เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี
3 มุมมองสะท้อน ‘ปัญหาปากท้อง’
‘คนข้างล่าง’ หนัก
‘คนตรงกลาง’ แย่
หมายเหตุ เนื้อหาบางส่วนจากบทสัมภาษณ์ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” อดีต ส.ส.พรรคประชาชน “สมบัติ บุญงามอนงค์” (บก.ลายจุด) นักกิจกรรมการเมือง และ “ประกิต กอบกิจวัฒนา” ครีเอทีฟและผู้สร้างสรรค์แคมเปญการเมือง ในรายการ The Politics ทางช่องยูทูบมติชนทีวี เมื่อวันที่ 7 และ 8 กันยายน

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
ผมเปรียบเทียบเรื่องนี้ (สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน) ง่ายๆ ดีกว่า เราเห็นข่าวคุณลุง-คุณป้าที่ถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) แล้วร้องไห้น้ำตาปานสายเลือดไหม? มีข่าวว่าบางรายเสียใจขนาดช็อกเสียชีวิต บางคนต้องเสียค่าเดินทางมาแล้วไม่ได้สิทธิ์ ร้องไห้ร้องห่มเหมือนกับชีวิตหมดสิ้นทุกอย่างแล้ว
ผมตั้งคำถาม (พวกเขาได้รับเงินสวัสดิการ) เดือนละกี่บาท? 300 บาท วันละ 10 บาท ไข่ดาว 1 ฟอง สภาวะเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิต แค่ไข่ดาววันละ 1 ฟอง เราทำให้คนไทยร้องไห้ปานสายเลือดได้ บ้านเมืองมันดีหรือไม่ดี?
ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าผมดูแคลนคน แต่กำลังสะท้อนว่าคนมันทุกข์คนมันยากจริงๆ แค่ (ไม่ได้เงินสวัสดิการรัฐ) 300 บาทต่อเดือน มันเหมือนหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต มันหมดสิ้นความหวังไปเลย
ความหวังของคนจำนวนไม่น้อยมันอยู่แค่ 10 บาทต่อวัน 300 บาทต่อเดือน มันทุกข์ไหมล่ะ?

สมบัติ บุญงามอนงค์ (บก.ลายจุด)
ปกติเวลาเศรษฐกิจไม่ดี คนจะไปซื้อของตามตลาดนัดหรือของมือสอง แต่ข่าวที่ออกมา แม้แต่ตลาดนัดหรือของมือสองก็ยังขายไม่ได้ คนขายมากกว่าคนซื้อ นี่มันวิกฤตแล้ว กำลังซื้อมันหมด
คุณจะไปโทษใคร? คุณก็ไปดูคนที่บริหาร (ประเทศ) ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ไล่มาดูซิ พรรคไหนฝ่ายไหนเคยเป็นรัฐบาลกันมา คุณลองไล่ดู คุณจะมาเชียร์มาอะไรกันตอนนี้ ผู้คนตอนนี้อยู่ในความรู้สึกว่าประเทศมันแย่มากๆ
(ปัจจุบัน) น้ำมันแพง ยาบ้าถูก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมไปจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน (ขายยาบ้า) เม็ดละ 10 บาท กินกันซื้อกันกระจายเลย
สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองตอนนี้ มาพร้อมกันทุกด้าน คุณคาดหวังว่าปล่อยให้ผู้มีอำนาจทางการเมืองหรือผู้มีอำนาจทั้งหลายเถลิงอำนาจกันแบบนี้ต่อ แล้วคุณคิดว่าประชาชนจะอยู่กันได้เหรอ? (ต่อให้) คุณเปลี่ยนแปลงได้ คุณยังต้องใช้เวลาเลยว่าจะฟื้นฟูกันอย่างไร?

ประกิต กอบกิจวัฒนา
ผมฉายภาพ “คนตรงกลาง” แล้วกัน ตั้งแต่ต้นปี ผมไปงานเลี้ยงปิดเอเยนซี่ (โฆษณา) หลายที่มาก หมายถึงงานเลี้ยงปิดบริษัทไปเลย บางส่วนก็เลิกจ้างผู้คนไปเลย
เราเห็นการปรับตัวของบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ของประเทศเยอะมาก มีเรื่องของการเลย์ออฟ (เอาพนักงานออก) ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ผมว่าปีนี้หนักกว่า มันเกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจข้างล่างที่กำลังซื้อมันหายไป มากระทบกับเศรษฐกิจตรงกลาง และเดี๋ยวมันก็จะลาม
ตอนนี้ ผมคิดว่าธุรกิจใหญ่ก็เหนื่อย ที่ผมฉายภาพ “คนตรงกลาง” เพราะคนพวกนี้เป็นพนักงานบริษัทแทบทั้งนั้น พวกนี้เมื่อตกงานจะไปทำอะไร? ส่วนใหญ่ก็ไปเป็นพ่อค้าแม่ค้าขายของ มันก็วนอยู่แบบนี้ มันจะนำไปสู่ (สถานการณ์) ว่า มีแต่คนขายมากกว่าคนซื้อ
แล้วการมาของเอไอ ตอนนี้มันเปลี่ยนแปลงขนาดบริษัทใหญ่ๆ เอาไม่อยู่ เราจะเห็นบริษัทใหญ่ๆ ย่อตัวลงมาเล็กมาก สมมุติคุณมีพนักงาน 200-300 คน คุณต้องลดคนลง 10-20% ของจำนวนที่เคยมี
เพราะไม่ว่าจะบริษัทมีเดียหรือบริษัทเอเยนซี่โฆษณา หัวใจของมันคือเรื่องของคน แล้วคนเป็นมนุษย์ทองคำที่สุด ทั้งเงินเดือน ทั้งค่าตัว อะไรก็แล้วแต่ สิ่งแรกเมื่อบริษัทลูกค้าขายของไม่ดีคือตัดงบโฆษณาก่อน พอตัดงบโฆษณา เอเยนซี่ก็อยู่ไม่ได้
วันนี้เราไม่ได้พูดแค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่ต้องพูดถึงโครงสร้างที่มันใหญ่กว่านั้นด้วยซ้ำไป เช่น การรับมือเรื่องของเอไอ การศึกษาที่ไม่ได้เปลี่ยน อีกหลายเรื่องเลย บวกกับการเมืองที่เป็นอย่างนี้ มันไม่ได้ช่วยแก้อะไร
ตอนนี้เราจะเห็นว่าประเทศไทยมันค่อยๆ ถดถอย อย่างวันก่อนที่ผู้ว่าแบงก์ชาติ (วิทัย รัตนากร) พูด วันนี้ที่ขายของกันอยู่ได้ ที่ระบบเศรษฐกิจมันยังเดินได้อยู่ (เป็นเพราะทุน) “เทา” ส่วนหนึ่งนะ “เทา” นี่แหละที่อุ้มเศรษฐกิจข้างล่างไว้ส่วนหนึ่ง
แต่คนตรงกลางน่าห่วง เพราะคนพวกนี้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจส่วนหนึ่งในฐานะผู้บริโภค ที่มีกำลังจับจ่าย ซึ่งถ้าตรงนี้ไม่มีกำลังจับจ่ายเมื่อไหร่ ข้างล่างเราไม่ต้องพูดถึง
ผมว่าตอนนี้ประเทศไทยวิกฤตเกือบทุกด้าน อันนี้พูดจริงๆ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่รัฐบาลคุณอนุทิน (ชาญวีรกูล) แต่มันต่อเนื่องยาวนานมา ตั้งแต่รัฐประหารที่มีส่วนทำให้ประเทศนี้บอบช้ำ
