bg-single

28 YEARS LATER : THE BONE TEMPLE | ‘ไวรัสซอมบี้’

21.06.2026

ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์

หนึ่งในบรรดาหนังโกยเงินหรือ blockbuster ที่ฮิตติดตลาดมานานคือ หนังซอมบี้อาละวาดพยายามแปลงมนุษยชาติให้เป็นเผ่าพันธุ์ผีดิบเหมือนตัวเองหมดทั้งโลก

ว่ากันว่าสิ่งนี้สะท้อนความกลัวอันลึกล้ำในใจคนอเมริกัน หรืออาจจะคนทั้งโลกก็ว่าได้กระมัง ประมาณเดียวกับความกลัวสงครามนิวเคลียร์ล้างโลกประหัตประหารเผ่าพันธุ์มนุษยชาติให้หมดโลกไปนั่นแหละ

เราจึงได้ดูหนังที่มีเนื้อหาทำนองนี้มาแล้วมากมายก่ายกอง ทั้งที่เป็นหนังใหญ่และหนังชุดทางทีวียอดฮิตทั้งหลาย

ที่ผ่านมาเมื่อไม่นานนี้ก็มีหนังใหญ่ฟอร์มยักษ์ที่เพิ่งชนะใจคนดูอย่างหวือหวาและกวาดรางวัลไปมากมาย คือ Sinners

The Bone Temple เป็นหนังเรื่องที่ 4 ในชุดที่เริ่มด้วย 28 Days Later (2002)

ตามมาด้วย 28 Weeks Later (2007)

แล้วก็แตกแขนงมาเป็น 28 Years Later ซึ่งเป็นไตรภาคหรือหนังสามเรื่องต่อเนื่องกันนี้แหละ โดยที่เรื่องแรก (2025) กับเรื่องที่สอง (2026) ถ่ายทำไปพร้อมกันโดยออกฉายกันคนละปี

ส่วนภาคสามของไตรภาคปิดท้ายจะมีตามต่อมาอีก

เห็นได้ชัดว่าหนังเรื่องแรกประสบความสำเร็จทางรายได้อย่างสูงจนสามารถออกลูกออกหลานตามมาเป็นหนังได้อีกหลายเรื่องทีเดียว

จาก “28 วันให้หลัง” กลายเป็น “28 สัปดาห์ให้หลัง” และเว้นห่างไปถึง 18 ปี จึงได้กลายมาเป็น “28 ปีให้หลัง” ซึ่งแตกลูกออกมาเป็นไตรภาคนี่แหละ

หนังเรื่องแรกที่สร้างปรากฏการณ์ของหนังเขย่าขวัญยอดนิยมชุดนี้ กำกับฯ โดยแดนนี่ บอยล์ (Slumdog Millionaire, 127 Hours, Steve Jobs, Yesterday) และเขาจะกลับมากำกับฯ อีกครั้งในไตรภาคปิดท้าย ซึ่งเป็นเรื่องที่ 5)

ภูมิหลังของสถานการณ์ในเรื่องคือ ไวรัสเรจ (Rage Virus) ซึ่งแพร่จากลิงชิมแปนซี ทำให้ผู้คนที่ติดเชื้อกลายสภาพเป็นซอมบี้อันดุร้าย และแพร่เชื้อไปทั่วทวีปยุโรป รวมทั้งเกาะอังกฤษ

เรื่องแรกมีคิลเลียน เมอร์ฟี เป็นพระเอก แต่พระเอกไม่ได้ติดเชื้อโรคที่ระบาดไปราวไฟลามทุ่ง เนื่องจากมัวนอนหลับใหลไม่ได้สติเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ในอาการโคม่าจากอุบัติเหตุก่อนหน้าการระบาด

ครั้นเมื่อตื่นขึ้นมากลับพบกับโลกที่เปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง พระเอกจึงต้องพยายามเอาตัวรอดท่ามกลางความโกลาหลอลหม่านของโลกที่เต็มไปด้วยผีดิบดุร้าย…

ข้ามช็อตมา 28 ปี ถึงไตรภาค “28 ปีให้หลัง” ฉากหลังกลายเป็นดินแดนที่ราบสูงในสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ที่ถูกกั้นแยกให้โดดเดี่ยวด้วยกระแสน้ำที่ขึ้นสูงจนท่วมถนนที่ทอดเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่

“โบสถ์แห่งอัฐิ” ในชื่อเรื่องเป็นเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ ดร.เอียน เคลสัน (เรฟ ไฟน์ส) สร้างขึ้นจากโครงกระดูกผู้คนจำนวนมากที่พากันล้มหายตายจากไปราวใบไม้ปลิดปลิว เหมือนจะเป็นอนุสรณ์สถานสำหรับมนุษยชาติที่ถูกคร่าชีวิตไปจากโรคระบาดมหากาฬนี้

