bg-single

ทบ.ร้อน ชิง ‘ทบ.1’ ‘บิ๊กเต้-แม่ทัพไก่’ จับตา หมาก ‘แม่ทัพคอแดง’ มองข้ามช็อต ทัพใต้ ‘รองคิ้ว-รองด้วง’

20.07.2026

รายงานพิเศษ

ทบ.ร้อน ชิง ‘ทบ.1’

‘บิ๊กเต้-แม่ทัพไก่’

จับตา หมาก ‘แม่ทัพคอแดง’

มองข้ามช็อต ทัพใต้

‘รองคิ้ว-รองด้วง’

หลังเกิดกระแสข่าวสะพัดในกองทัพ ว่า ผบ.ทบ.คนต่อไป ต่อจาก บิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ที่จะเกษียณ 30 กันยายน 2570 จะเป็นเตรียมทหารรุ่น 28 เลย ไม่ใช่ ตท.26 เบิ้ลสอง

ทำให้บรรยากาศใน ทบ.ระอุ ตามธรรมชาติของฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายทหาร หรือช่วงจัดโผทหาร เดิมเป็นที่รู้กันใน ทบ.ว่า ตท.26 นำโดย พล.อ.พนา ได้วางตัว บิ๊กเต้ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผช.ผบ.ทบ. เพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 สายรบพิเศษ ให้เป็น ผบ.ทบ. คนต่อไป โดยมีอายุราชการถึงตุลาคม 2571 หมายถึงการนั่งเก้าอี้ ผบ.ทบ.ได้ 1 ปี

แต่ด้วยกระแสข่าวลือ เรื่อง ตท.28 รุ่นทรงพลัง ส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมใน ทบ.และกองทัพภาค 1

เพราะจากเดิมที่มีข่าวว่า แม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาค 1 จะนั่งเป็นแม่ทัพภาค 1 ควบตำแหน่งผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ฉก.ทม.รอ.904) หรือ ฉก.ทหารคอแดง ยาวจนเกษียณกันยายน 2571 และก่อนเกษียณเล็กน้อย จะได้ย้ายโอนไปเป็นทหารคอแดง ในส่วนของ ทม.รอ. ทำงานต่อเนื่อง และไม่มีเกษียณนั้น

แต่ข่าวการปรับเปลี่ยนเส้นทางเติบโตของแม่ทัพภาค1 ที่ว่าจะไม่ได้ขึ้น 5 เสือ ทบ. และไม่ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.นี้ ไม่มีใครเชื่อว่าจะเป็นไปได้ เพราะมันผิดธรรมชาติ และธรรมเนียมของทั้ง ทบ. และกองทัพภาค 1 ที่ปกติแล้วนายทหารที่ขึ้นมาเป็นแม่ทัพภาค 1 หากอายุรับราชการยาว ก็จะต้องขึ้น 5 เสือ ทบ. และเป็น ผบ.ทบ. เป็นส่วนใหญ่

ขุมข่าวในกองทัพภาค 1 ยืนยันว่า พล.ท.วรยส ไม่เคยพูดเรื่องนี้ แต่เป็นการคาดการณ์ของสื่อ หรือข่าวลือ ในหน้าสื่อเท่านั้น

ขณะที่นายทหารใน ทบ.จำนวนไม่น้อย ไม่เชื่อว่ามันจะเป็นไปได้ ที่แม่ทัพภาค 1 จะนั่งยาว 3 ปี จนเกษียณ เพราะจะปิดเส้นทางเติบโตของนายทหารคนอื่นๆ ที่จะต้องขยับขึ้นมา จะทำให้เกิดการอุดตัน ไม่ลื่นไหล ในการเลื่อนตำแหน่ง จึงไม่มีใครเชื่อกระแสข่าว การปรับเปลี่ยนเส้นทางเติบโตของแม่ทัพภาค 1 จากนี้ไป ไม่ใช่แค่ พล.ท.วรยส แต่จะเริ่มต้นที่ พล.ท.วรยส เป็นคนแรก

นอกจากนี้ ยังมีเสียงสะท้อนจากอดีตแม่ทัพภาค 1 และอดีต ผบ.ทบ.หลายคน ที่เสียดายเกียรติประวัติของหน่วย ที่อดีตแม่ทัพภาค 1 มักจะขึ้นเป็น ผบ.ทบ. หากจะมีการเปลี่ยนเส้นทางของแม่ทัพภาค 1 และเสมือนแยกกองทัพภาค 1 เป็นอีกกองทัพ ออกจาก ทบ. กลายเป็นกองทัพคอแดง

