bg-single

แยกศาสนาจากรัฐ | สุจิตต์ วงษ์เทศ

14.09.2026

แนวคิดแบบจารีตนิยมและอนุรักษนิยม แก้ปัญหาสังคมได้น้อย หรือไม่ได้ ซึ่งเห็นต่อหน้ามากมาย และเป็นปัญหาอย่างเดียวกันนับร้อยนับพันปีมาแล้ว แต่ปริมาณและรายละเอียดต่างกัน

โดยเฉพาะเรื่องศาสนาพุทธในสังคมไทยที่เป็น “ศาสนาไทย” (คือไม่แหมือนพุทธในพระไตรปิฎก) การแก้ไขปัญหามักวนเวียนที่เดิมด้วยการรำพึงรำพันอย่างเดิม เพราะไม่ต้องการแตะต้องโครงสร้างเดิมที่สนองการเมืองการปกครองผดุงอำนาจชนชั้นนำ ด้วยความเชื่อเรื่อง “ผู้มีบุญ” ในเถรวาทแบบลังกาที่ปรุงตามแนวคิดลุ่มน้ำเจ้าพระยา

แต่ล่าสุดอ่านแนวคิดของ อ. สุรพศ ทวีศักดิ์ (ในมติชนรายวัน) ทำให้ “ตาสว่าง” เรื่องแยกศาสนาจากรัฐ จึงขอคัดมาแบ่งปันอีก ดังนี้

นายสุรพศ ทวีศักดิ์

นักวิชาการด้านปรัชญาและศาสนา

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ควรมองว่าเป็นเพียงเรื่องความประพฤติส่วนบุคคลของพระสงฆ์บางรูปเท่านั้น แต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากความล้มเหลวของโครงสร้างการปกครองสงฆ์ ระบบสมณศักดิ์ และวัฒนธรรมการทำบุญของสังคมไทยที่คลาดเคลื่อนไปจากแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา สามารถจำแนกต้นเหตุของวิกฤตพุทธศาสนาในไทยออกเป็น 3 มิติหลัก

1. พฤติกรรมส่วนบุคคล เมื่อศาสนาตกเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ ปัญหาเบื้องต้นที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ การที่พระสงฆ์บางกลุ่มใช้การบวชเป็นเครื่องมือบังหน้า เพื่อแสวงหายศ ศักดิ์ อำนาจ และผลประโยชน์ทางทรัพย์สินเงินทอง พระผู้ใหญ่หลายรูปมีบัญชีเงินฝากส่วนตัวสะสมสูงถึงระดับร้อยล้านบาท เกิดพฤติกรรมซุกซ่อนสีกา และการทุจริตทรัพย์สินของวัด พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บวชไม่ได้เข้ามาเพื่อศึกษาพระธรรมและขัดเกลาตนเองตามหลักพุทธศาสนา แต่กลับใช้สถานะภิกษุเป็นช่องทางแสวงหาทรัพย์สินในคราบผ้าเหลือง

2. โครงสร้างศาสนจักรของรัฐและระบบศักดินาพระ สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมเช่นนี้เรื่อยๆ คือ ระบบการปกครองสงฆ์ที่ไม่แยกออกจากรัฐ ศาสนาพุทธในไทยมีลักษณะเป็นศาสนจักรของรัฐ ที่เต็มไปด้วยระบบสมณศักดิ์ และเงินนิตยภัต (เงินอุดหนุนพระสงฆ์จากงบประมาณแผ่นดิน) ที่ส่งเสริมให้พระสงฆ์มุ่งหาตำแหน่งและชื่อเสียง มากกว่าการปฏิบัติตามพระธรรมวินัย นอกจากนี้ ยังขาดกลไกและประสิทธิภาพในการตรวจสอบหรือควบคุมกำกับดูแลพระสงฆ์อย่างแท้จริง และ

3. วัฒนธรรมบุญ พุทธพาณิชย์และการขาดความโปร่งใสทางการเงิน พุทธศาสนิกชนจำนวนมาก เน้นการทำบุญด้วย “เงิน” เพื่อหวังผลตอบแทนทางโชคลาภ ความรวย และความเจริญก้าวหน้าในชีวิต เกิดเป็นค่านิยมพุทธพาณิชย์และการสร้างวัตถุมงคล สังคมมักอนุโมทนาสาธุเมื่อเห็นยอดเงินบริจาคกองโตไหลเข้าวัด แต่กลับไม่มีระบบตรวจสอบเงินเหล่านั้น ไม่มีการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่โปร่งใส เปิดเผย และตรวจสอบได้เหมือนกับองค์กรเอกชนหรือบริษัทห้างร้านต่างๆ

ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง

1. มาตรการเฉพาะหน้า เปลี่ยนข่าวฉาวให้เป็นโอกาสกวาดบ้าน ชาวพุทธและสื่อมวลชนต้องช่วยกันตรวจสอบ สังคมไม่ควรตกใจหรือสิ้นหวังกับข่าวฉาวในวงการสงฆ์ แต่ควรมองว่าการเปิดโปงคดีต่างๆ เป็นเรื่องดีในการจับโจรในคราบผ้าเหลืองออกจากพระพุทธศาสนา รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบังคับใช้กฎหมายกับพระสงฆ์ที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด โดยไม่ปล่อยให้ใช้สถานะทางศาสนาเป็นเกราะป้องกัน

