bg-single

‘ภูมิใจไทย’ เล่นเกมฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ ระวัง! ประเมินพลัง ‘เพื่อนเป๋า’ ต่ำเกินไป

01.08.2026

เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมืองมติชนทีวี

หมายเหตุ ประมวลบทสัมภาษณ์ “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผู้อำนวยการไอลอว์ “รศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์” คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ และ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” อดีต ส.ส.พรรคประชาชน ในรายการ The Politics ทางช่องยูทูบมติชนทีวี ระหว่างวันที่ 21-22 กรกฎาคม 2569 ในประเด็นว่าด้วยการที่พรรคภูมิใจไทยจะทำการฟ้องร้องยิ่งชีพ ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูล-ข้อกล่าวหาเรื่อง “คดีฮั้ว ส.ว.” ต่อสาธารณชน

(กรณีออกมาเปิดข้อมูลเรื่อง “ฮั้ว ส.ว.”) คนรอบตัวก็ต้องเป็นห่วงว่า เล่นตรง (ไปที่พรรคภูมิใจไทย) เลยเหรอ ผมไม่ได้ทำอะไรใหม่ ผมแค่เป็นคนเล่นตรง อย่างที่บอก พยานต่างๆ เขาพูดมาเยอะแล้ว แต่ว่าแต่ละคนเขาพูดแค่เท่าที่ตัวเองรู้เห็น ผมแค่ไปเก็บสิ่งต่างๆ เหล่านั้นมาเรียงกัน ผมเป็นเพียงคนต่อจิ๊กซอว์

พูดตรงๆ เลย (รู้สึก) “กลัว” ผมก็ทำอะไรมาเยอะ ผมก็พูดเรื่องที่มันขัดแย้งกับอำนาจมามาก เมื่อคืนอยู่ที่ออฟฟิศกันถึงเที่ยงคืน เพื่อเรียบเรียงอ่านทวนเอกสาร จริงๆ แล้วเราดู (ข้อมูล) เยอะกว่านี้ เราดูเยอะกว่าที่พูดไปแล้ว ประโยคนี้เอามาจากเอกสารไหน เอามาดูใหม่ว่ามันชัวร์ ประโยคนี้อ้างคนนี้ เรียบเรียงทุกคำ

เมื่อเช้าผมไปแถลงข่าวก็พูดตามสคริปต์ที่เตรียมอย่างดีแล้ว พอพูดเสร็จผมลงมายืน คุณพริษฐ์ (วัชรสินธุ) ก็พูดต่อ ผมยังสั่นอยู่เลยนะ

ผมยังรู้สึกว่าตรงไปไหมวะ? ประโยคนั้นควรจะพูดไหมวะ? ก็ยังคิดๆ อยู่ แต่ถ้าโดนฟ้องไม่ซีเรียส เพราะเรามั่นใจแล้วว่าเราเตรียมมาดี ทุกประโยคของเรามีอ้างอิง ไม่ได้พูดลอยๆ แต่ถ้าคนเขาเกลียดเรามากกว่านั้นก็ไม่เป็นอะไร

ผมนับถือพี่ๆ ที่เป็นพยานที่อยู่ในกระบวนการ ซึ่งเขาเสี่ยงกว่าผมเยอะ ก่อนหน้านี้ ตอนที่ผมรู้เรื่องราวของพวกเขา ยังคิดในใจว่าคุณอยู่เงียบๆ ไปเถอะ คุณอันตราย แต่เมื่อพวกเขาเปิดเต็มที่แล้ว ผมรู้สึกว่าเราปลอดภัยกว่าเขาเยอะ บ้านเราอยู่กรุงเทพฯ ถ้าเรายังไม่พูด เราก็ไม่มีที่ยืนนะ

แต่พวกเขา (พยาน) ต้องกลับบ้าน แถมบ้านยังอยู่ในพื้นที่จังหวัดอิทธิพลของบุคคลที่เขาออกมาแฉ ก็อยากจะวานสังคมและสื่อมวลชนช่วยให้แสงกับพวกเขาเต็มที่เลย

รศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์

คือเป๋า (ยิ่งชีพ) ก็มองระยะยาว เพราะว่าตัวหลักฐาน เขาก็ยอมรับตามรายการต่างๆ ว่ามีประมาณนี้ ที่เหลือไม่ได้อยู่กับเขา แต่เขาเชื่อว่าในระยะยาว เขาอาจจะได้เปรียบและได้กระแสทั้ง 2 ด้าน

ตอนนี้ก็เริ่มเห็นผลแล้วว่ามีคนที่อิน (กับไอลอว์) และไปลงชื่อร่วมในการแก้รัฐธรรมนูญเพิ่มขึ้น แก้กฎหมายส่วน ส.ว.

