ไอความร้อนจากหวดนึ่งข้าวเหนียวลอยฟุ้งแทรกกลิ่นดินชื้นในมวลอากาศ ไม่ทันไร เสียงสากกระทบลงบนครกหินก็ดังป๊อกๆ สม่ำเสมอกันราวกับจังหวะของเมโทรนอม ที่คอยจับเวลาชีวิตอันซ้ำซากของผู้คนในชนบทแห่งนี้ เสียงนั้นปลุกให้ฉันตื่นเต็มตา ก่อนจัดแจงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วลงไปร่วมวงมื้อเช้าแสนเรียบง่ายที่รออยู่เบื้องล่าง
เพียงไม่นานข้าวเหนียวร้อนถูกปั้นขึ้น ก่อนถูกจิ้มลงไปในถ้วยซุบมะเขือ ฝีมือแม่สามี ทว่าข้าวคำนั้นกลับฝืดคอราวกับกลืนเสี้ยนหนามแหลม ไม่ใช่เพราะรสชาติของกับข้าว หากแต่เป็นเพราะแม่สามีที่กำลังปั้นข้าวเหนียวด้วยมือกร้านแดด บอกเล่าเรื่องราวลูกชายผู้ใหญ่บ้านอย่างออกรส ราวกับเป็นเรื่องสนุกในยามเช้า
น้ำเสียงของแม่นั้นราบเรียบพอๆ กับตอนที่แกบ่นเรื่องราคาพืชผลที่ตกต่ำ หรือแม้แต่ความยุ่งยากของแอพพลิเคชั่นที่รัฐบาลจัดตั้ง ที่ทำให้คนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านต้องแบกสังขารเดินทางไกล ฝ่าความหิวโหยเพื่อไปยืนยันตัวตนแลกกับเงินสวัสดิการที่ใช้แลกซื้อกับข้าวครึ่งราคาเพียงไม่กี่มื้อต่อเดือน แม่จับเอาถึงความทุกข์ยากเรื่องปากท้องของผู้คนภายในชุมชนมาวางกองรวมกันความวิปริตของผู้คนภายในชุมชนแห่งนั้นอย่างเท่าเทียม
“อีหล่า บักคำผลาญมันเตะเมียมันอีกแล้ว คราวนี้หนักหน่อย เห็นว่ากระเด็นเข้าไปในกอหนามกระบองเพชรหลังเรือนเลย”
แม่สามีของฉันพูดภาษากลางปนภาษาพื้นถิ่น พลางตักซุบมะเขือที่เหลือลงกล่องพลาสติกใบเก่าๆ เพื่อเอาไว้กินมื้ออื่น
“กรรมของอีลำดวนมันแท้ๆ ที่ดันได้คนอย่างไอ้คำผลาญมาเป็นผัว”
ฉันมองดูมือแม่ที่กำลังขยำข้าวเหนียวแน่น ด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ครัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับจากคราบน้ำมันเก่า ที่ผ่านการใช้งานมาหลายทศวรรษ อันเป็นความสกปรกที่ไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจ แต่เกิดจากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดที่ไม่มีเครื่องดูดควัน ไม่มีทั้งระบบจัดการเศษอาหารที่เหมาะสม ฉันมองดูแมลงวันนับสิบตัวบินว่อนจับอาหาร ท่ามกลางความดิ้นรนในแต่ละวัน
พลางนึกถึงชายผู้นั้น
ชายที่ชื่อคำผลาญ ชื่อธรรมดาเพียงสองพยางค์ซึ่งชาวบ้านมักเรียกกันจนติดปาก ฉายานี้ได้มาจากสันดานที่ถูกบ่มเพาะจนสุกงอมมาตลอดหลายสิบปี ชายผู้มีพรสวรรค์พิเศษในการทำลายล้างสูง เขาเร่งเผาผลาญมันทุกอย่างที่ขวางหน้า ตั้งแต่เรื่องทำลายข้าวของเครื่องใช้ในเรือนที่สร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของเมียตนเอง เพียงเพราะความระแวงหึงหวงอันไร้เหตุผล ผลาญงบประมาณของหมู่บ้านในฐานะลูกชายคนเดียวของผู้ใหญ่บ้าน ผู้มีบารมีหนุนหลังด้วยความโลภที่ไม่มีวันพอ
คนอย่างคำผลาญไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด แต่มันคือผลผลิตอันบิดเบี้ยวของผู้คนที่มักให้ค่าไปกับนามสกุลดังหรือเพราะอำนาจของเงินตราที่มีค่ามากกว่าความเป็นคน
กรรมของดอกไม้ ฉันคิดอยู่ในใจ
