bg-single

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ถอยเพื่อก้าว เดินหน้าฝ่ามรสุม ‘จากนี้ไปจะเป็นนักการเมืองแล้ว’

20.07.2026

บทความพิเศษ | ศัลยา ประชาชาติ

ศุภจี สุธรรมพันธุ์

ถอยเพื่อก้าว เดินหน้าฝ่ามรสุม

‘จากนี้ไปจะเป็นนักการเมืองแล้ว’

10 เดือนก่อนหน้านี้ เสียงและภาพของศุภจี สุธรรมพันธุ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงนโยบายเศรษฐกิจให้รัฐบาลเสียงข้างน้อยในรัฐสภา ได้รับการติดตามชมอย่างล้นหลาม บางคลิปดันผู้ชมนับล้านวิว

5 เดือนก่อนการเลือกตั้ง “ศุภจี” สวมบทบาท “ผู้ช่วยหาเสียง” แต่ก็ยังออกตัวว่า อยู่ภาคเอกชนไม่คุ้นชินกับการเมือง ทั้งกล้า-ทั้งกลัว

1 ในผู้ช่วยหาเสียง ดันกระแสพรรคภูมิใจไทยขึ้นสูง กวาดคะแนนปารตี้ลิสต์ในกรุงเทพมหานคร ได้ถึง 5 แสนเสียง จากที่เคยได้ในการเลือกตั้งครั้งก่อนเพียง 28,000 เสียง

3 เดือนหลังพรรคชนะเลือกตั้ง “ศุภจี” ได้ปูนบำเหน็จ 2 เก้าอี้ใหญ่ รองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แบบ “งานเดี่ยว-งานใหญ่” ไร้รัฐมนตรีช่วย

1 เดือนหลังเข้ารับตำแหน่ง “ศุภจี” ถูกกระแสข่าวกังขาเรื่อง “วุฒิการศึกษา” เสียงตอบกลับแบบสับของเธอคือ “ไร้สาระ”

ศุภจี-เดินหน้าหากุนซือ รุกแต่งตั้งที่ปรึกษาแบบข้ามขั้ว-ข้ามค่าย คว้ารองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อย่างวีระพงษ์ ประภา เข้าร่วมตำแหน่ง ผู้แทนการค้าไทย ดึงนักเศรษฐศาสตร์ นักการเงิน นักวิชาการด้านเศรษฐกิจจีน ร่วมกับทีมที่ปรึกษาระดับบิ๊กเนม 20 ราย

1 ในทีมที่ปรึกษายังเคยเป็นรัฐมนตรี และทีมงานของ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อาทิ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ และนาวาตรี วรวิทย์ เตชะสุภากูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง

กระนั้น ก็มีคำถามที่ดังก้องกลายเป็นญัตติสาธารณะจู่โจมไปถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมตรี ว่า “ศุภจี…หายไปไหน” ส่งผลสะเทือนต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

แม้ “ศุภจี” จะเสียงแข็งว่า เธอทำงานแบบอิสระ ไร้เสียงบงการ และได้รับการสนับสนุนจากนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อเกิดเสียงคำรามจากวงกินโจ๊กมื้อเช้าบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ประกาศให้รัฐมนตรีทุกคนชวนสื่อมวลชนไปกินลาบ-สื่อสารการทำงาน

“ศุภจี” ที่หายหน้าไปจากสื่อทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล และกระทรวงพาณิชย์ ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้านักข่าวแบบครึกโครมในสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้านหนึ่งมีคำอธิบาย ให้ข้อมูลผ่านบทสนทนาหลายรายการ-หลากแพลตฟอร์มว่า

“ชอบทำงานเบื้องหลัง…ต้องแก้ปัญหาให้จบก่อน ไม่ได้เน้นออกสื่อ ไม่อยากเสียเวลากับการตอบโต้”

ในวงนัดสนทนากับผู้สื่อข่าวสายเศรษฐกิจที่ทำเนียบรัฐบาล ครั้งแรกเธอบอกว่า “คิดมาตลอดว่าตัวเองไม่ใช่นักการเมือง เป็นข้าราชการ มีความตั้งใจ อยากจะมาช่วยจริงๆ ในวันที่เศรษฐกิจวิกฤตซ้อนวิกฤต…”

และนับจากนี้ไป เธอจะตระหนักถึงความเป็น “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” ที่ต้องบริหารราชการแผ่นดินควบ 2 เก้าอี้ เป็นประธานกรรมการบอร์ดระดับชาติ 35 ชุด และนั่งเป็นกรรมการระดับนโยบาย อีก 14 ชุด รวมวาระต้องประชุมราว 50 กรรมการ

รองนายกรัฐมนตรีที่ใช้ชีวิตอยู่ในทำเนียบ 2 วัน อยู่กระทรวง 3 วัน อีก 2 วันลงพื้นที่ต่างจังหวัด และบางโอกาสจะหายตัวไปยาวๆ 3-5 วัน คือการเดินทางต่างประเทศในฐานะ “หัวหน้าทีมไทยแลนด์”

เธอยอมรับว่า ปัญหาของการหายไปส่วนหนึ่งคือการสื่อสาร “เพราะเป็นคนอธิบายยาว ทำให้หลายครั้งถูกตัดตอนข้อความไปสื่อสารผิดเจตนา เช่น กรณีกุ้ง ที่ถูกสรุปว่าให้คนไทยช่วยกันกินกุ้ง ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือการใช้กลไกตลาดเข้าไปดูดซับผลผลิตและพยุงราคาเกษตรกร”

