bg-single

วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ : โอมิครอนและวัคซีน เมื่อย่างเข้าสามขวบปีของโควิด (ตอนที่ 1)

05.12.2021

สัปดาห์นี้ เพื่อน ๆ ถามผมว่าคิดอย่างไรกับโอมิครอน เมืองไทยจะเป็นอย่างไร

ผมเป็นคนสนใจจังหวะของธรรมชาติโดยเฉพาะฤดูกาล อยู่หาดใหญ่มาเกือบชั่วชีวิต ตอนเย็นวันไหนว่างจะเฝ้าดูดาวพระศุกร์ทางทิศตะวันตก ตอนเช้าวันไหนออกไปวิ่งแต่เช้ามืดจะดูดาวพระศุกร์ทางทิศตะวันออก จักรราศีบนท้องฟ้าที่ผมชอบที่สุด คือ กรกฎ หรือ แมงป่อง กลุ่มดาวเรียงตัวอย่างงามสง่า (graceful curve) ส่วนหัวเหมือนหัวลูกศร ตรงหัวใจหรืออกของแมงป่อง มีดวงดาวสีแดงเด่นหนึ่งดวง เขาว่าเป็นคู่แข่งของดาวอังคาร และส่วนหางแมงป่องงอคล้ายตะขอมีปลายหางกระดกเหมือนเข็มพิษของแมงป่องเด่นอยู่บนท้องฟ้าใน กรกฎา-สิงหา ซึ่งท้องฟ้ายามเช้าสดใสจนกระทั่งใกล้ฟ้าสาง กลุ่มดาวเปลี่ยนไปตามจักรราศี ฤดูกาลก็เปลี่ยนไป พืชพันธุ์ผู้คนก็สลับสับเปลี่ยนเข้ามาในชีวิต

ตอนเที่ยงพักกินข้าว ผมชอบเทียบวันที่ในปฏิทินกับตวามยาวของเงาแดด วันที่เงาแดดตอนเที่ยงสั้นที่สุดคือวันที่เรียกว่า equinox คือ กลางวันยาวเท่ากับกลางคืน

Equinox เดือนมีนาคมใบยางที่ร่วงไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์เริ่มผลิออกเต็มต้น แคฝรั่งและศรีตรังเริ่มจับฝัก ฝนฟ้าคะนอง ลูกเห็บตกตามภาคต่าง ๆ ของประเทศ

Equinox เดือนกันยายน ฝนฟ้าคะนองออกรอบ หางไต้ฝุ่น ผ่านเวียดนาม เข้าลาวและไทยอีสานและภาคเหนือ แมลงเม่าเริ่มบินออกมาเล่นไฟในตอนกลางคืน เตรียมรับฤดูฝนของภาคใต้

ผมดูกราฟโควิดของโลกแล้วก็เห็นว่าการระบาดก็เป็นวัฎจักรเหมือนกัน แต่จังหวะหมุนเวียนเพียงราว ๆ 4 เดือน ยอดสูงสุดครั้งที่แล้วอยู่ที่เดือนสิงหาคม ยอดถัดไปดูเหมือนจะราวเดือนนี้คือธันวาหรือไม่ก็เดือนหน้า ถ้าเป็นไปตามจังหวะเดิม ต้นปีหน้ายอดโควิดจะค่อย ๆ ลด แล้วกลับเพิ่มอีกในเดือนเมษายน

แน่นอนสายพันธุ์ต่าง ๆ เปลี่ยนไปเรื่อยในแต่ละช่วง จากอู่ฮั่นเป็นแอลฟ่า (อังกฤษ) แล้วก็เดลต้า (อินเดีย) ซึ่งแต่ละครั้ง นักไวรัสจะมาเตือนว่า สายพันธุ์ใหม่ ๆ ติดได้ง่ายกว่าสายพันธุ์เดิมทั้งนั้น สายพันธุ์อังกฤษ แรงกว่าสายพันธุ์อู่ฮั่น สายพันธุ์อินเดียแรงกว่าสายพันธุ์อังกฤษ แต่ในทิ่สุดก็ทำยอดรายงานแต่ละยอดต่างกันไม่มาก ทีนี้จะมีตัวละครใหม่ คือ สายพันธุ์โอมิคอน เขาก็ว่าติดง่ายแรงสุด ๆ อีกเหมือนกัน ก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะทำยอดได้ต่างจากรุ่นพี่หรือเปล่า ผมเดาว่าไม่ต่างมากนัก

 

