ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์
เราเพิ่งได้ดูหนัง Frankenstein (2025) จากฝีมือการสรรค์สร้างของกีเลร์โม เดล โตโร ไปเมื่อปีที่ผ่านมา จากเค้าโครงนวนิยายคลาสสิค Frankenstein or the Modern Prometheus (1818) ที่เขียนโดยแมรี เชลลี
ขยายความนิดนะคะ ว่าโพรมีเธียสในปกรณัมปรัมปรากรีก คือเทพเจ้าผู้นำไฟมาให้มนุษย์ใช้ และถูกลงโทษให้ต้องชดใช้กรรมอยู่ชั่วกาลนาน
แมรี เชลลี เขียน Frankenstein เมื่อตอนอายุเพียง 18 ปี โดยคำท้าในกลุ่มคนใกล้ชิดให้เขียน “เรื่องผี” แข่งกัน
ผลลัพธ์จากคำท้าสำหรับแมรี เชลลี นั้นก็คือผลงานอมตะอันลุ่มลึกเกี่ยวกับชีวิตและความตายอันยืนยงเป็นที่นิยมมาได้จนถึงทุกวันนี้
นวนิยายต้นฉบับถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแล้วครั้งเล่า จนแตกหน่อขยายแขนงออกมาสู่เรื่องราวของตัวประหลาดหญิงที่เรียกว่าเจ้าสาวของแฟรงเคนสไตน์อีกต่างหาก

นี่เป็นเรื่องราวที่แตกแขนงออกมาจากต้นฉบับ โดยแรงบันดาลใจอันผสมผสานกับหนัง The Bride of Frankenstein (1935) เมื่อตัวประหลาดของแฟรงเคนสไตน์ร้องขอคู่ชีวิตประเภทเดียวกันเพื่อจะได้ครองคู่อยู่ด้วยกันในชีวิตที่ดูเหมือนจะยาวนานจนเกินกรอบของชีวิตมนุษย์
แมกกี้ จิลเลนาล ผู้ผันตัวเองจากการเป็นนักแสดงมาอยู่หลังกล้องในฐานะผู้กำกับฯ และได้รับความสำเร็จพอควรในหนังเรื่องแรก คือ The Lost Daughter เกิดแรงบันดาลใจที่จะเล่าเรื่องขยายต่อจากนั้น
โดยจินตนาการถึงคู่ครองของตัวประหลาดนั้นในมุมมองใหม่ กลายเป็นหนังทุนสร้างสูงที่ดารดาษไปด้วยดารานักแสดงเกรดเอฝีมือเยี่ยมมาประชันกันจนล้นจอ
เริ่มตั้งแต่คริสเตียน เบล (The Dark Knight) เจสซี บัคลีย์ (Hamnet) แอนเน็ตต์ เบนิง (American Beauty) เพเนโลปี ครูซ (Vanilla Sky)
แถมยังดึงเอานักแสดงคนดังในครอบครัว คือสามี ปีเตอร์ สการ์การ์ด กับน้องชาย เจค จิลเลนาล มาเล่นอีกด้วย

มุมมองใหม่ของหนังคือให้แมรี เชลลี มาเป็นคนเล่าเรื่องที่เธอยังไม่เล่าหรือเขียนไว้ในนิยายมาก่อน เธอเคยเขียนไว้เพียงแค่บทของ “เจ้าสาว” ที่ตัวประหลาดของแฟรงเคนสไตน์มาเรียกร้องขอให้แฟรงเคนสไตน์สร้างให้เป็นเพื่อนชดเชยกับความเปล่าเปลี่ยวเดียวดายที่เขาต้องเผชิญหน้าอยู่ในโลกกว้างอันอ้างว้างโดยลำพัง
เจสซี บัคลีย์ ซึ่งเพิ่งดังระเบิดด้วยฝีมือการแสดงใน Hamnet มารับบททั้งเป็นแมรี เชลลี นักเขียนสาวจากศตวรรษที่ 19 จากชีวิตหลังความตาย และเป็นตัวประหลาด “เจ้าสาวของแฟรงเคนสไตน์” เอง
ด้วยความสามารถเฉียบคมในการสลับสับเปลี่ยนบทบาท พื้นเพภูมิหลังและสำเนียงพูดจากตัวตนที่ถูกสิงโดย “ผี” ของหญิงอังกฤษในศตวรรษที่ 19 และศพของหญิงสาวชาวอเมริกันในต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งถูกปลุกให้คืนชีพขึ้นมา
แมรี เชลลี ในชีวิตหลังความตาย (ตายไปแล้วจะไปมีชีวิตอยู่ที่ไหนอย่างไรก็ไม่รู้ละ) เล่าเรื่องของ “เจ้าสาว” ที่เธอยังไม่ได้เล่าไว้ในนวนิยายโดยเข้าสิงในตัวของหญิงสาวชื่อ ไอดา ซึ่งอยู่ในแวดวงของกลุ่มมาเฟียอิทธิพลในชิคาโกในช่วงทศวรรษ 1930

