bg-single

ศึกอภิปรายฯ รุกคืบ ส่องผลงาน2ปี ‘บิ๊กป้อม’ ปฏิรูปที่ดิน-ช่วยเกษตรกร พุ่งเป้าประชาชนอยู่ดีกินดี

07.02.2021

ถือเป็นคีย์แมนตัวหลักของรัฐบาลเลยทีเดียว สำหรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พี่ใหญ่ค่ายบูรพาพยัคฆ์ ที่ล่าสุดถุกฝ่ายค้านล็อกเป็น 1 ใน 10 ของรัฐมนตรี ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นในเดือน ก.พ. นี้

โดยเนื้อหาที่ฝ่ายค้านระบุในญัตติไม่ไว้วางใจ นั่นก็คือ การทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล!??

ซึ่งเนื้อหาคงต้องว่ากันไปในการอภิปราย ว่าฝ่ายค้านจะจับประเด็นใดมาซักฟอก และจะมีเนื้อหาดุเดือดถึงเพียงไหน

แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว หลังจากการเข้ารับตำแหน่งหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อพ.ศ. 2562 พล.อ.ประวิตร ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เพียงตำแหน่งเดียว โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับตำแหน่งรมว.กลาโหมเอง

และในการแบ่งงาน นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้พล.อ.ประวิตร กำกับดูแลหน่วยงาน ประกอบด้วย กระทรวงดิจทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงแรงงาน

นอกจากหน่วยงานระดับกระทรวงแล้ว ยังดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน

เปลี่ยนบทบาทด้านความมั่นคง มาเป็นดูแลทรัพยากรของประเทศ สร้างผลงานให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเรื่องการจัดสรรที่ดินทำกิน มอบโฉนดที่ดินให้เกษตรกร

ผลักดันให้ประชาชนได้อยู่ดีกินดี

สำหรับโครงการที่เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด ในเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ทำกิน หนีไม่พ้นโครงการ ‘ธนารักษ์ประชารัฐ’ ที่รัฐบาลโดยพล.อ.ประวิตร มอบนโยบายในการแก้ปัญหาผู้ครอบครองที่ราชพัสดุโดยไม่ได้รับอนุญาต และลดปัญหาความเหลื่อมล้ำเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน

โดยให้กรมธนารักษ์สำรวจและจัดสรรที่ดินในความดูแลของกรมธนารักษ์กว่า 12 ล้านไร่ ให้ประชาชนเช่าในราคาถูก เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ทั้งในส่วนของที่ดินทำกินเพื่อการเกษตร ที่อยู่อาศัย ตลอดจนที่ดินเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งสามารถตกทอดถึงลูกหลานในอนาคตได้

ทั้งนี้ อัตราเช่าที่ดินราชพัสดุ แบ่งเป็นอัตราเช่าเพื่อการเกษตร ไร่ละ 100 บาทต่อปี ทายาท คิดค่าเช่าไร่ละ 200 บาทต่อปี ส่วนบุคคลอื่นค่าเช่าไร่ละ 200 บาทต่อปี ส่วนที่อยู่อาศัย สำหรับผู้เช่าคิดอัตราตารางวาละ 0.13 บาทต่อเดือน ทายาท ตารางวาละ 0.25 บาทต่อเดือน บุคคลอื่น ตารางวาละ 0.50 บาทต่อเดือน

ซึ่งสามารถนำสิทธิในการเช่าที่ดินนี้ไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อ หรือการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินที่ร่วมมือกับภาครัฐได้ เพื่อใช้ต่อยอดประกอบอาชีพ หรือก่อสร้างที่อยู่อาศัยต่อไป

ที่สำคัญเมื่อเกิดโรคระบาดโควิด-19 รัฐบาลเองก็ตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชน ยกเว้นการเก็บค่าเช่าอีก 1 ปี ในปีงบประมาณ 2564 เพื่อเป็นการเยียวยาประชาชนอีกทางหนึ่งด้วย

เบื้องต้นรัฐบาล เดินหน้าแจกสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ ประมาณ 10,000 ราย ใน 15 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดจันทบุรี จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดสุราษฎรณ์ธานี จังหวัดุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดเชียงราย จังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี

