วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ : ระบาดวิทยาและการเมืองของวัคซีนโควิดในปี 2564

เมื่อวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์และไบออนเทคเอสอีได้รับการอนุมัติให้ใช้เป็นกรณีฉุกเฉินในสหราชอาณาจักร ตามด้วยในสหรัฐอเมริกา ทั้งสองประเทศเริ่มมีการใช้วัคซีนสำหรับภาวะฉุกเฉิน รัสเซีย ก็ประกาศใช้วัคซีนในประเทศของตน จีนก็เริ่มใช้ในบางส่วนของประเทศ อีกหลายประเทศเริ่มประกาศเตรียมฉีดประชาชนของตน เช่น นิวซีแลนด์ ลาว ภายในก่อนสิ้นปี ทุกประเทศในโลกคงจะประกาศในทำนองเดียวกัน แต่จะทำได้จริงเพียงไร เมื่อไหร่ อย่างไร เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ประเทศเล็ก ๆ ร่ำรวยอย่างสิงคโปร์ก็ประกาศว่าจะซื้อวัคซีนมาฉีดให้ประชาชนทุกคน แถมยังโฆษณาด้วยว่าใครที่เข้ามาอยู่ในประเทศนั้นนานพอก็จะได้วัคซีนฟรีด้วย ประเทศไทยเองก็ได้เตรียมการเตรียมเงินมานานแล้ว ใกล้ถึงวันที่จะตัดสินใจว่าจะเอาวัคซีนเจ้าไหน ราคาเท่าไหร่ ต่อรองยังไง ด้านฝ่ายธุรกิจก็เริ่มมองเห็นแสงสว่างชัดเจนขึ้น นักเศรษฐศาสตร์หลายคนมองว่าภายในครึ่งปีหลัง รัฐบาลไทยคงไม่ต้องเน้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบแจกเงินให้ชาวบ้านใช้อย่างเช่นกรณี “คนละครึ่ง” แล้ว เพราะวัคซีนมาแล้ว นักท่องเที่ยวกลับมา ก็ควรจะส่งเสริมการทำมาค้าขายให้กลับมาเหมือนเดิม สรุปว่า สังคมไทยในขณะนี้มองโลก (และโรค) ในแง่บวกมาก รัฐบาลไทยอยู่ในตำแหน่งที่จะต้องรีบสร้างคะแนนให้ประชาชนเห็นชัดว่าจะลงทุนเต็มที่ เท่าไหร่เท่ากัน
แต่ช้าก่อนครับ โลกจะสดใสขึ้นก็จริง แต่ยังต้องผ่านอุปสรรคทางระบาดวิทยาอีกหลายอย่าง ถ้าไม่พิจารณาประเด็นเหล่านี้ ใช้กระแสการเมืองตอบสนองความปรารถนาของประชาชนเกินความสามารถทางวิทยาศาสตร์ ก็จะทำให้เกิดความผิดหวัง หรือไม่ก็อาจจะเสียเงินไปโดยไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร ยิ่งไปกว่านั้น ความฝันหวานว่าจะใช้วัคซีนน็อคเอ้าท์โควิดอาจจะทำให้ขาดสติในการต่อสู้กับโรคนี้ แต่โดนเตะก้านคอพับฐานก่อนที่จะได้ฉีดวัคซีน หรือ ถ้าโควิดเกิดระบาดขึ้นในไทย แทนที่เราจะมีทางเลือกในการจัดการวัคซีน เราก็จะต้องลงท้ายด้วยการหาวัคซีนมาเพื่อแก้ปัญหาฉุกเฉินอย่างในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรและยุโรปซึ่งฉุกละหุก ค่าใช้จ่ายสูง และยังไม่แน่ใจว่าจะได้ผลนานเพียงไร