2. มาตรการระยะยาว การปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง แยกศาสนาออกจากรัฐให้องค์กรศาสนาพุทธบริหารจัดการตนเองในรูปแบบเอกชน รัฐไม่เข้าไปโอบอุ้มหรือให้อำนาจพิเศษแก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งและยกเลิกระบบสมณศักดิ์ ถอนระบบยศพระออก เพื่อลดการแข่งขันหาอำนาจ และคืนความเรียบง่ายตามหลักพระธรรมวินัย และ

3. สร้างระบบบัญชีและภาษีที่ตรวจสอบได้ กำหนดให้วัดและพระสงฆ์ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและรายได้ต่อสาธารณะ และมีการจัดเก็บภาษีอย่างถูกต้อง

วิกฤตพุทธศาสนาในประเทศไทยวันนี้ เดินทางมาถึงจุดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการขอร้องเรื่องจริยธรรม หรือการลงโทษพระสงฆ์เป็นรายบุคคลอีกต่อไป การถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ซ้ำซากนำไปสู่คำตอบเดียว คือ การผ่าตัดโครงสร้างครั้งใหญ่ ด้วยการแยกศาสนาออกจากรัฐ การยกเลิกระบบยศศักดิ์ และการสร้างระบบบริหารจัดการการเงินที่โปร่งใส เพื่อคืนพระพุทธศาสนาให้เป็นเรื่องของการขัดเกลาจิตใจและการปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง

หมายเหตุ : จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุมอดีตหลวงพ่อโชติ หรือพระ วชิรญาณ วิ. (อติโชติ ธมฺมวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ. พระนครศรีอยุธยา และสีกาเอ๋ สีกาคนสนิท ซึ่งกระทำความผิดทั้งการเสพเมถุน และยักยอกเงินทำบุญไปเป็นทรัพย์สินส่วนตัว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดเงินและทรัพย์สินทั้งคู่ได้รวมมูลค่ากว่า 720 ล้านบาท นับเป็นคดีสะเทือนใจชาวพุทธและคนไทยทั้งประเทศ โดยนักวิชาการด้านศาสนา และผู้ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา มีความเห็นต่อคดีที่เกิดขึ้นถึงสาเหตุ แนวทางป้องกัน แก้ปัญหา และปกป้องพระพุทธศาสนา

(ที่มา : มติชน (ตจว.) ฉบับวันอังคารที่ 15 กันยายน 2569 หน้า 2)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

แยกศาสนาจากรัฐ | สุจิตต์ วงษ์เทศ
“สกลธี” จี้สาธารณสุขไทย ยกเครื่องระบบดูแลโรคหายากแบบครบวงจร
ห่วง โยกย้ายในกระทรวงพาณิชย์ ทำข้าราชการเสียขวัญ หมดกำลังใจ อดีต ผช.รมต. เสียดาย “อรมน-พิมพ์ชนก” คนมีคุณภาพ น่าจะได้ทำงานใหญ่
50 ปี 6 ตุลา | ไทยหลังไซง่อนแตก ! | สุรชาติ บำรุงสุข
6 เดือน อเมริกายิงจรวดถล่ม เด็กนักเรียนประถมอิหร่านตาย 168 คน ยังไร้ความรับผิดชอบใดๆ
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (21)
มหากาพย์ ‘ทางด่วนพระราม 2’ สร้างแล้วสร้างอีก จบจริงหรือยัง?
กรรณิการ์ ปู่จินะ สมาพันธ์คนไร้บ้านฯ ย้อนฉากจำขึ้นใจ จัดระเบียบวันนี้ ‘เหมือนย้อนยุค 20 ปี’
‘ปิยบุตร’ วิเคราะห์การเมืองไทย จาก ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ สู่ ‘รัฐอำนาจนิยมแบบถาวร’
ศึกเมืองนนท์ เดิมพันมากกว่าเก้าอี้นายก อบจ. ‘ผึ้งหลวง’ ต้องพิสูจน์ว่ามรดกเดิมยังอยู่ ‘สีส้ม’ ต้องพิสูจน์คะแนนพรรคเป็นคะแนนคน
พันธมิตรชนชั้นนำ กับการเมืองที่ ‘ไร้ยางอาย’
ความอ่อนไหว ในแผงแกร่ง ตท.26 หลัง ‘บิ๊กปู’ เซอร์ไพรส์ กว่า ‘บิ๊กใหญ่’ จะ ‘ไฟนอล’ ‘บิ๊กกอล์ฟ’ ในอ้อมอก ตท.26 ทัพ 1 ซีรีส์ 3 เริ่ม ทัพฟ้า ชัด ‘เสธ.แจ๊ค’ จ่อ