bg-single

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข

02.11.2026

สำหรับคนที่สนใจการเมืองแล้ว วันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 ที่จะเป็น “วันเลือกตั้งกลางเทอม” ของการเมืองอเมริกัน โดยจะเลือกสมาชิกสภาผู้แทน และสมาชิกวุฒิสภา (จำนวน 1 ใน 3) ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ จะมีนัยกับประธานาธิบดีทรัมป์อย่างมาก เพราะเป็นช่วงเวลา 2 ปีนับจากการดำรงตำแหน่งของเขา

   ดังนั้น ในช่วงที่ผ่านๆ มา อาจมีการเลือกตั้งที่สำคัญเกิดในหลายประเทศในโลก แต่ต้องยอมรับว่า ไม่มีการเลือกตั้งไหนจะสำคัญเท่ากับ “การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน” ที่จะเกิดในวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน นี้ และอาจต้องยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญทั้งกับการเมืองอเมริกันและกับการเมืองโลกอย่างมากด้วย

โต้กระแสทรัมป์

   ชัยชนะของทรัมป์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งที่ 2 ในเดือนพฤศจิกายน 2024 นั้น ทำให้เขามีอำนาจมากในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในครั้งนี้ จนดูเหมือนจะไม่มีปัจจัยอะไรจะมาเหนี่ยวรั้งการตัดสินใจของเขาได้ ไม่ว่าการตัดสินใจนั้น จะสร้างปัญหาให้กับนโยบายต่างประเทศอเมริกันอย่างไรก็ตาม เพราะระบบการเมืองอเมริกันให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีอย่างมาก ซึ่งก็สอดรับกับบุคลิกแบบ “อำนาจนิยม” ของทรัมป์

   ถ้าผลการเลือกตั้งการเทอมในวันที่ 3 พลิกมาสู่พรรคเดโมแครต จะทำให้สภาผู้แทนราษฎรอเมริกันมาอยู่ในความควบคุมของพรรคเดโมแครต ซึ่งจะทำให้ชีวิตทางการเมืองของทรัมป์ใน 2 ปีข้างหน้า ประสบความยากลำบาก โดยเฉพาะรัฐบาลทรัมป์จะถูกตรวจสอบมากขึ้น และจะกลายเป็นโอกาสอย่างดีของการเตรียมตัวของพรรคเดโมแครตสำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2028

    อย่างไรก็ตาม หากกลับไปช่วงก่อนหน้านี้ เราจะเห็นได้ชัดเจนว่า โอกาสที่พรรคเดโมแครตจะชนะการเลือกตั้งทั้งในสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภานั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เอาเสียเลย อีกทั้ง เห็นชัดเจนถึงกระแสขวาที่ปรากฏในรูปของ “ประชานิยมปีกขวา” (Rightwing Populism) ที่มาแรงอย่างมาก จนปีกเสรีนิยมอเมริกันนั้นดูจะตกอยู่ในภาวะถดถอย หรือกล่าวได้ว่า ไม่มีใครทาน “กระแสทรัมป์” ในการเมืองอเมริกันได้

    แต่การดำรงตำแหน่งของทรัมป์ในช่วงราว 2 ปีที่ผ่านมา กระแสทรัมป์ตกลง … ความนิยมลดลง และเสียงต่อต้านทรัมป์ดังมากขึ้น และอาจกล่าวได้ว่าเสียงสนับสนุนทรัมป์ในโพลนั้น มีทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่อง และเห็นได้ชัดจากโพลว่า ความนิยมทรัมป์ในวันนี้ ปรากฏอยู่ราว 37% เท่านั้น ต่างจากตอนที่เริ่มรับตำแหน่ง เขามีเสียงมากกว่า 50%

      พร้อมกันนี้ นโยบายของทรัมป์ในเรื่องที่สำคัญ ก็ไม่เห็นถึงความสำเร็จที่นำมาใช้เป็นจุดขายของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้ง แต่กลับเห็นถึงปัญหาที่คนอเมริกันจะต้องแบกรับมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาน้ำมันราคาอาหาร ราคาสินค้า (โดยเฉพาะเป็นผลจาก “ภาษีทรัมป์” โดยตรง) ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข ภาษีที่เพิ่มขึ้น ตลอดรวมถึงปัญหาสงครามอิหร่านที่ไม่จบ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ ล้วนทำให้เสียงสนับสนุนของทรัมป์ และของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งครั้งนี้ ลดลงทั้งสิ้น โดยเฉพาะปัญหาค่าครองชีพ ที่กระทบต่อชีวิตของผู้ออกเสียงชาวอเมริกันอย่างมาก