กับเขาเชื่อว่า ถ้าคุณอนุทิน (ชาญวีรกูล) ไปฟ้อง ก็ต้องไปขึ้นศาลเอง มันก็จะมีเรื่องระยะยาวที่ผูกพันเหมือนกัน คือไม่ใช่คุณมาปิดปากผมอย่างเดียว คุณเองก็จะต้องไปถูกซักในศาล มันเป็นเกมการเมืองที่ใช้กฎหมายในการสู้ เพราะว่าถ้าเข้าไปสู่ศาล อย่างไรก็ต้องมีทั้ง 2 ฝ่าย

ส่วนผล (ของคดี) ประชาชนอาจจะไม่เชื่อว่าจะชนะมาได้ง่ายๆ แต่อันนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าในทางการเมืองมันก็เป็นเกมระหว่างกัน อย่างน้อยมันยกระดับในส่วนนี้ เพราะถ้าเป็นเรื่องในสภา ทุกคนก็จะสู้กันแต่ในสภา แต่ตอนนี้มันเติมภาคประชาชนเข้าไป

ที่ชัดเจนว่าถ้าคุณเป็นเพื่อนกับเป๋า คุณก็มีส่วนที่จะไปกดดันได้เพิ่มขึ้น มันก็จะขยายวงเพิ่มขึ้น เพื่อทำให้เรื่องมันไม่เงียบ เพราะคุณฟ้องเขา ตอนนี้มันก็มีประเด็นที่ให้สื่อต้องติดตามเรื่องมากขึ้นอยู่ดี

มันทำให้เราเริ่มเห็นอะไรที่เป็นการสะสมในบัญชีของฝั่งภูมิใจไทยด้วย ตั้งแต่เรื่องบาร์โค้ด (บัตรเลือกตั้ง) ตอนนี้ถึงไหน? แล้ว ส.ว.อีก ตอนนี้ก็มีเรื่องข้อสอบท้องถิ่นอีก มันมาเรื่อยๆ สะสมเรื่องที่ประชาชนเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ มันทำให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องมากขึ้น

จากนี้ไป กระบวนการต่างๆ ที่จะเล็งไปว่าเป๋าเขามีเรื่องอะไรบ้างก็จะเพิ่มขึ้น การใช้ไอโอไม่ค่อยมีผล เพราะภูมิใจไทยไม่ค่อยนิยมใช้ไอโอแบบเดียวกับพรรคอื่นๆ ภูมิใจไทยจะใช้กฎหมายมากกว่า หรือเป๋าอาจจะโดนคดีอื่นอีก

แต่ในอีกด้าน การทำแบบนี้ ไปมองว่าเป็นเอ็นจีโอรับเงินต่างชาติ แต่อย่าลืมว่าเป๋าเป็นเอ็นจีโอที่ทำงานเรื่องการเมืองมานาน ประชาชนก็มีส่วนร่วมช่วยเหลือ ตั้งแต่ตอนแก้รัฐธรรมนูญ ไปถ่ายเอกสาร ไปเซ็นชื่อ เป๋ามีเพื่อนเยอะ

ตอนนี้กลายเป็นว่าฝั่งภูมิใจไทยอาจจะมองว่าเอากฎหมายจัดการเสีย อย่างน้อยก็ทำให้ปิดปากบ้างหรือทำให้เกรงใจกันบ้าง ส่วนจะไปยกฟ้องเมื่อไรก็ค่อยว่ากัน แต่ในอีกด้าน อย่าลืมว่าภูมิใจไทยทำแบบนี้ก็เป็นการยกระดับตัวเองให้กลายเป็นคู่ขัดแย้งกับ “เพื่อนเป๋า” ซึ่งประชาชนเป็นเพื่อนเป๋าเยอะมาก

อย่าลืมว่าคนที่เซ็นชื่อในไอลอว์มีเท่าไร คุณก็นับจำนวนเอาแล้วกัน อันนี้เยอะนะ ภูมิใจไทยอาจจะรู้จักเป๋าน้อยกว่าประชาชนที่รู้จักเป๋าไง สื่อรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่รู้จักเป๋า และอาจจะรู้จักเป๋ามากกว่ารัฐมนตรีของภูมิใจไทยด้วย

ตอนนี้เป๋าก็กลายเป็นจุดสนใจ จากนี้เวลาพูดเรื่องอื่นไปด้วย มันก็จะเป็นข่าวเพิ่มขึ้น เพราะเขาได้ยกระดับตัวเองเป็นคู่ขัดแย้งกับคุณอนุทินไปแล้ว

ถ้าพูดในมุมมองของคนที่มีอำนาจ แปลว่าคุณให้ราคาเป๋าไปแล้วตอนนี้ เดิมคุณมีแต่ส้ม เพื่อไทยคุณก็ดึงเข้าไปเป็นพวกแล้ว เพื่อไทยก็ไปทำงานอื่นแล้ว ตอนนี้คุณได้ประชาธิปัตย์กลับมา (เป็นฝ่ายค้าน) ทั้งแก๊งซัดกับคุณอนุทิน