และอาจทำให้ ทบ.ขาดกำลังรบสำคัญไป

พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์

อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวและเสียงวิจารณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้กลับมาสู่แบบเดิมหรือไม่ จึงมีข่าวว่า ในโผโยกย้ายครั้งนี้ พล.ท.วรยส จะขยับจากแม่ทัพภาค 1 ขึ้นมาเป็น 5 เสือ ทบ. ตามเดิม และกลายเป็นแคนดิเดตชิง ผบ.ทบ.อีกคน

จากเดิมที่มี พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ จาก ตท.26 เป็นเต็งหนึ่ง และ บิ๊กใหญ่ พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. จากสายทหารเสือราชินี จาก ตท.27 เป็นคู่ชิงหากว่าไม่ถูกเตะออกจาก ทบ. ไปเป็นรองปลัดกลาโหม หรือ รอง ผบ.ทหารสูงสุด ในครั้งนี้ โผนี้เสียก่อน

โดยทั้ง 3 แคนดิเดต พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พล.อ.อมฤต และ พล.ท.วรยส เกษียณราชการตุลาคม 2571 พร้อมกันหมด คือ นั่ง ผบ.ทบ. แค่ 1 ปี

ในช่วงนี้ ซึ่งเป็นห้วงที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพกำลังจัดโผโยกย้ายทหารชั้นนายพลอยู่ ปรากฏว่า พล.อ.พนา ไปร่วมงานแสดงยุทโธปกรณ์ไทย ที่สำนักปลัดกลาโหม ศรีสมาน สัปดาห์ก่อน ได้พบกับ บิ๊กดุลย์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 ด้วยกัน โดย พล.ท.อดุลย์ได้ควงแขน พล.อ.พนา ไปหามุมส่วนตัวคุยกันในห้องรับรอง และมีการพูดคุยกันตลอดที่อยู่ด้วยกัน

โดยคาดการณ์ว่า น่าจะมีการหารือกันเรื่องการจัดโผโยกย้ายทหาร เพราะในต้นเดือนสิงหาคม 2569 จะต้องมีการประชุมบอร์ด 6 เสือกลาโหม เคาะโผทหารกันแล้ว

พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ

ในการโยกย้ายครั้งนี้ โดยเฉพาะในส่วนของกองทัพบก แม้ว่า พล.อ.พนาจะยังไม่เกษียณ ยังไม่เปลี่ยน ผบ.ทบ. แต่ก็ต้องเตรียมการในการวางตัวนายทหารที่จะขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.คนต่อไปเอาไว้เลย จึงเป็นที่จับตามอง และเป็นการวัดพลังของแคนดิเดตในแต่ละสาย

เช่น พล.อ.อมฤต ที่กำลังถูกจับตาว่า พลังจะมากพอที่จะทำให้ได้อยู่ใน 5 เสือ ทบ.ต่อไปหรือไม่ ท่ามกลางนายทหารรุ่นพี่เตรียมทหาร 26 ที่อยู่ใน 5 เสือ ทบ.หลายคนที่ยังไม่เกษียณ และอีกหลายคนที่กำลังรอต่อคิวขึ้นมา

ดังนั้น การที่ พล.อ. อมฤตจะได้อยู่กองทัพบกต่อไป จึงมีโอกาสน้อยที่จะได้อยู่ชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ.โยกย้าย ปลายปี 2570 แต่อาจจะต้องตัดสินใจเลือกว่าจะไปเป็นรองปลัดกลาโหม เพื่อรอลุ้นเป็น ปลัดกลาโหม ในปลายปี 2570 หรือไม่ เพราะ ตท.26 ได้วางตัวรองตั้ม พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม แกนนำ ตท.26 ไว้แล้ว โดย พล.อ.ศรัณย์จะเกษียณตุตุลาคม 2570

แต่อย่างไรก็ตาม มีข่าวว่า ตท.26 อาจส่ง บิ๊กเอก พล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา แกนนำ ตท.26 อีกคน ไปชิงเก้าอี้ปลัดกระทรวงกลาโหม เพราะมีอายุราชการถึงตุลาคม 2571

พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ

ขณะที่ใน 5 เสือกองทัพบก ก็แออัด เพราะมีเพียงบิ๊กรุ่ง พล.อ.ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รอง ผบ.ทบ. คนเดียวที่จะเกษียณราชการกันยายน 2569 นี้ โดยคาดการณ์ว่า พล.อ.พนา จะดึง พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ขึ้นมาเป็นรอง ผบ.ทบ. เพื่อครองอาวุโสตราพลเอกพิเศษ และเพื่อจ่อเป็น ผบ.ทบ. ต่อจาก พล.อ.พนา ในตุลาคม 2570

ขณะ เสธ.ปูด้วง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก แกนนำ ตท.26 ที่มีบทบาทสำคัญในห้วงที่ผ่านมา ก็ยังไม่เกษียณราชการ ดังนั้น อาจต้องขยับออกนอก ทบ. จึงมีชื่อไปชิงเก้าอี้เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แม้ว่านายฉัตรชัย บางชวด จะเกษียณราชการตุลาคม 2570 ก็ตาม แต่ก็อาจมีการโยกไปเป็นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ว่างลงพอดี เพราะถือว่า พล.อ.ชัยพฤกษ์ เป็นแกนนำสำคัญของรุ่น และมีบทบาทสำคัญในห้วงการสู้รบกับกัมพูชา และการวางแผนต่างๆ รวมทั้งมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 ของ พล.ท.อดุลย์อีกด้วย

เพราะเก้าอี้ 5 เสือ ทบ. อาจต้องเคลียร์เพื่อรอรับ พล.ท.วรยส แม่ทัพภาค 1 หากต้องขยับจากแม่ทัพภาค 1 ขึ้นมาเป็นพลเอก ผู้ช่วย ผบ.ทบ. รวมทั้งต้องจับตา รอง เสธ.กอล์ฟ พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ รองเสนาธิการทหารบก แกนนำ ตท.28 อีกคน ว่าโผนี้จะไปลงในตำแหน่งใด

พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ กับ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เพื่อน ตท.26

คาดการณ์ว่าหาก พล.ท.วรยสได้ขยับขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.ท.สราวุธก็อาจจะได้ย้ายกลับไปเป็นแม่ทัพภาค1 ที่รอ พล.ท.สราวุธเป็นนายทหารคอแดงอยู่

แต่หาก พล.ท.วรยสต้องเป็นแม่ทัพภาค 1 ต่อไปจนเกษียณจริงๆ พล.ท.สราวุธก็อาจจะขึ้น 5 เสือ ทบ.เลย แต่ด้วยอายุราชการที่เกษียณ 2573 อาจต้องเปิดทางให้รุ่นพี่ ตท.26 และ ตท.27 ขึ้นมาก่อนหรือไม่ เพราะ พล.ท.สราวุธก็ถือว่าเป็นแคนดิเดต ผบ.ทบ.ในอนาคตคนหนึ่งเช่นกัน

ดังนั้น คู่ที่กำลังถูกจับตามอง คือ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ และ พล.ท.วรยส หากโยกย้ายครั้งนี้ พล.ท.วรยสได้ขยับขึ้นเป็น 5 เสือ ทบ.ได้สำเร็จ ก็จะไปชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ.กันในตุลาคม 2570

เพราะสำหรับ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ก็ถือว่ามีผลงาน ในห้วงการสู้รบกับกัมพูชา ตั้งแต่รอบแรก ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.) ที่นำกำลังทหารรบพิเศษเข้าปฏิบัติการ ในพื้นที่ด้วยตนเอง รวมถึงร่วมอำนวยการรบเคียงข้าง พล.อ.พนา ในการสู้รบรอบ 2 และในห้วงที่ผ่านมารับผิดชอบสายงานส่งกำลังบำรุง เตรียมการเรื่องการสนับสนุนความพร้อมในด้านต่างๆ

ขณะที่ พล.ท.วรยส ในฐานะแม่ทัพภาค 1 ที่บัญชาการการรบในพื้นที่กองกำลังบูรพา จ.สระแก้ว ที่สามารถยึดคืนพื้นที่เป้าหมายได้ทั้งหมด ก็ถือว่าเป็นผลงาน ในการชิงกับ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์

แต่อย่างไรก็ตาม พล.ท.วรยส ซึ่งเป็น ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ ฉก.คอแดงได้เป็นอย่างดี จึงอาจจะได้นั่งแม่ทัพภาค 1 ต่อไป จนเกษียณเช่นสูตรเดิมก่อนหน้านี้ เพราะตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณใดเปลี่ยนแปลง ในเรื่องการปรับโครงสร้างของกองทัพภาค 1 และ ฉก.ทม.รอ.904