ไอดาตกจากที่สูงลงมาคอหักตายในระหว่างการคุกคามของสมุนมาเฟีย
ในช่วงเวลาเดียวกัน ตัวประหลาดของแฟรงเคนสไตน์ ซึ่งต่อมาจะถูกเรียกขานกันว่า “แฟรงค์” (คริสเตียน เบล) ก็ดั้นด้นไปหานักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง ดร.ยูโฟรเนียส (แอนเน็ต เบนิง) เพื่อขอให้สร้างคู่ครองให้ครองคู่อยู่กับเขาต่อไปชั่วกาลนาน
ทั้งสองแอบไปขุดศพหญิงสาวนิรนามมาได้และด้วยอุปกรณ์ประจุไฟฟ้า ศพก็คืนชีพขึ้นมาโดยปราศจากความทรงจำในอดีต
จากนั้นทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตอย่างบ้าคลั่งแบบ “ช่างมันฉันไม่แคร์” ต่อมาจนกลายเป็นอาชญากรหนีเตลิด เหมือน Bonnie and Clyde และ Joker จนกลายเป็นไอดอลที่มีแฟนติดตามและเอาเยี่ยงอย่างด้วยความคลั่งไคล้ใหลหลง

เรื่องยังแตกแขนงออกมาเป็นนักสืบคู่หูชายหญิง ที่ติดตามไล่ล่าอาชญากรหนีคดีสองคนไปอย่างไม่ลดละ ด้วยเงื่อนงำที่เป็นจุดอ่อนในตัวแฟรงค์ นั่นคือความหลงใหลในโลกมายา โดยเฉพาะหนังยอดนิยมในยุคนั้น คือหนังเพลงตามแบบฉบับของเฟร็ด แอสแตร์
ซึ่งเป็นการหลีกหนีไปจากโลกของความจริงอันโหดร้าย
นี่เป็นหนังเฟมินิสต์ หรือสตรีนิยม มีประเด็นต่างๆ ของความอยุติธรรมในสังคม โดยเก็บเล็กผสมน้อย แตะโน่นแตะนี่ไปเรื่อยๆ
จึงกลายเป็นจุดอ่อนจุดใหญ่ของหนัง คือทำให้จับประเด็นแหลมคมต่างๆ ขึ้นมาแล้วเดินต่อไปได้ไม่ถึงสุดทาง
ก็อยากจะชื่นชอบอยู่หรอก โดยเฉพาะในความตั้งใจ ไอเดียดีๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปหมด รวมทั้งความพยายามสรรค์สร้าง และการรวมดาวสุดยอดฝีมือของวงการมาส่องประกายระยิบระยับทั่วไปหมด
แต่ “ปม” หรือ “เส้นโค้ง” (arc) ที่พาดผ่านขยายเรื่องราวออกไปนั้น มีมากมายก่ายกองระเกะระกะอยู่ทั่วไปหมด จนทำให้ขมวดได้ไม่แน่นพอ รวมทั้งคลี่คลายไม่ได้หมดจดจนลงตัว เลยกลายเป็นเหมือนพล็อตจะ “เลอะเทอะ” (messy) ไปหน่อย…เรียกว่าไม่หน่อยดีกว่า แต่มากโขเอาการทีเดียว…
จึงเป็นหนังที่จับใจคนดูไม่ได้และนับว่า “ล้มเหลวอย่างแรง” ก็ว่าได้ โดยเฉพาะเมื่อเทียบทุนสร้างมหาศาลกับรายได้ขี้ปะติ๋ว
หนังวางตอนจบไว้เหมือนกับเปิดช่องให้ทำภาคสองตามมาอีก
แต่ในเมื่อฐานของแฟนไม่แน่นหนาอุ่นหนาฝาคั่งเสียแล้ว โอกาสที่จะได้ดูภาคสองก็เห็นจะเข็นกันยากอยู่ละ…

THE BRIDE!
กำกับการแสดง
Maggie Gyllenhaal
แสดงนำ
Jessie Buckley
Christian Bale
Annette Bening
Peter Skargard
Penelope Cruz
Jake Gyllenhaal