เมื่อความสวยที่สวรรค์ประทานมาให้กลับกลายเหยื่อล่อเพื่อให้สัตว์ร้ายเข้ามาทำร้าย และพวกเขาทำได้เพียงตัดจบด้วยถ้อยคำอย่างง่ายว่า กรรมของมัน เพียงเพื่อกันตนเองไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับความป่าเถื่อนเหล่านั้น จนสิ่งที่หญิงสาวนั้นได้รับกลายเป็นเรื่องชินชาแสนเปราะบาง ราวเกสรดอกไม้ที่ถูกลมพัดปลิวไปตามลม
ฉันยังคงก้มหน้ากินข้าวเช้ามื้อนั้นต่อไปอย่างเงียบๆ ก่อนเหลือบมองแม่ที่กำลังเช็ดมือกับผ้าถุงเก่า พลางบ่นพึมพำถึงเรื่องที่ต้องพาคนอื่นๆ เข้าไปยืนยันการรับเงินสวัสดิการในตัวเมือง
ดูเหมือนว่าช่วงเวลานั้นแม่ยังคงกังวลเรื่องสวัสดิการของรัฐมากกว่าความเจ็บปวดของลูกผู้หญิงคนหนึ่งมันก็เท่านั้นเอง
ฉันเดินกลับมานั่งอยู่ในห้องทำงานตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ที่ฉันถือแก้วไวน์แดงราคาถูกไว้ในมือ และหมุนวนน้ำสีแดงเข้มอยู่ในแก้วใส ราวกับกำลังปั่นรวมเอาความโสมมทั้งหมดภายในชุมชนเข้าด้วยกัน ก่อนสูดกลิ่นหอมฝาดๆ เข้าปอดแล้วพ่นลมหายใจยาวออกทางปาก ด้วยความรู้สึกจุกอยู่ในอก ระคนด้วยความเวทนาหญิงคนหนึ่งถูกกระทำอย่างทารุณ เพียงเพื่อประกาศศักดาว่าตัวเองเป็นเจ้าข้าวเจ้าของชีวิตผู้อื่น และคิดว่าการเตะเมียเข้ากอหนาม คือการกระทำที่พิสูจน์ความเป็นลูกผู้ชาย
ตรงข้ามกับสามีของฉัน ผู้ที่สวดมนต์ก่อนนอนทุกคืนโดยไม่เคยปริปากบ่นเมียคนนี้ที่วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับแป้นพิมพ์และไวน์แดงภายใต้สังคมออนไลน์ที่แสนจอมปลอม ทว่าในสายตาของแม่สามี ฉันคือสะใภ้ในอุดมคติที่ดูแลบ้านหลังใหญ่ให้สะอาดเอี่ยมอ่องไร้ที่ติ แต่ใครจะไปรู้ว่าในความสะอาดระดับ Full HD ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่านั้น มาจากฝีมือของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของแกเอง ฉันจึงกลายเป็นบุคคลแปลกประหลาดที่ไม่ออกไปช่วยเกี่ยวข้าวทำนา อันขัดกับความเป็นกุลสตรีในชนบท อย่าว่าแต่ทำงานนอกบ้านเลย แค่งานภายในบ้านอย่างหยิบไม้กวาดหรือจานสักใบฉันก็ไม่เคยทำกับเขา
ทว่าในสายตาของสามี การที่ฉันไม่สร้างภาระหรือเรียกร้องอะไรกับเขา นั่นคือความดีงามอย่างที่สุด
กระทั่งมาถึงฤดูแล้งที่ทำให้ในปีนั้นขาดน้ำอย่างรุนแรง เกิดวิกฤตมากเสียจนโอ่งใบใหญ่สีหม่นเทาน้ำแห้งขอด อีกทั้งน้ำบาดาลที่พวกเราเคยใช้เป็นประจำก็ดันกลายสีสนิมเขรอะ จนกระทั่งมันไม่ยอมไหลอีกเลย ไม่ต้องพูดถึงน้ำประปาของหมู่บ้าน เพราะมันไม่เคยมีมานานแล้ว แล้วนั่นจึงเป็นเหตุชนวนที่ทำให้แม่สามีของฉันอดรนทนไม่ได้ นางจึงไปร้องเรียนที่เขตอำเภอ แต่ทว่ากลับได้คำตอบเดิมๆ นั่นคือการโยนภาระกันไปมาระหว่างการบริหารส่วนตำบล จนทำให้ผู้ใหญ่บ้านกล้าเรียกเงินใต้โต๊ะเป็นจำนวนเงินถึงสี่หมื่นบาท เพื่อแลกกับการเป็นคนดำเนินการติดตั้งประปา เรื่องนี้มันทำให้ฉันอดรนทนไม่ได้ จึงต้องใช้ทักษะการเขียนที่ชำนาญเสมือนดั่งอาวุธแหลมคม เพื่อร่างจดหมายร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมด้วยภาษาที่ตรงไปตรงมาจนไม่มีช่องโหว่ ฉันเขียนถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านด้วยความสัตย์ซื่อและมีข้อมูลที่รัดกุม ในการตีแผ่ของระบบการจัดการน้ำอันเน่าเฟะที่พวกนักการเมืองท้องถิ่นใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากินกับชาวบ้านตาดำๆ