พล.อ.อมฤต บุญสุยา

เป็นที่น่าจับตาว่า หาก พล.ท.วรยสต้องนั่งเป็นแม่ทัพภาค 1 ยาวนาน 3 ปี บรรดานายทหารที่จะเติบโตในกองทัพภาค 1 ก็อาจจะต้องขยับขยาย หาตำแหน่งลงที่เหมาะสม ในเมื่อไม่สามารถที่จะขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาค 1 ได้ ก็ต้องแยกย้ายกันโต

อีกทั้งมีข่าวในกองทัพภาค 1 ว่า หาก พล.ท.วรยสเป็นแม่ทัพภาค 1 ต่อไป ก็คาดว่าจะมีการขยับแม่ทัพน้อยแอ้ม พล.ท.ณัฐเดช จันทรางศุ แม่ทัพน้อย 1 แกนนำ ตท.28 เพื่อนร่วมรุ่นของ พล.ท.วรยส ออกไปนอกกองทัพภาค 1 เช่น รองเสนาธิการทหารบก เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ ในเมื่อไม่สามารถขึ้นเป็นแม่ทัพภาค 1 ได้ หาก พล.ท.วรยสไม่ขยับ

และคาดว่า รองลาภ พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ รองแม่ทัพภาค 1 สาย OV โรงเรียนวชิราวุธ อาจจะได้ขึ้นเป็นแม่ทัพน้อย 1 แม้จะมีการวาง รองเทพ พล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร รองแม่ทัพภาค 1 สายบูรพาพยัคฆ์ ให้เป็นแม่ทัพภาค 1 คนต่อจาก พล.ท.วรยสก็ตาม แต่ก็สามารถรอได้ แล้วก็ค่อยขึ้นแม่ทัพภาค 1 ต่อจาก พล.ท.วรยส ในตุลาคม 2571 เลย และนั่งยาว 4 ปี

ขณะที่รองด้วง พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ รองแม่ทัพภาค 1 แกนนำ ตท.31 ซึ่งลงไปปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ในชายแดนภาคใต้มา 1 ปี และมีกำหนดที่จะกลับมาปฏิบัติหน้าที่ ในโยกย้ายตุลาคมนี้

แต่หากในกองทัพภาค 1 ไม่มีการเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาค 1 ก็จะทำให้ตำแหน่งไม่ไหลลื่น พล.ต.ยอดอาวุธก็อาจจะต้องเป็นรองแม่ทัพภาค 1 ต่อไปอีก 1 ปี

แต่เริ่มมีกระแสข่าวว่า ระดับผู้ใหญ่ในกองทัพบก และผู้ที่มีบารมีในสายคอแดง กำลังพิจารณาที่จะให้ พล.ต.ยอดอาวุธ เติบโตในกองทัพภาค 4 สานต่อการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ต่อไป เพราะในห้วง 1 ปีที่ผ่านมา ถือว่า พล.ต.ยอดอาวุธทำหน้าที่ได้ดีเข้มข้นและเข้มแข็ง ดังนั้น หากสมัครใจที่จะเติบโตในชายแดนภาคใต้ ก็มีความเป็นไปได้ว่า พล.ต.ยอดอาวุธอาจจะเป็นรองแม่ทัพภาค 4 หรือแม่ทัพน้อย 4

เช่นเดียวกับแม่ทัพน้อยต่อ พล.ท.นิติ ติณสูลานนท์ แม่ทัพน้อย 4 แกน ตท.26 ก็กำลังถูกจับตาว่าจะได้ขึ้นเป็นแม่ทัพภาค 4 แทนแม่ทัพยูร พล.ท.นรธิป โพยนอก ที่กำลังถูกจับตามองว่าจะขยับจากแม่ทัพภาค 4 ไปเป็นพลเอกเพื่อเตรียมเกษียณราชการหรือไม่ เพราะผลงานหนึ่งปีที่ผ่านมา ไม่เป็นที่ประจักษ์

หาก พล.ท.นิติขึ้นแม่ทัพภาค 4 รองคิ้ว พล.ต.ชาคริต อุจจรัตน์ รองแม่ทัพภาค 1 แกนนำ ตท.28 ก็อาจจะขยับขึ้นพลโท เป็นแม่ทัพน้อย 4 ไว้ก่อน เพื่อรอเป็นแม่ทัพภาค 4 ในอนาคต

