bg-single

ย้อนกูรูชี้ ‘ขายหุ้นชิน’ ไม่เสียภาษี ‘รัฐพันลึก’ ตั้งธงยึดทรัพย์ซ้ำ ‘ทักษิณ’

22.11.2025

วิบากรรมเคราะห์ซ้ำ “คนชินวัตร” อีกครั้งเป็นดาบสอง หลังอัยการสูงสุด (อสส.) มีคำสั่งให้อุทธรณ์คดีมาตรา 112 ต่อมาได้มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ตัดสินในคดี “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกรมสรรพากร (จำเลยที่ 1) และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ได้แก่ พงษ์ศักดิ์ เมธาพิพัฒน์ ,ประภาส สนั่นศิลป์ และ พิสิทธิ์ ศรีวรานันท์ (จำเลยที่ 2-4) ต่อศาลภาษีอากรกลาง เพื่อขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาฯ ที่แจ้งให้ ทักษิณ จ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการขายหุ้นชิน คอร์ปอเรชั่นฯ ให้กับกรมสรรพากร เป็นเงิน 1.76 หมื่นล้านบาท เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2568

ภายหลังศาลฎีกามีคำพิพากษาดังกล่าว ส่งผลให้ “ทักษิณ” ต้องปฏิบัติตามคำสั่งเรียกเก็บภาษีจำนวน 1.76 หมื่นล้านบาท ของกรมสรรพากร ซึ่งจะต้องจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นเงิน 1.76 หมื่นล้านบาท หมายรวมค่าภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มให้กับกรมสรรพากร กรณีขายหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้กับกลุ่มบริษัทในเครือเทมาเส็ก ซึ่งดำเนินการผ่าน บริษัท แอมเพิล ริช อินเวสท์เม้นท์ จำกัด

อย่างไรก็ตาม “ทักษิณ” ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์พิเศษผ่าน “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” เมื่อปี 2549 หลัง “ตระกููลชินวัตร” ขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทั้งหมดให้กลุ่มเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ (Temasek Holdings) จากสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2549

ต่อมาถูกข้อครหาว่าไม่เสียภาษีแม้แต่บาทเดียว กระทั่งสถานการณ์ทางการเมืองได้ขยายความขัดแย้งจนนำไปสู่การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อปี 2549 และที่สุด “ทักษิณ” ได้ถูกผู้นำเหล่าทัพ เข้ายึดอำนาจด้วยการรัฐประหารเมื่อ 19 ก.ย. 2549

โดยครั้งนั้น “ทักษิณ” กล่าวถึงการขายหุ้นของ บริษัท ชินคอร์ป จำนวน 73,000 ล้านบาท ว่า “”ถ้าพูดคำว่าไม่เสียภาษี ตรงไหน ตรงหุ้นใช่ไหม บริษัท เป็นบริษัทที่เสียภาษีมาโดยตลอด เสียภาษีสะสมรวมกันมาแล้วประมาณ 50,000 กว่าล้านบาท จ่ายค่าตอบแทนให้รัฐแล้วประมาณแสนล้าน ค่าสัมปทานกับค่าภาษี”

“ทุกปีมีเสียภาษีรวมไปแล้ว 50,000 กว่าล้าน ครอบครัวผม เสียภาษีอยู 2 ส่วน ส่วนหนึ่งภาษีเงินปันผล ได้ปันผลมาเท่าไร เสียภาษี 10% แล้วเอาเงินปันผลฝากแบงก์ เสียภาษีจากดอกเบี้ยรัฐ 25% เสียรวมกันแล้วก็ประมาณ 2,000 กว่าล้านบาทเกือบ 3,000 ล้านบาท เพราะฉะนั้น มันเสียภาษีมาโดยตลอด แต่ว่าภาษีในช่องที่ เรียกภาษีรายได้เกิดจากการขายหุ้น เป็นข้อยกเว้นตามกฎหมาย ที่ยกเว้นให้การขายหุ้นตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่มีกฎหมายปี 2517 รวมแล้ว 33.7 ล้านล้านบาท ที่มีการขายหุ้นทั้งหมด ไม่มีใครเสียภาษีเลย

“ทักษิณ” ยืนยันว่า “วันนี้ถ้าผมเอาภาษีส่วนนี้ไปเสียสักบาท กรมสรรพากร ก็รับผมไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายให้รับ”

สำหรับปฐมบทคดีขายหุ้น “ชินคอร์ป” นั้น เริ่มต้นเมื่อช่วงปี 2549 ก่อนการรัฐประหาร โดย บริษัทแอมเพิล ริช อินเวสท์เม้นท์ จํากัด ขายหุ้น บริษัทชิน คอร์ปอเรชั่นส์ จํากัด (มหาชน) ที่ถืออยู่ทั้งหมดแก่ พานทองแท้ ชินวัตร และ พินทองทา ชินวัตร คนละ 164,600,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 1 บาท โดยซื้อขายกันนอก ตลท.