ไม่นับรวมเรื่อง “ทุเรียน” ที่เธอย้ำว่า ถูกเข้าใจคลาดเคลื่อนตั้งแต่ “ขนาด” ไปจนถึง “เนื้อ” และราคา แต่การทำตลาดล่วงหน้าทำให้ส่งออกได้ดี ทุเรียนลูกเล็กขายได้ราคาสูงมากในญี่ปุ่น

เรื่องราคามะพร้าวจาก 2 บาท ขึ้นมาเป็น 15 บาท “ศุภจี” พูดไม่ทันขาดคำ ถูกชาวสวนตั้งโต๊ะแถลงตอบโต้ และนัดยื่นหนังสือเรียกร้องข้อเสนอในวันถัดมา ก่อนหน้านั้นถูกนำไปล้อเลียนกลายเป็นมีมในโซเชียล ขั้นตอนการกระจายในปั๊มน้ำมัน ซึ่งเธอยืนยันความพยายามช่วยดูดซับอุปทานส่วนเกินในช่วงราคาตกต่ำ

กรณีนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ศุภจีต้องชี้แจงหลายรอบว่า รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้เซ็น MOU ซื้อข้าวโพด GMO จากสหรัฐ ตามที่ถูกกล่าวหา แต่เป็นเรื่องของเอกชน สาเหตุที่ต้องนำเข้าเป็นเพราะไทยแบนข้าวโพดจากการเผาป่าของประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้วัตถุดิบอาหารสัตว์ขาดตลาด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ย้อนเล่าเสียงอ่อนว่า ตอนที่อยู่ในภาคธุรกิจ ตั้งคำถามเสมอว่า ทำไมรัฐบาลไม่บูรณาการแก้ปัญหา เมื่อมาเป็นฝ่ายรัฐบาล จึงเปิดความร่วมมือบูรณาการร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษาฯ พัฒนาระบบ “Dashboard ข้าว” เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา และวิเคราะห์-พยากรณ์ผลผลิตล่วงหน้า

กลไกนี้ทำให้รัฐสามารถเข้าไปซื้อนำตลาดได้ทันท่วงที หมุนเวียนนำข้าวไปขายต่อให้หน่วยงานรัฐ โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณ

ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก เมื่อเธอเสนอโปรเจ็กต์ใหม่ “ข้าวแกง 40 บาท” ช่วยต้นทุนร้านค้า 2 แสนรายที่มีการลงทะเบียน เกิดเสียงสวนกลับระงม 1 ในนั้นคือ รัฐมนตรีเศรษฐกิจเงา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ที่ย้อนว่า “เป็นความปกติ” ราคาข้าวแกง 40-50 บาทอยู่แล้ว “เป็นโครงการแนวประชาสัมพันธ์ มากกว่าแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับประชาชนได้จริง”

วันถัดมา ได้เห็น “ศุภจีคนใหม่” เปิดไมค์ให้สัมภาษณ์หน้าตึกบัญชาการ ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี เธอยอมถอย 1 ก้าว ตอบฝ่ายค้านว่า “40 บาท…ไม่ใช่ราคาสุดท้าย เป็นราคาเหมาะสมระดับหนึ่ง แต่เมื่อมีทั้งคนที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ก็คงจะนำเรื่องนี้มาทบทวน”

สำทับด้วยการชี้แจงด้วยลายลักษณ์อักษร “เรายินดีรับฟังและพร้อมจะทบทวน เพื่อไม่ให้เกิดมาตรการรัฐที่ไปกระทบต่อกลไกตลาด ข้าวแกงราคาประหยัดต่ำกว่าจานละ 40 บาท เป็นทางเลือกอยู่แล้ว หรือบางเสียงเห็นว่าควรแก้ที่ส่วนอื่นที่อยู่นอกเหนือการดูแลของกระทรวงพาณิชย์ เราจึงได้ระงับแผนที่จะนำเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี”

ข้าวแกง 40 บาทถูกพับแฟ้มรอคู่ขนานกับงานต่อจากนี้ “ศุภจี” ต้องโฟกัสเรื่องเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา ซึ่งต้องหาทางลงให้จบภายใน 24 กรกฎาคม 2569

คิวเดินทางไปสหรัฐราว 72 ชั่วโมง วันที่ 15-17 กรกฎาคม วาระเจรจาเพื่อการส่งออก และปกป้องสิทธิประโยชน์เศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องเสียภาษี 12.5% เพราะไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศที่ชัดเจนในการห้ามรับสินค้าจากแรงงานบังคับ และไทยเป็นทางผ่านนำสินค้าจากจีนมาตกแต่งแล้วส่งออก

ฝ่ายไทยได้ยื่นผลพิสูจน์ใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก คือ 1. เครื่องจักร 2. ยานยนต์ 3. ยางและผลิตภัณฑ์ยาง พบว่ามีสัดส่วนการผลิตจริงในประเทศสูงถึง 70-90% และไม่มีรายการใดที่มีสัดส่วนต่ำกว่า 60%

มรสุมการเมือง-กระแสที่ถูกถล่ม ทำให้ “ศุภจี” ยอมรับและบอกว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง

“วันนี้จะเป็นนักการเมืองแล้ว…แต่จุดยืนจะไม่เปลี่ยน และยึดถือในฐานะผู้ปฏิบัติธรรม คือไม่เคยโกหก และจะบอกข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาเสมอ”

หากเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ จะเทียบตัวเองว่า การทำงานในรัฐบาลรอบนี้ “เหมือนหายใจอยู่บนดวงจันทร์” ศุภจี หัวหน้าทีมไทยแลนด์ เปรียบตัวเองว่า “น่าจะอยู่บนดาวอังคาร”

แต่ก็พร้อมที่จะเดินหน้าทำงานพิสูจน์ตัวเองต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)
50 ปี 6 ตุลา : จังหวะของประวัติศาสตร์ และการจรรโลงความรู้สึก