การใช้วัคซีนในภาวะฉุกเฉินต่างกับการใช้วัคซีนในภาวะปรกติตรงที่ต้องใช้เพราะไม่มีทางเลือก เนื่องจากโรคกำลังระบาดหนักในประเทศเหล่านั้น คนป่วยและตายมากขึ้นทุกวัน นักระบาดวิทยาอเมริกันคาดการณ์ว่าแม้จะมีการฉีดวัคซีนขนานใหญ่ ยอดคนป่วยและเสียชีวิตในประเทศตะวันตกก็จะเพิ่มจำนวนไปอีกเป็นเดือน
วัคซีนในรุ่นแรก ๆ จะฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากต้องการป้องกันไม่ให้คุณหมอติดเชื้อเพิ่มขึ้น จะได้มีกำลังคนและกำลังใจมาดูแลรักษาผู้ป่วยโรงพยาบาลจะได้ไม่ล่มสลาย วัคซีนจะฉีดให้แก่ผู้สูงอายุก่อนคนอื่น เพราะท่านเหล่านี้ถ้าติดเชื้อแล้วจะป่วยหนักเป็นภาระต่อระบบโรงพยาบาลทำให้ไม่มีเตียงสำหรับรักษาผู้ป่วยอื่น ๆ ทว่าการแพร่โรคโควิดไม่ได้แพร่โดยบุคลากรการแพทย์ และผู้สูงอายุ หากแต่แพร่โดยคนทั่วไปโดยเฉพาะกลุ่มวัยหนุ่มสาวและวัยกลางคน คนที่ร่างกายแข็งแรงเวลาป่วยก็จะป่วยไม่ค่อยหนัก จึงมีกิจกรรมแพร่โรคต่อไปได้ทั้ง ๆ ที่ป่วย คนเหล่านี้มีกิจกรรมเสี่ยง เช่น การรื่นเริง พิธีกรรมในห้องแคบ เช่น ผับ บาร์ และการทำงานบริการในยามค่ำคืน การแพร่โรคในประเทศไทยที่ผ่านมาเมื่อต้นเดือนก็คล้าย ๆ แบบญี่ปุ่นหรือเกาหลี คือแพร่โดยคนกลางคืน เมื่อคนหนุ่มสาวไม่ได้รับวัคซีนและพฤติกรรมต่าง ๆ ก็เปลี่ยนได้ยาก เขาก็จะแพร่โรคได้ต่อไป ผมอยากฝากนักโมเดลในประเทศไทยให้ช่วยคำนวณทบทวนดูว่า การฉีดวัคซีนที่มีอยู่จำกัดให้กลุ่มผู้สูงอายุ กับกลุ่มหนุ่มสาว ทางเลือกใดจะมีผลกระทบต่อการควบคุมโรคมากกว่ากัน
ผลการศึกษาวัคซีนที่บริษัทต่าง ๆ นำไปยื่นเพื่อขอจดทะเบียนใช้ มาจากการทดลองในอาสาสมัครบริษัทละไม่กี่หมื่นคน ติดตามในเวลาไม่กี่เดือน เหมาะที่จะนำประยุกต์ใช้ (แก้ขัด) สำหรับประเทศที่มีการระบาดสูง เป็นกรณีฉุกเฉิน ภายในครึ่งปีนับจากนี้ เราจึงจะเห็นของจริงว่าวัคซีนป้องกันได้นานจริงหรือเปล่า อาสาสมัครที่ได้และไม่ได้รับวัคซีนอาจจะเริ่มป่วยมากขึ้น วัคซีนอาจจะมีผลเพียงชะลอการติดเชื้อ ไม่ใช่ป้องกันการติดเชื้อได้ตลอดชีวิต นอกจากนี้ เราอาจจะได้เห็นรายงานผลข้างเคียงมากขึ้น
สำหรับประเทศไทยที่ยังมีการระบาดต่ำน่าจะรอให้เขาใช้กันไปก่อนแล้วค่อยพิจารณาเลือกยี่ห้อที่ดีที่สุดสำหรับประเทศเรา ไม่ควรไปตามกระแสประเทศร่ำรวยที่มีความเสี่ยงสูงทั้งในตะวันตกและในอาเซียน ยกเว้นอย่างที่ว่า คือ เราเกิดโชคร้าย โควิดระบาดหนักเท่านั้น
