bg-single

เหยี่ยวถลาลม | 8 กุมภา ‘กาบัตร’ ตอกฝาโลง

27.01.2026

ไม่ชอบนักกับการรื้อเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาเล่า แต่ที่ต้องกล่าวถึงบางเหตุการณ์ที่ล่วงมาแล้วก็เพราะอยากจะตอกย้ำว่า เภทภัยที่ประเทศประสบอยู่ในวันนี้เป็น “ผล” จากการกระทำเมื่อ “วันก่อน”

จำกันได้หรือไม่ “คสช.” ทำรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 พร้อมกับประดิษฐ์วาทกรรมอะไร ใช้บทเพลงใดกล่อมวิญญาณผู้คนให้หลงปลื้มว่า “เราจะทำตามสัญญา” ขอเวลาอีกไม่นาน แผ่นดินจะดีในไม่ช้า และความสุขจะคืนกลับมา

ตอนนั้นแค่ “คนอยากเลือกตั้ง” รวมตัวกันแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่าอยากเลือกตั้ง รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จับไปขัง

คณะรัฐประหารจัดให้เลือกตั้งครั้งแรกเดือนมีนาคม ปี 2562 แต่แกนนำคณะรัฐประหารเล่นเล่ห์เพทุบายใช้ “ทายาทอสูร” พร้อมเพรียงกันยกมือพรึ่บให้ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หัวหน้า คสช. กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป จนกลายเป็น 8 ปีแห่งการถอยหลังของประเทศไทย

8 ปีนั้น เงียบสนิท บรรดาลิ่วล้อบริวารรัฐประหารทั้งหลายปิดปาก ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะยื่นใบหน้าออกมาทวงถาม ความดี ความงาม ความเจริญแต่ละด้านอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่แผ่นดินอันงดงามจะกลับคืนมา

ไม่มีเลย

นอกจากจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในทางพัฒนาแล้ว ในด้านการศึกษา นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เคยสรุปว่า “ล้มเหลว” เสียเวลา เสียทรัพยากร ไม่มีการสังคายนาระเบียบกฎเกณฑ์ หลักสูตรคร่ำครึล้าหลัง

การปฏิรูปประเทศทุกด้านที่ปลุกความหวัง พบกับความสิ้นหวัง จะมีก็แต่ “คณะกรรมการ” ที่มากไปด้วยการประชุม การจัดทำเอกสาร และการใช้งบประมาณ

การเลือกตั้งทั่วไปในปี 2562 ภายใต้กติกาซึ่งเรียกว่ารัฐธรรมนูญที่ “คสช.” บรรจงสร้างขึ้นมานั้น ทำให้มีพรรคการเมืองใหม่ชื่อว่า “พรรคอนาคตใหม่” รณรงค์กิจกรรมในยุค 3 ป.ครองอำนาจ ด้วยการต่อต้านรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจของนายทหารที่เป็นแกนนำรัฐประหาร

พรรคอนาคตใหม่ก่อตั้งขึ้นในปี 2561 ลงสนามเลือกตั้งครั้งแรกในปี 2562 ผลปรากฏว่า ได้ที่นั่งในสภามากถึง 81 ที่นั่ง

แต่พอมีคนไปร้องว่า พรรคอนาคตใหม่กู้เงินจากหัวหน้าพรรค 191 ล้านบาท ในปีถัดมา “ศาลรัฐธรรมนูญ” วินิจฉัยว่า เงินกู้ยืมนั้นเป็นเงินบริจาค

พอตีความกันว่าเป็นเงินบริจาค จำนวนเงิน 191 ล้านบาทก็เกินที่กฎหมายกำหนดว่า บุคคลบริจาคได้ไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อปี

ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง “ยุบพรรค” และตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค 10 ปี ทันที

ผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยงุนงง พรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยเกิดเร็วตายง่ายสิ้นดี!

“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคพร้อมกรรมการบริหารพรรค รุ่นที่ 1 ร่วงทั้งแผง

ส่วน “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” โอ่อ่าอย่างมั่นคงมาตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปี 2566

นักการเมือง (พลเรือน) จากพรรคอนาคตใหม่ ผู้มีเจตจำนงอันมั่นคงกับระบอบรัฐสภารวมตัวกันใหม่ในชื่อว่า พรรคก้าวไกล มี “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นหัวหน้าพรรค ลงสนามเลือกตั้งทั่วไป 14 พฤษภาคม 2566

เป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 2 หลังรัฐประหาร 2557

พรรคก้าวไกล ได้ ส.ส.เขต 112 คน กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 39 คน รวมเป็น 151 ที่นั่ง

กลายเป็นพรรค “อันดับ 1” ที่ชนะเลือกตั้ง แต่ทายาทอสูรไม่ยกมือให้เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

เยี่ยวไม่ทันสะเด็ดน้ำ “ก้าวไกล” ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การหาเสียงและเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น “เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

ถึงแม้พรรคก้าวไกลจะยืนยันว่าการแก้ไขกฎหมายจะต้องใช้กระบวนการทางนิติบัญญัติอีกหลายขั้นตอน การแก้ไขกฎหมายเป็นงานของฝ่ายนิติบัญญัติไม่อาจนับเป็นการล้มล้างระบอบการปกครอง แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้ขาดว่า ใช้สิทธิ์เกินขอบเขต มีเจตนาเพื่อเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง

ตัดสินยุบพรรคก้าวไกล!

“พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” พร้อมกรรมการบริหารพรรค ร่วงทันที ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี

จำเป็นต้องยกเอาพรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกลขึ้นมาเป็นตัวอย่างเพราะการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 3 หลังรัฐประหารปี 2557 กำลังจะมาถึงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

อนาคตใหม่ไม่มี ก้าวไกลก็ไม่มีแล้ว

แต่มี “พรรคประชาชน” สืบสานมา มี “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หรือเท้ง อดีตรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล เป็นหัวหน้าพรรค นำทัพลงสนามเลือกตั้ง

ความจริงที่ใครๆ ก็สัมผัสได้คือตั้งแต่มีรัฐประหาร 2 ครั้ง (ปี 2549 และปี 2557)ประเทศไทยได้ทรุดต่ำลงทุกด้านอย่างมีนัยยะ จีดีพีไม่โต ความยากจนกระจาย การลงทะเบียนคนจนคึกคัก เศรษฐกิจฐานรากพังยับ ธุรกิจและตลาดทุนยังคลุกอยู่กับเกมฉ้อฉล ระบบราชการ ระบบยุติธรรม กองทัพ ตำรวจ การศึกษา พาณิชย์ อุตสาหกรรม เต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่นหนักหน่วงรุนแรงและไร้ยางอายมากขึ้น

รัฐประหารในประเทศจะมีขึ้นกี่ครั้งก็ไม่เคยแก้ไขปัญหาอะไรได้

ประยุทธ์ 1 นั่งมาตั้งแต่ปี 2557 ประยุทธ์ รอบ 2 นั่งต่อเนื่องจากปี 2562 จนถึง 2566 จะว่าไปแล้วก็ “นานนัก” นี่นักการเมืองพลเรือนซึ่งมาจากการเลือกตั้งเพิ่งทำงานกันได้แค่ 2 ปีกว่าๆ เหตุใดพอใกล้เลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จึงมี “คนหน้าเดิม” ซึ่งส่วนมากมาจาก Gen Baby Boomer รวมกลุ่มและสร้างวาทกรรมขึ้นมาชักชวนให้ผู้คนดูแคลนการเลือกตั้ง และหมิ่นหยามนักการเมือง (พลเรือน) ในระบอบประชาธิปไตย

ถ้าสังเกตให้ดีคนกลุ่มนี้จงใจหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์ขุดคุ้ยตีแผ่พฤติกรรมต่ำทรามของนักการเมืองที่มาจากการรัฐประหารตลอดมา

หรือว่า 2 ทศวรรษที่ประเทศวนเวียนอยู่กับการรัฐประหารนั้นได้เอื้ออวย “คนหน้าเดิม” จนกระทั่งเสพติดกับอำนาจ

จะว่าไป “เบบี้บูมเมอร์” กลุ่มที่ว่านั้นก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง

หากพิจารณาจากจำนวนประชากรที่มีสิทธิ์เลือกตั้งราว 53 ล้านคนคราวนี้ สัดส่วนของ “เบบี้บูม” มีอยู่ประมาณร้อยละ 21 นับว่าถดถอยไปตามธรรมชาติ

เพียง Gen X Y Z มีสติสัมปชัญญะใช้วิจารณญาณในการกาบัตรเลือกตั้งและบัตรประชามติ 8 กุมภาพันธ์

ประตูลัทธินิยมรัฐประหารก็จะถูกปิด ระบอบประชาธิปไตยที่มีคุณภาพก็จะสตาร์ตได้ทันที

แทบจะไม่มีเวลาเหลือให้กับประเทศไทยที่จะรับมือกับความผันผวนเปลี่ยนแปลงในระดับโลกแล้ว!?!!!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

DPU ปักธงผู้นำ Future Medicine – Wellness & Longevity Education ปั้นกำลังคนสุขภาพแห่งอนาคต ดันไทยสู่Wellness Hubเอเชีย งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026
สืบวังทองหลาง ไหวพริบเด็ด! เจอ “พอตเค” คาเอว ขยายผลรวบคู่แฟนคาคอนโด ยึดไอซ์ 1 กิโลฯ พร้อมหัวพอตเคกว่า 1,000 ชิ้น เตรียมขาย
พช.ตราด จับมือภาคีเครือข่าย พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อน “โครงการพื้นที่สร้างสรรค์ตราดสำหรับทุกคน” ดึงของดี 7 อำเภอสร้างจุดขาย
ท่านเสียดายปฏิทิน แต่ผมเสียดายชีวิต
ส่องลึกอิหร่าน: 5) ระบอบเทววิทยาอิสลามกับฝ่ายค้าน
56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’