ทว่าผลลัพธ์นั้นกลับกลายเป็นดาบสองคม เมื่อปลัดจังหวัดลงมาจัดการเรื่องน้ำประปาด้วยตัวเอง ทุกอย่างจึงคลี่คลายลงภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว จนกลายเป็นผลงานชิ้นโบแดงที่ปลัดกลับเป็นคนได้หน้าเสียเอง แต่คนที่เสียหน้าคือผู้ใหญ่บ้าน ทั้งอดได้เงินสี่หมื่นบาท ทั้งถูกชาวบ้านประณามหยามเหยียด เขาแค้นจัดจนไปใส่ร้ายแม่สามีของฉันว่าแกไปร้องเรียนโดยไม่ปรึกษาคนในหมู่บ้าน
บ่ายวันนั้นแม่กลับมาพร้อมคราบน้ำตา เพราะผู้ใหญ่บ้านบอกว่าแกอยากได้หน้าพร้อมกับคำด่าอีกสารพัด ฉันกำแก้วไวน์แน่นจนนิ้วซีด ความโกรธที่เคยพุ่งไปที่เทศบาล ตอนนี้เปลี่ยนเป็นความเดือดดาลที่มุ่งตรงไปที่ไอ้ผู้ใหญ่บ้านสวะคนนั้น พลางคิดในใจว่าฉันคนนี้นี่แหละที่จะทำให้ผู้ใหญ่บ้านได้เห็นว่า อำนาจในมือของประชาชนแท้จริงนั้นมันคมกริบยิ่งกว่ามีดโกนอาบยาพิษ
ก่อนบุกไปหาผู้ใหญ่บ้านถึงที่บ้าน ในสภาพที่คนคงมองว่าเมาจนเสียสติที่ไม่เหลือความหวาดกลัวอีกต่อไป
ฉันยืนประจันหน้ากับชายผู้มีอำนาจล้นมือในหมู่บ้าน ในขณะที่เขากำลังนั่งสูบบุหรี่อย่างใจเย็นบนแคร่ไม้ไผ่
“ผู้ใหญ่ เรื่องที่น้ำประปามันแดงขึ้นมานั่นน่ะ ฝีมือของกูเอง”
ฉันบอกมันด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท พูดกลางและอีสานปนกันมั่วไปหมด
“รู้บ่กูลูกไผ แก่กะโหลกกะลาส่ำมึงสิไปฮู้อีหยัง ถ้ามึงยังกล้าเอาชื่อแม่ผัวกูไปนินทาให้ชาวบ้านฟังอีก เทื่อหน้ามึงสิบ่ได้แค่โดนสอบสวนเรื่องน้ำประปาแน่ ถ้าเรื่องนี้บ่จบ กูสิพาแม่ผัวกูไปออกรายการโหนกระแส ให้คนทั้งประเทศเขารู้กันไปเลยว่าผู้ใหญ่บ้านบักคำผลาญมันทำตัวแบบใด๋”
คำขู่ด้วยอิทธิฤทธิ์จากไวน์แดงนั้นทำผู้ใหญ่บ้านอึ้งจนตัวสั่น จากที่เคยลำพองด้วยอำนาจตอนนี้หดลงในทันทีเมื่อเจอคำขู่ถึงพริกถึงขิง ทำเอาใบหน้าของเขานั้นซีดเผือดราวกับคนเห็นผี
“ใจเย็นๆ เด้ออีหล่า” ชายผู้นั้นพูดตะกุกตะกัก
“เดี๋ยวฉันจะจัดการให้เอง เดี๋ยวจะไปขอโทษแม่สามีเธอ แล้วจะแก้ข่าวให้ชาวบ้านเข้าใจใหม่ว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไง”
ครั้นเมื่อเขาพูดจบฉันก็หันหลังเดินขึ้นมอเตอร์ไซค์บึ่งรถกลับบ้านไปทันที คืนนั้นหลับสนิทกระทั่งตื่นมาในสายๆ อีกวัน ในตอนนี้และดูทุกอย่างนั้นเข้าที่เข้าทาง แม่สามีเล่าว่าผู้ใหญ่บ้านเข้ามาขอโทษแกถึงที่บ้าน และประกาศแก้ข่าวให้ชาวบ้านเข้าใจเสียใหม่หมดแล้ว รวมถึงชาวบ้านจากที่เคยมองแกไม่ดีก็เริ่มหันมามองแม่สามีด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป
ฉันถือแก้วไวน์แดงขึ้นมาจิบพอดับกระหาย แสงแดดสะท้อนบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังเปิดค้างไว้ เต็มไปด้วยข้อความเรียกร้องความเป็นธรรมของชาวบ้านกลุ่มใหม่ และผู้ใหญ่บ้านที่ยังคงเดินตรวจตราหมู่บ้านด้วยมอเตอร์ไซค์คันเดิม เขามองข้ามหน้าต่างห้องทำงานของฉันด้วยความหวาดระแวง เพราะกลัวเงาหัวของตัวเองและลูกชายจะไร้ที่อยู่
เพราะรู้ดีว่าสะใภ้ขบถคนนี้ไม่ได้มีมือแค่ใช้ถือไวน์อีกต่อไป