      สภาวะเช่นนี้ ทำให้เกิดความหวังอย่างมากว่า การเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้จะเป็นโอกาสที่ทำให้พรรคเดโมแครตชนะในทั้ง 2 สภา เช่น ทางเดโมแครตมีความหวังที่เปลี่ยนสัดส่วนในวุฒิสภาปัจจุบัน 53:47 ให้ได้(พรรครีพับลิกัน 53 / พรรคเดโมแครต 47) … ผลเลือกตั้งจะเป็นในทางกลับกันหรือไม่ ?

สู้กระแสทรัมป์ตกต่ำ

      ความหวังอย่างสำคัญของพรรคเดโมแครตที่จะชนะในสภาผู้แทน เพราะตัวชี้วัดจากโพลสะท้อนว่า คนอเมริกันน่าจะเลือกเดโมแครตมากกว่ารีพับลิกันในครั้งนี้ เพราะปัญหาต่างๆ รุมเร้าชีวิตคนอเมริกันในปัจจุบันอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นไม่หยุด

      ปัญหาต่างๆ ทั้งการเมืองและเศรษฐกิจที่รุมเร้า และเห็นถึงแนวโน้มของการลงเสียงเช่นนี้ สร้างความกังวลอย่างมากให้กับผู้นำพรรครีพับลิกัน เพราะมีโอกาสที่พรรคอาจจะแพ้ในทั้ง 2 สภา มีความเป็นไปได้ รวมถึงอาจแพ้ในบางรัฐที่เป็นฐานเสียงของรีพับลิกันมาก่อน แต่ถ้าแพ้ในลักษณะเช่นนี้ ต้องตีความว่าเป็น “ความพ่ายแพ้ของทรัมป์” อย่างแน่นอน

      ทางออกในการสู้กับกระแสของทรัมป์ที่ลดต่ำลงคือ การที่ทรัมป์และผู้นำพรรครีพับลิกันเรียกร้องให้มวลชนในปีกอนุรักษ์นิยมออกมาลงเสียงให้มากๆ เพื่อไม่ให้พรรคแพ้ และทั้งเรียกร้องให้กลุ่มอิสระออกมาลงเสียงให้รีพับลิกัน แทนที่จะไปลงให้เดโมแครต

       ดังนั้น การเลือกตั้งกลางเทอมในครั้งนี้ จึงมีนัยสำคัญอย่างมาก เพราะถ้ารีพับลิกันแพ้ จะเป็นสัญญาณทางการเมืองที่กระทบต่อนโยบายทรัมป์โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นผลจากปัญหายูเครน สงครามอิหร่าน ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับชาติพันธมิตร ตลอดรวมถึงนโยบายภายใน เช่น ท่าทีที่แข็งกร่าวต่อปัญหาผู้อพยพปัญหาเงินประกันสุขภาพ การจัดการปัญหาค่าครองชีพ เป็นต้น ดังจะเห็นได้ว่า ราคาพลังงานในสังคมอเมริกันยังสูงราว 2 เท่าของราคาก่อนสงคราม

วัดดวงทรัมป์

       ผลการเลือกตั้งในวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน และเป็นเช้าวันพุธที่ 4 ตามเวลาในไทย เราคงพอเห็นผลการเลือกตั้งนี้ จึงน่าสนใจว่า “กระแสทรัมป์” จะยังคงเป็นกระแสหลักในการเมืองอเมริกันต่อไปอีกหรือไม่ และผลจะกระทบกับทิศทางภูมิรัฐศาสตร์โลกในอนาคตด้วยอย่างแน่นอน

       ดังนั้น วันนี้จึงไม่แปลกที่ ทั้งจีน รัสเซีย และสหภาพยุโรป ล้วน “ลุ้น” และติดตามการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างใกล้ชิด และรวมทั้งในยูเครน และอิหร่านด้วย

        สุดท้ายนี้ อยากจะขอเรียกแบบไทยๆ ว่า การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกาครั้งนี้ เป็นเสมือนการ “วัดดวงทรัมป์” ในทางการเมืองนั่นเอง … รอดูครับว่า ทรัมป์ยัง “ดวงแข็ง” เหมือนตอนถูกยิงก่อนเลือกตั้งไหมครับ !



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