 เมตร

จากการตรวจสอบพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบปมสำคัญที่เป็นเสมือนกับดักความตาย นั่นคือบริเวณที่เกิดเหตุเป็นจุดข้ามทางรถไฟที่มีรางขนานกันถึง 3 ราง

แต่กลับไม่มีเครื่องกั้นทางรถไฟ

เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นทางที่ชาวบ้านแอบตัดผ่านกันเองเพื่อความสะดวกในการสัญจร

ทางลักผ่าน!!?

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.บุษกร ผู้ตาย กำลังขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้านพักซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงจุดตัดนี้ เธอได้ทำการจอดรถเพื่อรอให้ขบวนรถไฟที่กำลังแล่นมาผ่านไปก่อน

แต่ทว่า… เธอจอดรถคร่อมอยู่บนรางที่ 1 โดยคาดว่าอาจกะระยะห่างระหว่างตัวรถกับขบวนรถไฟตู้สินค้าผิดพลาด ทำให้ถูกรถไฟพุ่งเฉี่ยวชนเข้าอย่างจังจนกลายเป็นโศกนาฏกรรม

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบัง ควบคุมตัวพนักงานขับรถไฟขบวนดังกล่าวไปสอบปากคำอย่างละเอียด พร้อมทั้งเร่งสอบสวนพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ เพื่อหาข้อเท็จจริงใน 2 ประเด็นหลัก

1. ขณะที่ขบวนรถไฟกำลังแล่นผ่านทางลักผ่านนี้ พนักงานได้เปิดแตรส่งสัญญาณเสียงเตือนล่วงหน้าเพื่อให้ผู้ใช้ทางรู้ตัวแล้วหรือไม่

2. ประสานทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อตรวจสอบตารางกำหนดเวลาเดินรถของขบวนสินค้า 4403 ว่าวิ่งตามเวลาปกติหรือมีส่วนใดที่ผิดปกติหรือไม่ เพื่อนำมาสรุปหาสาเหตุที่แท้จริง

เมื่ออุบัติเหตุถี่ยิบจนเกินกว่าจะรับไหว นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เรียกประชุมด่วนที่สุด พร้อมสั่งการล้างบางปัญหาระบบรางทั่วประเทศ โดยมีมาตรการยาแรงทั้งระยะสั้นและระยะยาว

เริ่มจากมาตรการเฉียบขาด สกัดรถไฟเข้าเมืองชั้นใน ลดการเดินรถไฟขนสินค้าที่จะวิ่งเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อลดความเสี่ยงบริเวณจุดตัด

สั่ง รฟท. ศึกษาแผนหยุดเดินรถไฟเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน โดยให้ผู้โดยสารสายตะวันออกสิ้นสุดเส้นทางที่สถานีลาดกระบัง และสายใต้สิ้นสุดที่สถานีตลิ่งชัน แล้วเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนอื่น เช่น รถไฟฟ้าสายสีแดง, แอร์พอร์ตเรลลิงก์ หรือ รถ ขสมก. แทน

ขั้นต่อไปคือบริหารจัดการ ‘ทางลักผ่าน’

เสี่ยโต้ง ยอมรับว่า ปัจจุบันมีทางลักข้ามที่ชุมชนแอบเปิดใช้เองกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำให้อุปกรณ์ความปลอดภัยไม่ครบถ้วน จึงมอบหมายให้สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางจัดทำแผนงานเสนอ รฟท.

เพื่อนำงบประมาณหรือเงินจากกองทุนทะเบียนรถเลขสวย มาติดตั้งสัญญาณไฟและเสียงหวีดแจ้งเตือนทันที

โดยจะนำร่องในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก่อนขยายผลทั่วประเทศ

ส่วนแผนระยะยาว เตรียมปรับเปลี่ยนจุดตัดทุกแห่งให้เป็น ‘ระบบไม้กั้นอัตโนมัติ’ โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ร่วมกับระบบอาณัติสัญญาณมาตรฐาน เพื่อทดแทนการใช้พนักงานควบคุม ช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ได้อย่างถาวร

พร้อมสั่งกำชับตำรวจและ รฟท. ให้ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับยานพาหนะทุกชนิดที่จอดรถคร่อมรางรถไฟ

แต่… อีกหนึ่งประเด็นตอกย้ำวิกฤตที่ไม่อาจมองข้ามได้คือปัญหาขาดแคลนบุคลากรอย่างรุนแรงของ รฟท.

ล่าสุด นายสราวุธ สราญวงศ์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหานี้เป็นการด่วน

สร.รฟท.เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2541 ที่จำกัดให้รัฐวิสาหกิจรับพนักงานใหม่ได้ไม่เกินร้อยละ 5 ของจำนวนพนักงานที่เกษียณอายุในแต่ละปี

มตินี้ใช้บังคับมานานเกือบ 30 ปี จนทำให้ รฟท.ตกอยู่ในสภาวะขาดแคลนกำลังพลหน้างานอย่างต่อเนื่อง

ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน การดูแลความปลอดภัย และการให้บริการประชาชน

วิกฤตการณ์บนรางเหล็กในรอบสัปดาห์นี้ เป็นภาพสะท้อนชัดเจนว่าปัญหานี้มีทางแยกสองฝั่ง

ฝ่ายหนึ่งคือ ‘ภาครัฐ’ ที่ต้องเร่งแก้ไขเชิงโครงสร้าง ปลดล็อกกฎหมายเก่ากักขังอัตรากำลังพล และรีบเปลี่ยนผ่านระบบไปสู่เทคโนโลยีอัตโนมัติเพื่อปิดช่องโหว่ความผิดพลาด

แต่อีกฝั่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ‘ผู้ใช้รถใช้ถนน’ ตราบใดที่ยึดติดอยู่กับความเคยชิน ละเลยวินัยจราจร

ต่อให้ระบบจัดการดีเยี่ยมเพียงใด คราบน้ำตาและโศกนาฏกรรมก็คงจะเวียนกลับมาป้อนข่าวหน้าหนึ่งให้เราได้สลดใจกันอยู่ดี



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)
50 ปี 6 ตุลา : จังหวะของประวัติศาสตร์ และการจรรโลงความรู้สึก