ยอดคลื่นโควิดที่ผ่านมาส่วนใหญ่สะท้อนภาพโลกตะวันตกมากกว่าเอเซีย ทั้งยุโรปและอเมริกาเป็นบ้านที่ดีของโควิดตลอดสองปืที่ผ่านมา สหรัฐมีช่วงพักสั้น ๆ ตอนเปลี่ยนประธานาธิบดี หลังจากนั้นก็ไม่ได้หยุด ส่วนสหราชอาณาจักรเป็นฐานที่มั่นส้องสุมกำลังพลของโควิด ทั้ง ๆ ที่ประเทศตะวันตกมีเทคโนโลยีร้อยแปด ผลิตและส่งออกวัคซีนไปขายทั่วโลกก็เอาชนะโควิดไม่ได้

ดูประเทศจน ๆ ในอาฟริกา ลาตินอเมริกาและเอเซียให้ดี สถานการณ์ตรงกันข้าม องค์การอนามัยโลกกลัวนักหนาว่าประเทศยากจนจะถึงแก่หายนะจากโควิด ซึ่งก็ถูกบ้าง แต่ถูกไม่หมด

โควิดลุยอาฟริกาและลาตินอเมริกาไปสามรอบ ลุยเอเซียโดยเฉพาะในอนุทวีปและอาเซียนได้สองรอบเท่านั้น จากนั้นก็เเงียบไป

ตอนนี้ประเทศอินเดียและอินโดนีเซียปลอดภัยจากโควิดมากกว่าประเทศไทยและมาเลเซียซึ่งโควิดไม่ยอมสะเด็ดน้ำซะที ส่วนสิงคโปร์ที่คนไทยชื่นชมมาก ฉีดวัคซีนในอัตราที่ครอบคลุมได้มากกว่าชาติอื่นในโลก แล้วไง… ทุกวันนี้ยังมีผู้ป่วยใหม่วันละพันกว่า เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรแล้ว ยังถือว่าไม่ปลอดภัยจากโควิดมาก ๆ ใครไม่เคยฉีดวัคซีนอย่าหลงเข้าไปสิงคโปร์นะครับ

เขียนไปเขียนมา ก็ชักจะซ้ำเดิม ซึ่งขัดกับความคิดของคนส่วนใหญ่ทั้งในและนอกประเทศ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะจำนวนด้วยหลักฐานในระดับประชากรโลกที่ว่าวัคซีนที่มนุษย์ผลิตมา ไม่ได้เก่งกว่าความสามารถตามธรรมชาติของมนุษย์ที่ปรับตัว (species) ให้อยู่รอดจากโรคร้าย โดยเฉพาะมนุษย์ยากจน ส่วนที่อ่อนแอก็ตายไป พวกเดนตายที่เหลือเป็นคนส่วนใหญ่ในโลก ปลอดภัยจากโควิดมากกว่ากลุ่มร่ำรวยที่ฉีดวัคซีน

ความรู้ของมนุษย์ที่แชร์กันไปกันมา นับว่าน้อยนิด เมื่อเทียบกับความไม่รู้

แต่ความรู้ขายได้ ความไม่รู้ขายไม่ได้ ความรู้ทำให้เกิดวิธีวินิจฉัยทั้ง RT-PCR ขายได้ทีละเป็นพันบาท และ ATK ตรวจทีละเป็นร้อยบาท ประเทศเราที่สาธารณสุขก้าวหน้าสู้ไม่อั้น คงจะหมดไปเฉพาะค่าตรวจกี่พันกี่หมื่นล้านแล้วก็ไม่รู้ นอกจากรู้จริงแล้ว ยังมีความรู้ที่ไม่ว่าจริงหรือเปล่าก็ขายได้ด้วย และเราหมดเงินไปอีกมาก คือ ยาต้านไวรัส ทั้งยาฝรั่ง และสมุนไพรไทย ที่ไม่เคยได้รับการพิสูจน์ว่าเจ๋งจริง พวกนี้ขายได้ก็รวยได้ทั้งนั้น

คุยเรื่องอื่นสนุก ๆ ดีกว่าคอยกระแนะกระแหน แกว่งเท้าหาเสี้ยนก่อศัตรู

 

เล่นกับคำว่า “โอมิครอน” ดีกว่า
คำว่า “โอ” เดาเล่น ๆ ว่าเป็นคำอุทานอ้าปากวงกลม ๆ ส่วนคำว่า มิครอน ก็คือ ไมครอน (micron) หรือ ไมโคร (micron) หรือหนึ่งล้าน ซึ่งหมายความว่า เล็ก ๆ

โอมิครอน ก็คือตัวโอเล็กในอักษรกรีก

ส่วน โอ ตัวใหญ่ คนกรีกเขาเรียกว่า โอเมก้า คงจำได้ว่า คำว่า mega แปลว่าใหญ่ อย่างเช่นศูนย์การค้าขนาดใหญ่แถวบางนา ซึ่งผมไม่เคยไปสักที

ทางคณิตศาสตร์ micro คือหนึ่งในล้าน mega ก็คือหนึ่งล้าน เวลาเขียนย่อทางคอมพิวเตอร์ใช้ตัว M ใหญ่ตัวเดียว เช่น MB คือ megabyte MW คือ megawatt

