bg-single

เราชนะแล้วหนู-จ๋า วาเลนไทน์หวาน?

13.02.2026

ในประเทศ

เป็นอันว่าค่ายสีน้ำเงินเข้าวินอันดับหนึ่งด้วยเก้าอี้สูงถึง 193 ที่นั่งจากตัวเลขโดยประมาณการ

ขณะที่พรรคคู่แข่งอย่าง “ประชาชน” ได้ 118 ที่นั่ง ตามด้วยอันดับ 3 “พรรคเพื่อไทย” 74 ที่นั่ง ค่ายสีน้ำเงินได้ชื่อว่าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่สำเร็จ

จากพรรคที่ได้ที่นั่ง ส.ส. 51 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งปี 2562 สู่เก้าอี้ ส.ส. 71 ที่นั่ง ในปี 2566 และผงาดพุ่งขึ้นเป็นเกือบสองร้อยที่นั่งในเวลาแค่ 2 ปี

จะเรียกว่า “แลนด์สไลด์” ก็คงไม่เกินเลยไปนัก

ค่ำวันนั้น จึงได้เห็นภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล น้ำตาซึม โผเข้ากอด ‘คุณจ๋า’ ศศิธร จันทรสมบูรณ์ ภรรยา ด้วยความตื้นตันใจ

สีน้ำเงินจากหลักสิบสู่หลักสองร้อย ตรงกันข้ามกับค่ายสีแดง คู่แข่งที่มีสรรพกำลังใกล้เคียงกัน จากพรรคหลักหลายร้อย ชนะเลือกตั้งอันดับ 1 วันนี้กลายเป็นพรรคหลักสิบ

ผลพวงจากแกนนำจิตวิญญาณของพรรคต้องโทษจำคุก จนบ้านใหญ่หลายหลังขอปล่อยมือไปอยู่สีอื่น แม้ได้เป็นรัฐบาลมาแล้ว 2 ปี ก็เจอกับสารพัดปัญหาโดยเฉพาะกระบวนการนิติสงครามขัดแข้งขัดขาจนล้มฟุบ

แม้จะพอเก็บสะสมทรัพยากรไว้สู้ศึกเลือกตั้งอยู่บ้าง แต่ก็สู้กระแสชาตินิยมไม่ไหว ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วงท้ายเล่นงานอย่างหนัก ทำกระแสดิ่งลง

เป็นครั้งแรก เพื่อไทยรอบนี้ไม่ได้ ส.ส.ยกจังหวัดแม้แต่ที่เดียว ที่เชียงใหม่ที่ว่ากันว่าเป็นเมืองหลวงสีแดง บ้านเกิดผู้นำจิตวิญญาณ วันนี้พรรคเพื่อไทยสูญพันธุ์เป็นที่เรียบร้อย ไร้ ส.ส.ทั้ง 10 เขต

ระดับชลน่าน ศรีแก้ว ดีกรีอดีตหัวหน้าพรรค ลง ส.ส.เขต จ.น่าน คะแนนยังหล่นไปอยู่อันดับ 3 เช่นเดียวกับ สรวงศ์ เทียนทอง ดีกรีเลขาธิการพรรคฯ ยังแพ้ม้ามืดสีเขียวชนิดทิ้งห่างแบบไม่ต้องท้วงนับคะแนน

ค่ายสีส้มก็ไม่ต่างค่ายแดง เพียงแต่ได้เก้าอี้เยอะกว่าหน่อย จาก 151 ในการเลือกตั้งปี 2566 เหลือ 118 ในการเลือกตั้งครั้งนี้

แม้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์จะยังแข็งแรง ชนะอันดับ 1 แต่ก็ได้เพียง 9.7 ล้านเสียง ลดจากครั้งที่แล้วที่ได้ 14.4 ล้านเสียง สะท้อนคะแนนนิยมดิ่งลง

คะแนน ส.ส.เขต แม้คะแนนรวมลดลงไม่มาก แต่จำนวนเก้าอี้ลดลงเยอะ มีเพียงกรุงเทพฯ นนทบุรี ลำพูน สมุทรสงครามที่รักษาพื้นที่ไว้ได้ นอกจากนั้นโดนเจาะทั้งหมด

สะท้อนความผิดพลาดเชิงยุทธศาสตร์ ส.ส.เขต

มีคำถามว่าทำไมสีน้ำเงินพลิกชนะ ชนิดหักปากกาเซียน

1. ภูมิใจไทยครองอำนาจรัฐมายาวนาน นับตั้งแต่เลือกตั้งปี 2562 มีบทบาทสร้างความเข้มแข็งผ่านกลไก อสม. หลังเลือกตั้งปี 2566 นายอนุทินหันจับมือค่ายสีแดง ก็ยังครองเก้าอี้ รมต.มหาดไทยต่อเนื่อง สร้างฐานกำลังฝ่ายมหาดไทย ผ่านการโยกย้ายผู้ว่าฯ นายอำเภอ อส. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ

ค่ายสีน้ำเงินเข้าถึงอำนาจรัฐมาตลอดทุกยุคสมัย

2. เอ็มโอเอพรรคส้ม ค่ายสีน้ำเงินใช้จังหวะค่ายสีแดงพลาดท่า เข้าหาค่ายสีส้มพร้อมคำสัญญาจะทำรัฐธรรมนูญใหม่และยุบสภาตามไทม์ไลน์

เมื่อได้เข้าสู่อำนาจ ก็สร้างความได้เปรียบถือครองอำนาจรัฐช่วงเลือกตั้ง เตรียมทรัพยากรเลือกตั้งจนพร้อม ก็ชิงยุบสภาไม่ทำตามข้อตกลงเรื่องรัฐธรรมนูญ

3. สะสมฐานกำลังด้วยระบบบ้านใหญ่ ดึงตระกูลการเมืองสำคัญเข้าร่วมจำนวนมาก จนมีอดีต ส.ส.ผู้ชนะเลือกตั้งเข้าใจการเมืองเชิงพื้นที่และเครือข่ายอยู่ในมือมากที่สุด

ค่ายสีน้ำเงินยังมีระบบการดูแลที่ดี มีการประเมินวัดผลการทำงาน มิใช่ระบบบ้านใหญ่แบบเดิม

4. กระแสชาตินิยมเข้าทาง ด้วยความพยายามชูความเป็นพรรคแกนนำค่ายอนุรักษนิยมต่อจากรัฐบาลทหาร แสดงออกให้เห็นถึงความเป็นแกนนำที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการปกป้องความมั่นคงของชาติ

เมื่อการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาเกิดขึ้น จึงเป็นสถานการณ์ได้เปรียบทางการเมืองอย่างยิ่งของภูมิใจไทย ทำให้บทบาทของนายอนุทินเด่นชัด รีบสวมบทฮีโร่รักชาติสู้กับฮุน เซน

เมื่อมีการเลือกตั้ง ค่ายสีน้ำเงินก็ไม่รั้งรอที่จะเอาเรื่องความมั่นคง ชาตินิยมมาเป็นนโยบายหาเสียง เช่นเพิ่มความเข้มแข็งทางการทหาร การสร้างกำแพงป้องกันประเทศเพื่อนบ้าน

5. กลไกรัฐ องค์กรอิสระเป็นใจอย่างยิ่ง เรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับค่ายสีน้ำเงินสงบนิ่ง ไม่มีความเคลื่อนไหว

ตรงข้ามกับฝ่ายตรงข้ามที่การขยับเคลื่อนไหวต่างๆ เต็มไปด้วยอุปสรรคและข้อกฎหมาย เป็นการตัดกำลังคู่แข่งอย่างดี

6. หลีกเลี่ยงไม่ขึ้นเวทีดีเบต แม้หลักการดีเบตเป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนจะได้รับทราบข้อมูลต่างๆ แต่ดีเบตก็เป็นดาบสองคมสำหรับนักเลือกตั้ง หากเผลอพูดผิด หรือพูดอะไรให้คนจับโป๊ะได้ ทุกอย่างที่สร้างมาก็อาจล่มสลายกลายเป็นผลลบได้

แคนดิเดตนายกฯ ค่ายสีน้ำเงินจึงเลี่ยงขึ้นเวทีทุกเวที ทำให้ไม่ปรากฏภาพแง่ลบ หรือการถูกจับโป๊ะบนเวทีได้สำเร็จ

7. การเปิดตัวเทคโนแครตครั้งแรก เลือกตั้งครั้งนี้ค่ายสีน้ำเงินเปิดกลยุทธ์ใหม่ด้วยการเปิดตัว ทีมบริหารระดับมือโปร ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐและการต่างประเทศ เพื่อลบภาพลักษณ์ที่เคยถูกมองว่าภูมิใจไทยเป็นพรรคบ้านใหญ่ ระบบอุปถัมป์ มีแต่นักการเมืองแบ่งโควต้า

8. ทั้งหมดที่กล่าวมาก็ไม่ช่วยให้ค่ายสีน้ำเงินประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งถ้าขาดข้อนี้ นั่นคือ วิเคราะห์กติกาเก่ง เดินเกมเป็น และยิงปืนแม่น

จากผลการเลือกตั้ง คะแนนเลือกพรรคของค่ายสีน้ำเงินมีเพียงประมาณ 6 ล้านเสียง ขณะที่ค่ายสีส้มมีประมาณ 10 ล้านเสียง ทำให้ค่ายสีน้ำเงินได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เพียง 19 คน ขณะที่พรรคส้มได้มากถึง 31 คน