จากนั้น พานทองแท้ และ พินทองทา ขายหุ้นดังกล่าวแก่กลุ่มบริษัทในเครือเทมาเส็ก เป็นการซื้อขายผ่าน ตลท.เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2549 ในขณะที่ราคาหุ้นใน ตลท.ขณะนั้นอยู่ที่หุ้นละ 49.25 บาท

กรมสรรพากร เห็นว่า กรณีพานทองแท้ และพินทองทา ซื้อหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่นส์ จํากัด (มหาชน) มาจากบริษัทแอมเพิล ริช อินเวสท์เม้นท์ จํากัด ในราคาหุ้นละ 1 บาท เป็นการซื้อนอก ตลท.ถือเป็นเงินได้พึงประเมินในปีภาษี 2549 และต้องยื่นแบบเสียภาษีภายในวันที่ 31 มี.ค.2550 แต่ทั้งคู่ไม่นำเงินได้ส่วนนี้มายื่นแบบเสียภาษี

กระทั่งเกิดการรัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.เป็นหัวหน้าคณะเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทําที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เพื่อตรวจสอบการทุจริตของรัฐบาล

จากนั้น คตส.มีความเห็นว่า บริษัทแอมเพิล ริช อินเวสท์เม้นท์ จํากัด โอนหุ้นให้ พานทองแท้ และ พินทองทา ในราคาต่ำกว่าราคาตลาดถือว่า ส่วนต่างของราคาหุ้นระหว่างราคาตลาดกับราคาที่ พานทองแท้ และ พินทองทา ได้รับโอนมาเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร

ต่อมาในช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ยกประเด็นภาษีหุ้นชินคอร์ป ขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง เพื่อหาแนวทางการจัดเก็บภาษีมากกว่า 10,000 ล้านบาทเข้ารัฐให้ได้ โดยมีการหารือร่วมระหว่างรัฐบาล กระทรวงการคลัง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2560 เพื่อไม่ให้ขาดอายุความในวันที่ 31 มี.ค.2560 โดยการใช้ช่องทางตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 820 และ 821

ทำให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ทำหนังสือแจ้งประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2549 (ภ.ง.ด.12) เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2560 ต่อ ทักษิณ พร้อมเบี้ยปรับจำนวน 17,629 ล้านบาท ไปติดที่บ้านของ ทักษิณตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ก่อนหมดอายุความวันที่ 31 มี.ค.2560

ต่อมา ทักษิณ ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่แจ้งให้ ทักษิณ จ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการขายหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้กรมสรรพากร เป็นเงิน 17,629 ล้านบาท

จากนั้น ศาลภาษีอากรกลาง มีคำพิพากษา ลงวันที่ 18 ก.ค.2565 พิพากษาเพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) และการออกหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) จึงเป็นการดำเนินการโดยไม่ชอบ

เวลาต่อมา กรมสรรพากรยื่นฎีกาต่อศาลฎีกา และวันที่ 17 พ.ย.2568 ศาลฎีกามีคำพิพากษากลับไม่ยืนตามศาลอุทธรณ์ โดยให้บังคับคดีเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่นส์จำกัด (มหาชน)

ย้อนไปเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2549 ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร นักกฎหมายภาษี อดีต รมช.พาณิชย์ และอดีตกรรมการบริหารชุดแรกของพรรคไทยรักไทย ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ขณะยังมีชีวิต เคยแถลงเคลียร์ความกระจ่าง กรณีการขายหุ้นชินคอร์ป โดยระบุว่า เป็นการดำเนินธุรกรรมที่ชาญฉลาดและชอบด้วยกฎหมาย (Tax Planning) เนื่องจากไม่มีส่วนต่างกำไรที่ต้องนำมาคำนวณภาษี

ดร.สุวรรณ ระบุว่า “การซื้อหุ้นนี้ มีภาษีต้องเสียหรือไม่ ต้องเรียนให้ทราบว่า แอมเพิลริช เมื่อปี 2542 ได้รับโอนหุ้นจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ในราคาพาร์ 10 บาท ซึ่งเป็นราคาพาร์ ต่อมาเมื่อแตกพาร์จาก 10 บาท เหลือ 1 บาท ราคาทุน มันก็ลดจาก 10 บาท เหลือ 1 บาท ซึ่งนี่ก็เป็นราคาทุนมาตลอด แล้วจริงๆ แล้วตอนที่พ.ต.ท.ทักษิณ โอนหุ้นไปเข้าแอมเพิลริชเมื่อปี 2542 ต้องขอเรียนว่า เป็นการ Transaction ผ่านตลาดหลักทรัพย์ มีการใช้โบรกเกอร์ด้วย”