แต่หาก พล.ต.ชาคริตได้ขึ้นเป็นแม่ทัพภาค 4 ในการโยกย้ายครั้งนี้เลย ก็มีโอกาสที่ พล.ต.ยอดอาวุธ จะขึ้นเป็นพลโทพ ตำแหน่งแม่ทัพน้อย 4 เลย เพื่อต่อคิวเป็นแม่ทัพภาค 4 ในอนาคต ต่อจาก พล.ต.ชาคริต

แต่อย่างไรก็ตาม หาก พล.ท.วรยสได้ขยับจากแม่ทัพ 1 กองทัพบก และมีการขยับขยายในกองทัพภาค 1 มีแม่ทัพภาค 1 คนใหม่ พล.ต.ยอดอาวุธก็อาจจะได้ขยับกลับมากองทัพภาค 1 อีกครั้ง เพราะ พล.ต.ยอดอาวุธ ถือเป็นแคนดิเดต ผบ.ทบ.ในอนาคตอีกคนของ ตท.31 โดยมีอายุราชการถึงตุลาคม 2575 เพราะหากขึ้นในสายของแม่ทัพภาค 1 ไม่ได้ ก็อาจมาทางทัพภาคใต้

พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ

การจัดโผโยกย้ายทหารในครั้งนี้ งานหนักจึงตกอยู่ที่ พล.อ.พนา ที่จะต้องรับแรงกดดันจากทุกด้านและทุกทิศทาง แม้ว่ามีอำนาจสิทธิ์ขาด แต่ก็ต้องรับฟังความเห็นจากอดีตผู้บังคับบัญชา และนายทหารรุ่นพี่รุ่นน้องที่มีบารมี

ไหนจะต้องเตรียมพร้อมรบกับกัมพูชาเสริมสร้างกำลังรบ เตรียมพร้อมทั้งยุทโธปกรณ์และกำลังพล การวางแผนการรบ และต้องลงพื้นที่ในการตรวจความพร้อม ทั้งชายแดนอีสาน และก็ไม่ลืมชายแดนภาคใต้

ส่งผลให้ พล.อ.พนาป่วย แต่ก็ยังต้องทำหน้าที่อย่างเข้มข้นต่อไป และโดยเฉพาะเป็นห้วงจัดโผทหาร ในช่วงป่วยนี้จึงเป็นโอกาสดี เพราะไม่มีใครกล้ามารบกวนหรือขอพบ

รอดูการตัดสินใจของ พล.อ.พนา ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนที่รักเพื่อน และสนับสนุนเพื่อนให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งสำคัญ แบบที่เรียกว่า ตท.26 คุมเรียบ ทั้งในระดับห้าเสือกองทัพบก ระดับแม่ทัพภาคคุม ที่ก็เป็น ตท.26 เกือบทั้งหมด ไม่นับรวมระดับผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง ที่ ตท.26 อีกจำนวนไม่น้อย จนถือได้ว่าเป็นยุคทอง ตท.26

และก็จะต้องดูว่า จะเป็นยุคทองถึงขั้นที่จะมี ตท.26 ได้เป็น ผบ.ทบ. คนที่ 2 ของรุ่นหรือไม่ หรือว่าจะข้ามไป ตท.27 หรือ ตท.28 เลย

โผทหารคราวนี้จึงน่าจับตามองยิ่ง เป็นศึกในท่ามกลางศึกนอกเลยทีเดียว

พล.ท.นรธิป โพยนอก กับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์

         



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | เมื่อ ธรรมนัส พรหมเผ่า ขยับ คือ สัญญะ อันเป็น สัญญาณ
สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง
“วัชระพล” มอบนโยบาย อ.ส.ค.เร่งแผนการตลาดระบายสต๊อกนมก่อนพึ่งงบฯ แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหาร-มาร์เก็ตติ้งให้แข่งได้ในตลาดเสรี
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
เคปเวิร์ด ‘ซินเดอเรลล่า’ ฟุตบอลโลก ผู้ชนะหัวใจคนทั้งโลก
คำถามเชิงซ้อน : คำถามลวงให้เราตอบ
จากเวทีปราศรัยสู่หน้าฟีด : อ่านยุทธศาสตร์หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ผ่านโซเชียลมีเดีย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (14)
ทบ.ร้อน ชิง ‘ทบ.1’ ‘บิ๊กเต้-แม่ทัพไก่’ จับตา หมาก ‘แม่ทัพคอแดง’ มองข้ามช็อต ทัพใต้ ‘รองคิ้ว-รองด้วง’