นักวิทยาศาสตร์มักใช้ตัวอักษรกรีกสำหรับเรียงลำดับ แอลฟ่า เบต้า เธต้า เดลต้า เมื่อเป็นภาษาละติน คงจะชอบตัดให้สั้น เหมือนคนไทย ก็ลดพยางค์ อา เบ เซ เด ส่วนอังกฤษเป็นชาติพันธุ์ไกลจากอารยธรรมของเสียงเพี้ยนไปเป็น เอ บี ซี ดี ภาษาบาลีสันสกฤต ก็ต้นตอตระกูลอินโดยุโรป ก็ เรียงลำดับเป็น เอก (เห็นไหมว่าคล้ายกับเอ) โท (อันนี้เหมือน duo ในละติน) และตรี (เห็นไหมว่าออกเสียงคล้ายกับซี หรือ เธต้า) เรียนไปเรียนมาจนจบมหาวิทยาลัย เพิ่งจะรู้ว่าภาษาที่เรียนตอนชั้นอนุบาลก็ไม่แตกต่างจากภาษาที่ทำปริญญาเอกมากนัก

ตัวโอเป็นตัวอักษรลำดับที่ 15 ในภาษายุโรป (ทั้งกรีกและละติน) นักวิทยาศาสตร์ใช้เรียกอะไรก็ตามที่เป็นลำดับที่สิบห้า เจ้าสายพันธุ์โอมิครอนของโควิดนี่ องค์การอนามัยเป็นคนตั้งให้ อาจจะ แปลว่าตอนนี้เรากำลังเจอกับโควิดลำดับสำคัญที่สิบห้าแล้ว

นอกจากโอมิครอนหมายถึงลำดับที่สิบห้าแล้ว เจ้าตัวกลม ๆ นี้ยังมีความหมายถึงความว่างเปล่า คือ สุญญตา หรือ ค่า ศูนย์ หรือ zero คือไม่มีค่าอะไรอยู่นั้นเลยทั้งบวกและลบ ภาษาอีสานบอกว่า บ่มีหยัง ภาษาจีนแต้จิ๋วบอกว่า บ่อมิไก๊

ไม่แน่นะครับ สักพักหนึ่ง อาจจะมีข้อมูลเพิ่มขึ้น แล้วไป ๆ มา ๆ จะเป็นว่าเจ้าโควิดสายพันธุ์โอมิครอน มันอาจจะเป็น โอ หรือ ศูนย์ คือไม่ก่อปัญหามากนักก็ได้

 

ลองดูอย่างกรณีปัญหา Y2K หรือ the Millennium Bug ของคอมพิวเตอร์ในช่วงต่อระหว่างปี 1999 กับ ปี 2000 สิครับ ก่อนหน้านั้นสามสิบปี โปรแกรมเมอร์ใช้รหัสวันที่โดยตัวเลขของปีเพียง 2 หลักซึ่งเป็นเลขท้าย เช่น ปี 1950 จะเก็บค่าเพียง 50 เพื่อประหยัดหน่วยความจำซึ่งสมัยนั้นยังแพงอยู่ เมื่อจากวันที่ 31 ธันวาคม 1999 เป็นปีใหม่ คือ 1 มกราคม 2000 เลขปีจะลดลงไปถึง 99 คือมันจะกลายเป็นค่า 00 ไป ระบบจะลวนไปทั่วโลก โปรแกรมส่วนใหญ่เขียนไปแล้วด้วยรหัสเลขปีเพียงสองหลักเป็นจำนวนมาก จะแก้ไขอย่างไรก็จะไม่ทัน

แต่แล้วก็ไม่เห็นว่ามีปัญหาอะไร โลกก็ไม่แตก คอมพิวเตอร์ก็ใช้กันต่อเนื่องมาอย่างไม่มีปัญหา

ผมก็เลยคิดว่า โอมิครอน มันอาจจะเป็นศูนย์ คือ มีผลน้อย มากกว่าเป็น โอเมก้า หรือ โอมายก้อด ซึ่งแสดงว่าสร้างความเสียหายมาก

แหะ ๆ อย่าเชื่อผมมากไปนะครับ ผมบอกว่าความรู้ขายได้ ทั้งรู้จริงและรู้ไม่จริง ส่วนความไม่รู้น่าจะขายไม่ได้ เราพยายามหาความรู้ต่อไปดีกว่า จะได้มีเรื่องมีราวไปขายไปเม้าท์กัน ความจริงเรื่องที่ผมจะคุยต่อทุกคนก็รู้กันจากสื่อต่าง ๆ อยู่แล้ว ผมคงขายอะไรไม่ได้ ที่อาจจะขายและเม้าท์ได้ คือ ความสงสัยต่อที่เราคิดว่ารู้

อ่านตอนต่อไปนะครับ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์