“แอมเพิลริชขายหุ้นชินคืนให้กับคุณพานทองแท้ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น 80% และคุณพินทองทา ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น 20% ก็เป็นการขายในราคาทุนเหมือนกัน เพราะว่าแอมเพิลริชซื้อมาในราคาทุน 1 บาท ก็เลยขายคืนในราคาทุน 1 บาท เหมือนกัน ตามราคาพาร์ แล้วก็มีการเอาหุ้นนั้นกลับมาในประเทศไทย จริงๆ แล้วการนำหุ้นกลับมาในประเทศไทยเ มีเหตุผล 2 ประการ ประการที่ 1 คือว่า หุ้นไม่ได้เข้าตลาดแนสแด็ก ประการที่ 2 ในภายภาคหน้า ถ้าหากคุณพานทองแท้ หรือคุณพินทองทา อยากจะขายหุ้น ก็คืออยากจะรับเงินในประเทศไทย เพราะว่าหุ้นนี้จริงๆ ก็เป็นหุ้นของบริษัทไทย”

ดร.สุวรรณ ย้ำว่า หุ้นชินคอร์ปขายคืนมา ในเมื่อซื้อไปในราคา 1 บาท ตามราคาพาร์ ขายคืนในราคา 1 บาท ตามราคาพาร์ ก็หมายความว่าขายเท่าทุน ซึ่งการขายเท่าทุน ก็แปลว่าไม่มีผลกำไร ซึ่งผมว่าหลายๆ คนรู้กฎหมายภาษีบ้าง หรือรู้วิธีการ

“แม้แต่นักเล่นหุ้นในตลาด ซึ่งตอนนี้มีอยู่ 2-3 แสนคน เขารู้ว่าการซื้อขายที่ไม่มีกำไร ก็คือไม่มีภาระภาษีที่ต้องเสีย”

เวลาต่อมา “พานทองแท้” และ “พินทองทา” นำหุ้นดังกล่าวมาขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีกฎหมายกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 ข้อ 2 (27) ซึ่งบังคับใช้มา 30 ปีแล้ว เนื้อหาสาระหลักเกณฑ์เหมือนกัน คือ หากบุคคลธรรมดาขายหุ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ แม้ว่ามีกำไร กำไรจะได้รับการยกเว้นภาษีตามกฎกระทรวงฉบับที่ 126 ที่ใช้บังคับกันมาหลาย 10 ปี

“เรื่องนี้นักเล่นหุ้นรู้ดีว่า ถ้าขายได้กำไร บุคคลธรรมดาเป็นคนขายก็ได้รับยกเว้น คือไม่เสียภาษี แต่ถ้าขายขาดทุน กฎหมายไม่ยอมให้หักภาษี คือจริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าการเล่นหุ้น หรือซื้อขายหุ้นจะได้กำไรอย่างเดียว หลายคนขาดทุนเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว”

ดร.สุวรรณ ย้อนที่มาว่า “พานทองแท้” และ “พินทองทา” เคยมีหนังสือสอบถามหรือไปที่กรมสรรพากร จากการที่แอมเพิลริชขายหุ้นมาให้ทั้งสองในราคาพาร์ 1 บาท และเป็นการขายนอกตลาด จากนั้น “พานทองแท้”และ “พินทองทา” ก็โอนหุ้นขายไปเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2549 มีกำไร แต่เป็นการขายหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ดังนั้น การขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ เสียภาษีประการใดหรือไม่ ซึ่งกรมสรรพากร ได้มีหนังสือตอบยืนยัน เลขที่ กค 0706/7896 ลงวันที่ 21 ก.ย. 2548 บอกว่า การขายตาม 1 2 และ 3 ไม่มีภาษีอะไรทั้งสิ้นเลย

“กรมที่รับผิดชอบในการเก็บภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร ทุกขั้นตอนมีเอกสารข้อเท็จจริง ยืนยันได้หมด อันนี้ ข้อเท็จจริงที่ผมขอกราบเรียนต่อท่านสื่อมวลชนผู้มีเกียรติ ผมเชื่อว่า กรมสรรพากรมีเอกสารอยู่ จริงๆ”

คดีรีดภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้านบาท ตามหลักกฎหมายการขายหุ้นดังกล่าวไม่จำเป็นต้องเสียภาษี แต่ด้วยบริบทสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ผู้ถืออำนาจในรัฐได้เปลี่ยนมือมาเป็นฝั่งตรงข้ามพรรคเพื่อไทย และยังเป็นห้วงที่กำลังเดินหน้าเข้าสู่โหมดเลือกตั้งใหญ่ในต้นปี 2569

บรรดานักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่า เกมครั้งนี้ฝ่ายที่ต้องการยึดทรัพย์คนตระกูลชินวัตร โดยกลไกและองคาพยพของ “รัฐพันลึก” ตั้งธงต้องการสั่งสอนเพื่อไม่ให้ “ทักษิณ” กลับมาเล่นการเมืองในที่แจ้งเหมือนเช่นที่ผ่านมา รวมทั้งต้องการปิดโอกาสไม่ให้ “พรรคเพื่อไทย” กลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งได้โดยง่าย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?
รัฐสภาวางคิวถกแก้ รธน. ลุ้นกดปุ่มรับหลักการ ผ่านวาระแรกทุกฉบับ