แต่คะแนน ส.ส.เขตค่ายสีน้ำเงินมีคนเลือกรวมทั้งประเทศ 10 ล้านเสียง ค่ายสีส้มมีคนเลือกรวม 8 ล้านเสียง แต่ค่ายสีน้ำเงินได้ ส.ส.เขตไปถึง 174 คน ขณะที่ค่ายส้มได้ ส.ส.เขตเพียง 87 คน ห่างกันมากกว่าเท่าตัว

นั่นคือ ค่ายสีน้ำเงินยิงปืนแม่นกว่าค่ายส้มมาก รู้ว่าเขตไหนคือจุดที่ต้องเพิ่มการสนับสนุนให้ชนะเลือกตั้ง แล้วทุ่มให้สุดตัวจนคว้าชัยชนะแบบทิ้งขาด

ในแง่นี้ค่ายสีเขียวก็ใช้วิธีเดียวกับสีน้ำเงิน แถมยิงแม่นยิ่งกว่าค่ายสีน้ำเงินอีกด้วย เพราะคะแนนเลือกตั้งทั้งประเทศได้ไปเพียง 6 แสนคะแนน แต่ได้คะแนนรวม ส.ส.เขตไปถึง 3.8 ล้านเสียง จำนวน ส.ส.รวมสูงถึง 58 คน

หากไม่มีอะไรพลิกผัน คนไทยน่าจะได้รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน โจทย์ต่อไปก็คือค่ายสีน้ำเงินจะดึงใครมาร่วมรัฐบาล และใครจะได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ

สำหรับเก้าอี้ของ 3 มือโปรเทคโนแครตนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่กระทรวงอื่นๆ นอกจากนี้ต่างหากจะเป็นเรื่องใหญ่ จะทำอย่างไรให้การจัดสรรผลประโยชน์ลงตัว

การตั้งรัฐบาลวันนี้ก็ยังไม่ง่าย

โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล หากมีเพียงภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรมซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิม รัฐบาลก็จะเกิดภาวะปริ่มน้ำ ซ้ำฝ่ายค้านยังจะมีสถานะเข้มแข็งอย่างยิ่ง คือพรรคประชาชน เพื่อไทย และประชาธิปัตย์

สัปดาห์แรกหลังเลือกตั้งวันนี้จึงเต็มไปด้วยการปล่อยข่าว เพื่อหวังไปลดหรือเพิ่มอำนาจต่อรอง กระบวนการนี้จะยาวนานประมาณ 1 เดือน จนกว่า กกต.จะประกาศรับรองการเลือกตั้ง

สัปดาห์แห่งวันวาเลนไทน์ของเสี่ยหนู อนุทิน แม้จะเริ่มต้นด้วยการฉลองชัยชนะด้วยการโผกอดภรรยาสุดที่รักต่อหน้าสื่อมวลชน แต่บริบทการเมืองจนถึงวันนี้ อาจส่งผลให้จิตใจและอารมณ์ของเสี่ยหนูจากนี้ไม่แจ่มใสนัก

แค่ตั้งรัฐบาลก็ส่อแววจะปวดหัวแล้ว จนถึงวันนี้เหลือเพียง 2 พรรคที่มีคะแนนเสียงเป็นกอบเป็นกำที่ยังไม่ประกาศจุดยืนไม่ร่วมรัฐบาลกับสีน้ำเงินคือพรรคกล้าธรรมและเพื่อไทย

กล้าธรรมคงไม่มีปัญหาที่จะร่วมรัฐบาลสีน้ำเงิน เพราะเคยเป็นพรรคร่วมกันมาก่อน แต่ก็มีปัญหาเรื่องภาพลักษณ์และการต่อรองที่อาจก่อให้เกิดปัญหาเสถียรภาพรัฐบาลในอนาคต

ขณะที่เพื่อไทยก็มิใช่ว่าจะมาร่วมรัฐบาลสีน้ำเงินได้ง่ายๆ เพราะเพิ่งขัดแย้งแยกทางกันเมื่อไม่กี่เดือนก่อน การเลือกกินน้ำใต้ศอก ยอมเป็นไก่รองบ่อน ไม่ใช่สไตล์การเมืองของเพื่อไทย หากเพื่อไทยหันมาจับมือรอบนี้ก็โดนวิจารณ์หนาหูอีก

ไม่นับปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ภูมิรัฐศาสตร์โลกสารพัดที่รออยู่ หนักหนาสาหัสชนิดที่ไพ่ชาตินิยมอาจใช้ไม่ได้ผลอีก

ยิ่งคิดว่า อาจจะเจอว่าที่ฝ่ายค้านอย่างพรรคส้มและพรรคฟ้า รวมพลังกันจับผิดรัฐบาลสีน้ำเงินในอนาคตแล้ว

คิดแล้วก็ขนลุก!!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?