ดร.เคลสันซ่อนตัวอยู่ตามลำพังโดยใช้ยาฆ่าเชื้อ (ยาแดง) ทาผิวหน้าผิวเนื้อทั่วตัวเพื่อป้องกันตัวเองจากเชื้อโรค และการคุกคามของชนเผ่าที่ตัวโตเป็นยักษ์ปักหลั่นและติดเชื้อจนดุร้าย เห็นใครที่ไหนก็มุ่งหน้าเข้าทำร้ายเหมือนจะฉีกแขนขาออกเป็นชิ้นๆ

คนร่างยักษ์นี้เขาเรียกว่า แซมซั่น (ไค ลูวิส-พาร์รี่) และ ดร.เคลสันก็ทำให้สงบลงด้วยยาสลบ จนความดุร้ายของแซมซั่นกลายเป็นเหมือนลูกแมวเชื่องๆ

ขณะเดียวกัน บนเกาะก็มีกลุ่มบูชาซาตาน โดยมีหัวหน้าสถาปนาตนเป็นใหญ่ท่ามกลางลูกสมุนตัวน้อยที่ได้รับการเรียกขานด้วยชื่อเหมือนกันหมดว่า “จิมมี่”

ตัวหัวหน้าเองผู้กระหายเลือดแบบเหี้ยมโหดสุดสุด และสนุกกับความทุกข์ทรมานของเพื่อนร่วมโลก เรียกตัวเองด้วยว่า “เซอร์ลอร์ดจิมมี่ คริสตัล” (แจ็ก โอคอนเนล)

หนูน้อย สไปค์ (อัลฟี วิลเลียมส์) ถูกดึงตัวเข้าไปเป็นลูกสมุนของลัทธิบูชาซาตานโดยไม่ได้เต็มใจเลย ต้องหวาดระแวงและคิดหาทางเอาตัวรอดอยู่แทบทุกขณะจิต

สไปค์อยู่ท่ามกลางปากเหยี่ยวปากกาและต้องถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ขัดต่อคุณธรรมและสำนึกในความผิดชอบชั่วดี

ในที่สุด เซอร์ลอร์ดจิมมี่ก็พากลุ่มลูกสมุนไปพบ ดร.เคลสันซึ่งเขาคิดว่าเป็นซาตานตัวพ่อ หรือ “โอลด์นิค” ตามที่เขาเรียก

และนำไปสู่แง่มุมที่พลิกผันหักเหลี่ยมกันไป ณ จุดไคลแมกซ์ของหนัง ซึ่งเซอร์ลอร์ดจิมมี่ ผู้ “กวนตีน” สุดสุด ได้รับผลตอบแทนอย่างสาสมสุดสุดเหมือนกัน

ตอนจบเห็นคิลเลียน เมอร์ฟี โผล่ออกมา ดูท่าว่าจะเป็น “ทีเซอร์” (teaser) สำหรับภาคสุดท้ายของไตรภาค โดยนำพระเอกของหนังต้นเรื่องกลับมาอีกครั้ง

เมื่อคราวที่เล่นเรื่องนี้ใน ค.ศ.2002 คิลเลียน เมอร์ฟี ยังเป็นนักแสดงโนเนมซึ่งไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่มาถึงปี 2026 นี้ เขาก็เปล่งประกายฉายรัศมีด้วยศักดิ์ศรีของดาราแถวหน้าเต็มตัวโดยเฉพาะจากบทอันยอดเยี่ยมโดดเด่นใน Oppenheimer ของคริสโตเฟอร์ โนแลน

พูดให้ตรงจุดเพื่อประกาศจุดยืนไปเลยว่าผู้เขียนคอลัมน์นี้ไม่ค่อยจะ “อิน” กับหนังซอมบี้อาละวาดเท่าไรนัก เมื่อครั้งได้ดู Sinners (ซึ่งไม่ปฏิเสธว่าเป็นหนังที่ทำได้ดีมาก) ก็ยังมีความรู้สึกแปลกแปร่งและแปลกแยกอยู่เยอะเลย

เลยทำให้ดู The Bone Temple แล้วก็งั้นๆ แหละค่ะ

28 YEARS LATER : THE BONE TEMPLE

กำกับการแสดง

Nia DaCosta

แสดงนำ

Ralph Fiennes

Jack O’Connell

Alfie Williams

Erin Kellyman

Chi Lewis-Parry



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เส้นทางฟื้นเศรษฐกิจ หลังฉีด ‘ไทยช่วยไทยพลัส’
‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)