โลกมีวัคซีนแล้ว การท่องเที่ยวจะกลับมาสู่ประเทศไทยได้เร็วเพียงไรยังไม่แน่เหมือนกัน เรามีความหวังว่าวัคซีนจะระงับการระบาดของโควิดในประเทศร่ำรวย เขาจะได้มาเที่ยวเราโดยเราไม่ต้องเสี่ยงรับเชื้อจากเขา ถ้านโยบายของเขาให้ความสำคัญเบื้องต้นอยู่ที่สถานดูแลบ้านพักคนชรากับพวกคุณหมอ เราก็คงจะได้นักท่องเที่ยวที่เป็นคุณหมอที่ได้รับวัคซีนไปแล้ว คนที่อยู่ตามบ้านพักคนชราคงไม่ค่อยได้มาเที่ยว ประชากรในประเทศร่ำรวยถ้ารวมประเทศจีนก็คงตกราวหนึ่งในสามของโลก กว่าจะฉีดวัคซีนได้ครบคงต้องใช้เวลาเป็นปี ๆ ถ้าฉีดไม่ครบภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) ไม่พอ โรคก็คงระบาดในประเทศนั้นต่อไป ประเทศร่ำรวยเทคโนโลยีสูงอย่างสหรัฐอเมริกาเองก็น่าจะฉีดได้ไม่ครบเพราะความคิดไม่เชื่อเรื่องวิทยาศาสตร์ปรากฏเห็นได้ชัดในยุคของประธานาธิบดีทรัมพ์ เราก็ต้องดูต่อไปว่าชาวอเมริกันจะเรียนรู้และแก้ปัญหาโควิดด้วยวัคซีนได้สำเร็จหรือไม่
การท่องเที่ยวจะปลอดภัย นักท่องเที่ยวต้องไม่มาแพร่โรค เราผู้เป็นเจ้าบ้านก็ต้องไม่มีโรคฝากเขากลับบ้านด้วย ถ้าคนภายนอกเข้ามาเยอะก็จะมีคนที่ฉีดวัคซีนมาแล้วแต่วัคซีนไม่ได้ผลสำหรับคนนั้นปะปนเข้ามาแพร่โรคได้ ถ้าคนในบ้านเราไม่มีภูมิคุ้มกันมากพอ เราก็จะติดเชื้อและแพร่เชื้อกันเองอีก ทั้งเราทั้งเขาต้องมีภูมิคุ้มกัน การท่องเที่ยวอย่างอิสระจึงจะปลอดภัยกับทุกคน หมายความว่า เราก็ต้องพยายามหาวัคซีนมาฉีดให้คนของเราทุกคนด้วย แต่อย่างที่เล่ามาเบื้องต้นว่า รอสักนิดนึงราวครึ่งปี ทุกอย่างชัดเจนแล้วเราก็จะซื้อวัคซีนอย่างที่เหมาะสมกับประเทศไทยที่ อย่างเร็วที่สุด ปลายปีหน้าถ้าโลกได้พิสูจน์ของวัคซีนและมีการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวาง เมื่อนั้นเราก็จะได้เริ่มเห็นแสงทองบนขอบฟ้า
สรุป ครับ อย่าหลงกระแสวัคซีนมากเกินไป เรามีของดีคือระบบเฝ้าระวัง การสอบสวนโรคและการสกัดโรคซึ่งได้ผลต่อเนื่อง ต้องช่วยกันรักษาไว้ให้ดี คนไทยต้องสงวนเนื้อสงวนตัว ป้องกันตัวเองให้ดี อย่าไปปล่อยปละละเลยแปดเปื้อนจากโรคระบาด เมื่อถึงเวลาที่ความรู้เรื่องวัคซีนดีขึ้น เราจะได้วัคซีนที่ดีและทุกคนก็จะปลอดภัยพร้อมกับเศรษฐกิจพลิกฟื้น โอม เพี้ยง ….
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
