สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง
มูลนิธิสุขภาพไทย
ราตรีสีทอง ไม้กลิ่นหอมมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Orange Cestrum หรือ Yellow Jasmine ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cestrum aurantiacum Lindl.
เป็นพืชที่สื่อถึงการสานไมตรีของโลกฝั่งตะวันตกและตะวันออกก็ได้ เนื่องจากมีถิ่นกำเนิดทั้งในอเมริกากลางไปจนถึงเอเชีย และนับรวมแอฟริกาด้วย
ราตรีสีทอง ไม่ใช่ไม้ประดับที่มีดอกสีสันสดใสและกลิ่นหอมรัญจวนใจในยามค่ำคืนเท่านั้น
แต่ยังมีเรื่องราวของความความเชื่อ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาการใช้ประโยชน์ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ที่ราตรีสีทองเติบโตส่งกลิ่นหอมด้วย
ในวัฒนธรรมต่างๆ ในแต่ละประเทศหรือแต่ละภูมิภาค มักจะมีความเชื่อ ความลึกลับที่เกี่ยวกับธรรมชาติ
ดังเช่น ดอกไม้ที่บานและส่งกลิ่นหอมในยามค่ำคืนก็มักจะมีเรื่องราวเล่าขานไว้มากมาย
บางครั้งก็เชื่อมโยงกับพลังงานของดวงจันทร์ หรือความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณ
บางครั้งก็ให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่ำรวยและสิริมงคล
ในวัฒนธรรมไทยนั้น สีทองของดอกราตรีสีทองจะสื่อถึง ความอุดมสมบูรณ์และอำนาจวาสนา
บ้านใครปลูกราตรีสีทองไว้มีความเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมความรุ่งเรือง สีทองและกลิ่นหอมจะช่วยดึงดูดพลังงานบวกเข้ามาสู่ที่อยู่อาศัย
นักเล่นต้นไม้หรือคนที่ชื่นชอบไม้หอมไม้ประดับ จะทราบดีว่า มีต้นไม้ที่เรียกว่า “ราชินีแห่งรัตติกาล” (Queen of the Night) หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อ ราตรีสีขาว ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cestrum nocturnum L. ซึ่งมีฐานะอยู่ในพืชสกุลเดียวกันกับราตรีสีทอง คือสกุล Cestrum แต่ฉายา “ราชินีแห่งรัตติกาล” คนทั่วไปอาจมองว่าไม่มีพลังเท่าราตรีสีทอง อาจเป็นเพราะอิทธิพลจากความเชื่อจากสีทองและกลิ่นหอมที่ “สื่อสาร” ผ่านยามความมืด จึงมีพลังตามความเชื่อมากขึ้น
ในบางท้องถิ่นยังมีความเชื่อว่ากลิ่นหอมแรงนั้นสามารถช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป และนำพาความสงบสุขมาสู่บ้านเรือนในยามคืนเพ็ญด้วย
ราตรีสีทอง จะมีพลังบวกตามความเชื่ออย่างไรก็ขอให้นึกถึงสำนวนโบราณว่า “น้ำผึ้งอาบยาพิษ” ไว้ด้วย
เพราะราตรีสีทองเป็นพืชที่จัดอยู่ในกลุ่มมีพิษร้ายแรงห้ามนำมากินเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม ในทางพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน (Ethnobotany) มีการนำส่วนต่างๆ มาใช้ประโยชน์โดยผู้มีความรู้หรือผู้เชี่ยวชาญอย่างรัดกุมและเข้มงวด โดยเฉพาะการใช้เป็นยาภายนอก
เช่น ในภูมิภาคอเมริกากลางและอเมริกาใต้ พืชในสกุล Cestrum นำมาใช้กับโรคผิวหนัง โดยการนำมาบดทำเป็นยาพอก (Poultice) แก้อาการคัน ผื่นคันจากอาการแพ้ และการติดเชื้อทางผิวหนัง
ซึ่งในใบของราตรีสีทองมีสารกลุ่มซาโปนิน (Saponins) และอัลคาลอยด์ ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ

ปัจจุบันเริ่มมีการศึกษาวิจัยเพิ่มขึ้น เช่น งานวิจัยในพื้นที่เขานิลคีรี (Nilgiris) ประเทศอินเดีย พบว่าสารสกัดจากดอกราตรีสีทองมีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด เช่น Staphylococcus และ E. coli
ซึ่งการศึกษานี้สอดคล้องกับการใช้ในภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือการใช้ในชุมชนพื้นบ้าน ที่นำเอาพืชสกุลนี้ใช้รักษาแผลติดเชื้อ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นยาต้านจุลชีพตามธรรมชาติ
การใช้ประโยชน์อื่นๆ ของราตรีสีทอง เช่น การทอผ้าพื้นเมืองและการย้อมสีธรรมชาติ
เริ่มมีการทดลองนำผลสีขาวขุ่นของราตรีสีทองมาเป็นส่วนประกอบในกระบวนการเตรียมสีย้อม แม้จะไม่ใช่เป็นการให้สีย้อมผ้า แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทดลองใช้พืชท้องถิ่นพัฒนากระบวนการย้อมสีย้อมธรรมชาติ เพื่อให้สีย้อมมีคุณภาพดีขึ้น
การที่ราตรีสีทองมีถิ่นกำเนิดในหลายภูมิภาคทั่วโลก และยังมีการแพร่กระจายไปในหลายประเทศ จึงเป็นพืชที่มีเรื่องเชิงบวกและลบ ชวนให้เรียนรู้ เช่น ในประเทศแอฟริกาใต้ เคนยา และนิวซีแลนด์
ราตรีสีทอง จัดอยู่ในกลุ่มไม้ประดับและรั้วต้นไม้ แต่ด้วยลักษณะพิเศษที่เป็นพืชมีความทนทานและการแพร่พันธุ์รวดเร็ว ราตรีสีทองได้กลายเป็นพืชรุกราน (Invasive Species) ที่ส่งผลกระทบต่อพืชท้องถิ่นและเป็นพิษต่อปศุสัตว์ ทำให้เกิดความพยายามในการควบคุมด้วยวิธีการทางชีวภาพ (Biological Control)
ในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศในเอเชีย กลับยกย่องให้ราตรีสีทอง คือ “Hummingbird Plant” หรือต้นไม้ที่ช่วยดึงดูดนกฮัมมิงเบิร์ดและผีเสื้อมาเชยชม และดอกรูปหลอดสีส้มสดใสเหมือนว่าธรรมชาติออกแบบมาเพื่อให้นกและแมลงที่มีปากยาวสามารถเข้าถึงน้ำหวานได้ง่าย
ราตรีสีทองจึงเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่มีความสำคัญในการจัดสวนแนวอนุรักษ์เชิงให้แมลงผสมเกสรตามธรรมชาติ
ความรู้จากอดีตหรือภูมิปัญญาที่ปัจจุบันนี้ควรเรียนรู้ไว้ และมีความสำคัญที่สุดที่จะต้องสืบต่อให้กล้างขวาง คือ “ความสวยงามที่ต้องระวัง” หรือที่สำนวนไทยเรียกว่า “น้ำผึ้งอาบยาพิษ”
เนื่องจากทุกส่วนของราตรีสีทองมีสารพิษที่ส่งผลต่อระบบประสาทและทางเดินอาหาร
โดยเฉพาะผลสีขาวที่ดูน่ารับประทานสำหรับเด็กและสัตว์เลี้ยง ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง
ชาวสวนรุ่นก่อนหรือคนโบราณ มักสอนหรือกำชับให้ปลูกไว้ในพื้นที่หรือในมุมที่ห่างจากทางเดินหลักหรือในจุดที่สัตว์เลี้ยงเข้าไม่ถึง เพื่อให้เราชื่นชมเพียงความงามและกลิ่นหอมโดยไม่เกิดอันตราย
แม้ว่าจะเป็นพืชมีพิษ แต่ด้วยกลิ่นหอมและความงาม ความเชื่อในวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมาในเรื่องความเป็นสิริมงคล พลังบวกต่างๆ
ราตรีสีทองจึงเป็นไม้ที่ไม่ควรมองข้าม
ความรู้ดั้งเดิมของการแพทย์พื้นบ้านในหลายประเทศกับการศึกษาสมัยใหม่ถึงคุณสมบัติจากสารสำคัญ ราตรีสีทองอาจยังซ้อนพลังลึกลับให้นำมาใช้เกี่ยวกับสุขภาพ สิ่งแวดล้อมหรือระบบนิเวศก็เป็นไปได้