ตอนนี้คุณยังมีภาคประชาชนเบอร์หนึ่งเข้าไปแล้ว ถ้าฟ้องคนอื่นอีกก็มีเบอร์สอง เบอร์สามเข้าไป แล้วมันไม่ใช่แค่เป๋า เพราะยังมีคนจำนวนมากที่ลงชื่อให้เขาอีกตั้งกี่คน

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

เรื่องนี้ที่ผมดูกระบวนการทั้งหมด คุณเป๋าเขาเตรียมกระบวนการมาแล้ว เขาก็ร้องและเปิด (ข้อมูล) ตามครรลอง และเป็นการปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ ซึ่งมันเข้าข้อยกเว้นของคดีหมิ่นประมาททั้งหมด

ดังนั้น ถ้าว่ากันด้วยข้อกฎหมาย ผมคิดว่าถ้าไม่นับเรื่องเสียเวลา เสียเงิน เสียสุขภาพจิต คุณเป๋าก็ไม่ได้มีอะไรน่ากังวล

แต่การฟ้องครั้งนี้ เขาไม่ได้หวังผลที่คุณเป๋า เขาหวังผลว่า คน (ในสังคม) ที่มาคอมเมนต์ต่อ เอาคำพูดของคุณเป๋าไปพูดต่อ เขาต้องการหยุดตรงนี้ ไม่ให้เกิดไวรัล แต่ให้เกิดความกลัว

ตอนนี้มันเปลี่ยนคู่ขัดแย้งแล้ว แต่เดิมตำบลกระสุนตกอยู่ที่ กกต. ซึ่งผมพูดจริงๆ วันนี้ประชาชนเขาสิ้นหวังกับ กกต.แล้ว คือช้ำจนไม่รู้จะยังไง ถ้ามีมีดไปแทงก็เหมือนเอามีดไปแทงศพแล้ว แม้กระทั่งกระตุกยังไม่มีเลย แทงจนมิดด้ามยังไม่มีกระตุกเลย ถ้าเปรียบเหมือนมวยคือหมดสภาพแล้ว

แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนคู่ขัดแย้งมาเป็นประชาชนกับ “ระบอบสีน้ำเงิน” เสียแล้วสิ ไม่ใช่คุณอนุทินหรือ 9 คน (ที่ถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับกรณี “ฮั้ว ส.ว.”) กลายเป็นประชาชนกับระบอบสีน้ำเงิน

ผมก็ไม่รู้ว่าพลาดหรือเปล่า แต่คู่ขัดแย้งมันได้ขยับมาแล้ว และสังเกตไหมว่าภูมิใจไทยเขาก็แถลงโยงมาที่คณะก้าวหน้า เพื่อให้กลายเป็น (ความขัดแย้งระหว่าง) สีส้มกับสีน้ำเงิน เพื่อเลี่ยงคู่ขัดแย้งให้กลายเป็นแค่ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่าง 2 พรรค หรือ 2 กลุ่มก้อนทางการเมือง ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่

เพราะใครก็ตามที่อยู่ในแวดวงประชาธิปไตย เขารู้ดีว่าคุณเป๋ากับคณะก้าวหน้า หรือคุณเป๋ากับพรรคประชาชน หลายเรื่องก็เห็นไม่ตรงกัน แต่เรามีกรอบใหญ่ๆ ที่ประชาชนในระบอบประชาธิปไตยควรจะมีเหมือนกัน คือเคารพในอำนาจของประชาชน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รื้อ ‘บัตรคนจน’ ครั้งใหญ่ จัดระเบียบจนแท้ หรือรัฐกำลังถังแตก?
‘ภูมิใจไทย’ เล่นเกมฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ ระวัง! ประเมินพลัง ‘เพื่อนเป๋า’ ต่ำเกินไป
ภัยร้อนกำลังมาในหน้าฝน คนไทยเตรียมตัวปรับธาตุ ด้วยพืชผักรสเย็น
“ผู้ต้องพลีชีพ” | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
คำสั่งศาลไม่ได้ให้เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ต้องเดินหน้า 27 กันยายน ตามเดิม
การกู้ศรัทธาที่แสนวุ่นวาย ของ ‘อัซซูรี่’ อดีตแชมป์โลก 4 สมัย
คลื่นลมยังไม่สงบ
สงครามคอนเทนต์กีฬาไทย ยุคธุรกิจลิขสิทธิ์กีฬาเต็มรูปแบบ
Nissan Kicks ปะทะ Jaecoo 6T ขุมพลังทางเลือก-ขับแบบ EV ไม่ง้อที่ชาร์จ
ผัดเต้าหู้หมูสับเสฉวนพริกแห้ง
ระบอบสีน้ำเงิน : ฤๅฝีกำลังจะแตก
การให้ทุนแบบจับเสือมือเปล่าของ กสศ. และการฝากภาระให้กับครู (อีกแล้วครับท่าน)