E-DUANG
เมื่อเผชิญประสพเข้ากับ”สัญญะ”อันบ่งชี้เป็นดั่ง”สัญญาณ”อันส่อแนวโน้มจะนำไปสู่สภาวะ”ขาลง”ในทางการเมือง
ท่าทีของแต่ละรัฐบาล แต่ละพรรคการเมือง คิดอย่างไร
ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เบื้องหน้ากรณี”ส.ป.ก.4-10 ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลพรรคชาติไทยเบื้องหน้า”สูติบัตร”อันมาก ด้วยเงื่อนงำและที่มา
ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลพรรคความหวังใหม่เบื้องหน้าการชุมนุมการเมืองบนถนนสีลม
ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลพรรคไทยรักไทยหลังจากตัดสินใจขายหุ้นชินคอร์ปอเรชั่นให้กับเทมาเส็กแห่งสิงคโปร์ด้วยเม็ดเงินจำนวน มหึมามหาศาล
ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเบื้องหน้านิติสงครามเนื่อง จากการย้ายเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทยทั้งรุ่น 1 เมื่ออยู่เบื้องหน้าการพิจารณาจริยธรรม ทั้งรุ่น 2 ที่ต้องผลสะเทือนเนื่องแต่คลิป
คำตอบอาจอยู่ที่”รู้สึก” แต่มิได้”ตระหนัก”
พลันที่พรรคประชาธิปัตย์รับรู้มติพรรคพลังธรรมว่า”งดออกเสียง”ในกรณีส.ป.ก.
ก็อาจเกิด”ซาโตริ” แต่ก็”ช้าไปแล้ว ต๋อย”
พลันที่พรรคชาติไทยรับรู้คำขาดอันมาจาก”ภายใน”และจาก
“ภายนอก”จึงตัดสินใจ”ยุบสภา”แทนที่จะยินยอม”ลาออก”
เมื่อถึงการเลือกตั้งทุกอย่างก็กระจ่าง
แต่ละ”สัญญะ”อาจมีเบาะแสและเค้าลางดำรงอยู่ แต่ก็มีความมั่นใจหลายประการเข้ามาสานเสริมให้เกิดความเชื่อมั่น ความมั่นใจว่าอาจยังอยู่ได้
เหมือนที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยรุ่น 2 ไม่ยอมยุบสภาแม้จะกระหึ่มด้วยเสียงเรียกร้อง
เพราะเชื่อมั่นในบางกลุ่มบางพรรคว่าจะอยู่ฝ่ายตน
ต่อเมื่อมีการแยกแตกตัวไปประกาศให้การสนับสนุนบาง พรรคการเมืองเท่านั้นหรองจึงรู้ว่าสายไปเสียแล้ว
กลายเป็น”บทเรียน”ที่หลาย”ผู้จัดเจน”ไม่เคยทบทวน
สภาวะ”ขาลง”ทางการเมือง ในที่สุดแล้ว ก็ชี้ขาดจากปัจจัย”ภายใน”เป็นสำคัญ
ไม่ว่าภายใน”รัฐบาล” ไม่ว่าภายใน”พรรค”
ลัทธิพรรคพวก บรรดากอง”ชเลียร์”ที่แวดล้อมอยู่โดยรอบตัวผู้นำของพรรค ของรัฐบาล นั่นแหละตัวดี
เหมือนกับเมื่อเกิดกรณี”นุ่งขาสั้น”ออก”งานใหญ่”
พวกเดียวกัน อาจพยายามโพสต์ภาพของตนออกมาเพื่อหวังจะผ่อนคลายกระแสอันเกิดขึ้น
แต่นั่นเป็นเรื่องใน”ครอบครัว”
แต่ภาพอันก่อให้เกิดกระแสเป็นเรื่องในที่”สาธารณะ”จึงไม่อาจนำมาทดแทนกันได้
แม้กระทั่งการทำบุญในยุคพรรคไทยรักไทยก็เคยมีขึ้นแล้ว
ความเชื่อมั่นบนฐานแห่งลัทธิพรรคพวกและถ้อยวาจาสอพลอที่อยู่รอบข้างในแบบลมข้างหมอนจึงอันตราย
ต้องยอมรับว่ามรสุมอันเกิดขึ้นอย่างหนักหน่วงและรุนแรงขึ้นเป็นลำดับกับรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยมีลักษณะ”สะสม”
เป็นการสะสมในเชิง”ปริมาณ”ต่อเนื่อง สัมพันธ์กัน
ตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นรัฐบาล กระทั่งเป็นรัฐบาลและยึดกุมอำนาจในการบริหาร
โอกาสที่”ปริมาณ”จะพัฒนาไปสู่”คุณภาพ”ใหม่จึงปรากฏ
