สถานีคิดเลขที่12 | สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
รั่ว
สมมุติหากต้องสอบวัดผล หลังบริหารงานมาครบ 3 เดือน สำหรับรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล
สิ่งน่าเป็นห่วงไม่ใช่ห่วงจะมีมือ”ลึกลับพันลึก” มาทำให้ข้อสอบ”รั่ว”เพื่อช่วยให้สอบ “ผ่าน”
แต่ห่วงผลสอบที่ออกมามากกว่า
ห่วงว่าจะผ่านแบบมีรอย”รั่ว”เกิดในรัฐนาวาหรือเปล่า
เพราะต้องยอมรับว่า วาทกรรม “รัฐบาล 3 เดือน เหมือน 3 ปี” สะท้อนภาวะไม่สดใสของรัฐบาลเท่าใดนัก
เนื่องจากเริ่มเห็นรอยรั่วแล้ว
แม้จะไม่ใช่รอยใหญ่ ถึงขนาดทำให้ เรือล่ม ก็ตาม
แต่กัปตันเรือหนูต้องเสียสมาธิ-เสียเวลา มาแก้ไข
อย่างน้อยต้องเรียกหา “รัฐมนตรีโลกลืม” ให้งัวเงียลุกขึ้นมา ช่วยกันอุดรอยรั่วนั้น
ซึ่งก็น่าแปลกใจขนาดดาวเด่น ที่เคยฉายแสงจรัส อย่าง”ศ.”ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ก็ยังถูกโซเชียลสร้างกระแส”ศุภีหายไปไหน”ขึ้นมาเขย่า
สะท้อนภาวะ”ไม่ปกติ”สักเท่าไหร่
ทั้งนี้ เมื่อพูดถึง “ศ” แล้ว อดที่จะต้องพูดถึง กระแสข่าวลือ เรื่อง นายกฯ”ศ” ที่อยู่ๆก็โผล่ออกมาว่าจะมาแทน นายกฯ”น”หนูไม่ได้
นี่เป็นข่าวลือแน่ๆ แต่กลับกลายเป็นว่า ผู้คนพากัน”สมาทาน”รับและต่อจิ๊กซอว์ข่าวลือนี้ให้เป็นภาพ”หลอน”กันอย่างเอาจริงเอาจัง
จนเกิดคำถามแค่ 3 เดือนเราต้องมาพูดเรื่องเปลี่ยนนายกฯแล้วหรือ
ยังดี ที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ7ต่อ2 ว่าการกู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
ทำให้ กระแสว่านายกฯหนูจะ”หัวคะมำ”จากเรื่องนี้ลดลงไป
แต่ถึงขนาดทำให้ กระแสนายกฯ”ศ.” หยุดลงเลยหรือไม่
ต้องบอกว่า ไม่แน่ใจ ด้วยมีเงื่อนไขที่ทำให้คนคิดมากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข่าวลือ เรื่อง”2 น.”ไม่ลงรอยกัน ถึงจะยืนยันไม่จริงอย่างไร คนก็ยัง”เอ๊ะ”
เอ๊ะ เพราะมันมี”ปมเงื่อน”ชวนให้ เกิดคู่ขนานตลอด
ความอื้อฉาวในกระทรวงมหาดไทย แม้มีความพยายาม จำกัดขอบเขตว่าเป็นเรื่องของข้าราชการเทาๆ
แต่ปัญหาที่ปะทุมาตั้งแต่ ภูเก็ต จาก “ช่วยสีน้ำเงินด้วย” มาจนถึงกรณี”ฝีแตก”เรื่องการโกงสอบข้าราชการ”ท้องถิ่น”
พัวพันไปยังข้าราชการในก๊กต่างๆ ที่โยงไปถึง ฝ่ายการเมือง ที่แม้จะอยู่ในพรรคเดียวกันแต่ก็ฟาดฟันกันถึงรากถึงโคน
จนนำไปสู่ข่าวลือความขัดแย้งร้าวลึกในขั้วสีน้ำเงิน
ซึ่งแม้จะมีความพยายามแก้ หรืออธิบาย อย่างไร แต่ดูเหมือนจะหยุดยั้งความเชื่อไม่ได้
ความเชื่อ หรือพร้อมจะเชื่อ เช่นนี้เอง ทำให้ 3 เดือน ของรัฐบาลอนุทิน”เหนื่อย”
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นและหล่อเลี้ยงให้ความเชื่อ ขยายตัวไปเรื่อยๆ ล้วนเป็นเรื่องใหญ่-หนัก อย่างยิ่ง
ในมหาดไทย ไม่ต้องพูดถึง เป็นวิกฤตใหญ่ ที่ไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องของระบบและโครงสร้าง ที่หมักหมมความฉ้อฉลเอาไว้มากจนแบกต่อไปไม่ไหว แตกโพละออกมาเน่าเหม็นไปทั่วทั้งประเทศ
และมีแนวโน้มลามไปถึงการเมืองขั้วสีน้ำเงิน ซึ่งแก้ไขไม่ดี จะกลายเป็น”หลุมดำ” ที่ดูดเอาปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ในห้วง 3 เดือนของรัฐบาลซึ่งมีมากมายหลายเรื่องตั้งแต่เรื่องเทาๆอย่างเรื่องเอไอในกระทรวงดีอี ไปจนถึงประสิทธิภาพการบริหารงาน ที่”นโยบายเรือธง”ไม่อาจผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริง แถมบิดเบี้ยวไปในทางอื้อฉาวอีกนานาเรื่อง
หลอมรวมเข้ามาเป็น”เมกะวิกฤต”เดียวกัน
รูรั่วจากเล็กๆก็จะกลายเป็นรูรั่วใหญ่
อุดไม่ไหว รัฐนาวา”หนู”ก็อาจล่มได้ง่ายๆ
—————