พร้อมตั้งเป้าในปี 2564 นี้ นำที่ดินราชพัสดุ อีก 12.6 ล้านไร่ ที่อยู่ในการครอบครองดูแลของหน่วยงานราชการมาบริหารจัดการเอง

เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากกลไกจากกรมธนารักษ์ที่ช่วยให้ประชาชนในเรื่องที่ดิน ยังมีสถาบันบริการจัดการที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ “บจธ.” ที่มีพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน เป็นประธาน ที่อยู่ในกำกับดูแลของพล.อ.ประวิตร ที่รับมอบนโยบายให้ เร่งช่วยเหลือประชาชนให้มีที่ดินทำกินอย่างถูกต้องเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับเอกชน และประชาชนกับรัฐ

โดยยึดถือภารกิจกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนในการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย การป้องกันการสูญเสียสิทธิในที่ดินจากการจำนอง ขายฝาก ตลอดจนส่งเสริมการใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

โครงการตามภารกิจของ บจธ. ทุกโครงการ จะน้อมนำแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ มาเป็นหลักในการพัฒนาที่ดินในโครงการด้วย เพื่อจะได้รักษาสิทธิในที่ดินทำกินที่รัฐบาลมอบให้ในวันนี้ ไว้ให้ลูกหลานต่อไป

ทั้งนี้ ในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา (พ.ศ.2559-2563) บจธ. แก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้เกษตรกรไปทั้งหมด 4,134 ราย เนื้อที่ประมาณ 5,090 ไร่ ผ่านการดำเนินงานของ บจธ. ใน 4 โครงการตามมติ ครม. สนับสนุนวิสาหกิจชุมชนไปแล้ว 9 กลุ่ม ใน 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี จันทบุรี ลำพูน และนครราชสีมา

ช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อคงสิทธิให้เกษตรกรและผู้ยากจนได้กลับมามีที่ดินทำกิน ในที่ดินที่หลุดการครอบครองไปแล้ว ด้วยการจัดหาแหล่งเงินทุนในรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้สามารถคงสิทธิในที่ดินกลับมาได้ รวมทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาที่ดินจากการดำเนินนโยบายของรัฐ

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าเชิงรุกด้วยโครงการนำร่องธนาคารที่ดินในพืนที่ 5 ชุมชน ในจ.เชียงใหม่และลำพูน รวมทั้งขยายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่อื่นๆ

ไม่เพียงแค่นั้น พล.อ.ประวิตร ยังเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรและประชาชนที่ใช้สิทธิทำกินในเขต “สปก.” หรือในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่สามารถถือครองเพื่อใช้ในการเกษตร ด้วยการปลดล็อกตามมติคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ ให้พันธุ์ไม้หายาก อาทิ ไม้สัก ไม้พยุง ที่ปลูกในพื้นที่สปก.ที่ครอบครองอยู่นั้น สามารถตัด โค่น หรือแปรรูปได้เลย ไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงานอีกต่อไป

ส่งผลให้เกิดการส่งเสริมการทำสวนป่า และเพิ่มศักยภาพของเกษตรกร เสริมสร้างโอกาสการทำกินของประชาชนให้มีช่องทางมากขึ้น

ถือเป็นหนึ่งในผลงานอันเป็นรูปธรรม สามารถจับต้องได้ในรอบ 2 ปีของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ส่วนเมื่อศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจเดินหน้ามาถึง ต้องรอชมกันต่อไปว่าทั้งฝ่ายรัฐบาลของบิ๊กป้อม และพรรคร่วมฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ได้มีประสิทธิภาพขนาดไหน !



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 4) เรื่อง ปัญหา JBC | สุรชาติ บำรุงสุข
วันหนึ่ง ณ ตึกสันติไมตรี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถามถึง ‘ไอ้บ๊อบ’ การเมือง ‘ทองใบ ทองเปาด์’ ทนายแม็กไซไซ
ไทยประกันชีวิต เดินหน้าโครงการ ‘เสริมโอกาส สร้างอาชีพ’ ปี 4 ประเดิมที่แรก APCD หนุนกลุ่มเปราะบาง
เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)