ทันทีที่ได้ยินว่า ดัชนีชี้วัดการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทยปี 2025 ร่วงต่ำลงไปอีก จนถึงอันดับที่ 116 อยู่ในตำแหน่งบั้นท้ายของโลก ใกล้กับฟิลิปปินส์ อันดับ 120, กัมพูชา อันดับ 163 และเมียนมา อันดับ 169 รู้สึกเหมือนแส้ฟาดลงบนกระบาลจริงๆ
“อันดับโลก” หรือดัชนีรับรู้การทุจริตคอร์รัปชั่นนี้มิใช่ได้มาด้วยโชคชะตาหรือการฮั้ว “องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ” จัดทำต่อเนื่องมานานแล้วโดยกำหนดแต้มไว้ที่ 100 คะแนน จากนั้นก็จะมีตัวชี้วัดที่ทำให้แต้มถูกหักลบออกไปเรื่อยๆ คะแนนยิ่งต่ำ แสดงว่าการคอร์รัปชั่นยิ่งสูง ซึ่งเมื่อปี พ.ศ.2560 นั้น อันดับของประเทศไทยเคยอยู่ที่ 96 จาก 180 ประเทศ
ตั้งแต่นั้นมา การทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทยก็มีแต่จะหนักหน่วงรุนแรงขึ้น ไม่สนว่าจะมีหน่วยมีองค์กรอะไรไว้ปราบปราม ทั้งยังไม่เคยมีรัฐบาลคณะใด หรือหน่วยราชการใดเลยที่จะกล้าประกาศ “หยุดกิน” หรือ “ห้ามกิน”
ตรงกันข้าม พฤติกรรมการกินกระจายกว้างขวางและกินมูมมามขึ้น!
จากปี 2565, 2566 และ 2567 อันดับที่น่าอับอายของประเทศไทยจึงเพิ่มจาก 101 เป็น 107 เป็น 108 จน กระทั่งปี 2568 ติดอันดับที่ 116
ได้ 33 คะแนนจาก 100
แน่นอนว่า พ่อค้านักธุรกิจทุกแขนงที่ต้องติดต่อกับหน่วยราชการคือ ผู้มี “ประสบการณ์ตรง”!
ตําแหน่ง “คอร์รัปชั่น” อันดับที่ 116 ของโลกนี้ ข้าราชการไทย ทูตไทยในต่างประเทศ ผู้แทนไทยด้านต่างๆ ในเวทีโลกมีภาพลักษณ์ที่จับต้องได้ว่า “ไม่ใช่คนธรรมดา”
ผู้ซึ่งมาจากประเทศที่ได้ชื่อว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่นกันอย่างจริงจัง เข้มข้น คงเส้นคงวาต่อเนื่องกันมา 10 ปี จนติดอันดับ 116 ของโลกนั้น จะสบตากับประเทศอื่นๆ ในเวทีโลกด้วยแววตาแบบไหน
ที่น่าแปลกอย่างยิ่งก็คือ ตลอดเวลา 10 ปีมานี้ ไม่เคยมีใครสักคน หรือไม่เคยมีหน่วยราชการสักแห่ง ที่จะออกมาประกาศว่า หน่วยนี้เป็นสีขาว ไม่มีเงินทอน ไม่รับส่วนแบ่ง ไม่มีเปอร์เซ็นต์จากการจัดซื้อจัดหาจัดจ้างจัดทำทั้งหลายทั้งปวงอย่างเด็ดขาด
ครั้งนี้ประเทศไทยไปไกลถึงอันดับ 116 ของโลกแล้ว จะมีส่วนราชการใดเด็ดเดี่ยวเป็น “ผู้เริ่มต้น” หรือไม่
เริ่มจากกระทรวงที่รับผิดชอบ “ชีวิต” ผู้คนตั้งแต่เกิดจนตายดีไหม
กระทรวงสาธารณสุขประเดิมประกาศได้หรือไม่ว่า จากนี้เป็นต้นไป ทุกหน่วยงานทุกโรงพยาบาลในสังกัดจะเป็น “สีขาว”
เครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ตลอดจนยารักษาโรคทุกเม็ดไม่ถูกชัก “เปอร์เซ็นต์” เข้ากระเป๋าผู้ใดเป็นอันขาด!
“กระทรวงศึกษาธิการ” ที่ต้องทำคนให้เต็มคน
ไม่ต้องรอรัฐบาลใหม่จัดตั้งเสร็จ ข้าราชการครูอาจารย์มีกันอยู่กี่ล้านคน กับโรงเรียนและสถาบันการศึกษามีกว่าครึ่งแสนแห่ง ลุกขึ้นมาประกาศได้หรือไม่ว่า คุณครูและผู้บริหารการศึกษาจะเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลง ทุกหน่วยในสังกัดไม่มีดำ ไม่มีเทา การจัดซื้อจัดจ้างทุกอย่างไม่มีใต้โต๊ะ ลูกหลานของไทยทุกคนจะได้รับ “คุณค่า” จากกระทรวงศึกษาธิการอย่างเต็มเม็ดเต็มจำนวนตามที่งบประมาณแผ่นดินจัดสรร
กระทรวงมหาดไทยผู้มีสโลแกน “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” มีข้าราชการในสังกัดครอบคลุมทุกตารางนิ้วของประเทศ ให้ทุกระดับชั้นทุกกรมกองในสังกัดตั้งโต๊ะแถลงได้หรือไม่ว่า “ส่วนแบ่งผิดกฎหมายทุกชนิดหยุดตั้งแต่นาทีนี้ เราจะทำหน้าที่โดยสุจริตเพื่อแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง”
กระทรวงกลาโหม เหล่าทัพบก เรือ อากาศ มีหน้าที่ปกป้องประเทศชาติจากอริราชศัตรู มีผู้บังคับบัญชาสูงสุดตามลำดับชั้นลดหลั่นลงไปจนหมวดและหมู่ ตั้งตัวให้ตรงแล้วเปิดอกชายชาติทหารประกาศทำสงครามศักดิ์สิทธิ์ได้หรือไม่ว่า
จากนี้ไป หากมีผู้บังคับหน่วยคนใดรับผลประโยชน์จากบริษัทค้าอาวุธหรือการจัดซื้อจัดหายุทธภัณฑ์ทั้งหลายจะต้อง “ติดคุก” ยึดทรัพย์และถอดยศ
สําหรับองค์กรในกระบวนการยุติธรรมนั้นไล่ไปตั้งแต่ตำรวจ อัยการ ศาล จนถึงราชทัณฑ์ซึ่งเป็นปลายน้ำ ในรอบ 10 ปีมานี้ มีแต่เรื่องที่ทำให้ผู้คนเสื่อมทรามความเชื่อมั่นจนหยามหยันกันถึงขั้นว่า คุกไทยมีไว้ขังคนจน กฎหมายมีไว้บังคับใช้กับคนที่ไม่มีเส้น
หลายคนอยากเห็นสถานีตำรวจทุกแห่ง กองกำกับการ กองบังคับการ กองบัญชาการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ “หยุด” หาประโยชน์จากการไม่บังคับใช้กฎหมาย
อยากเห็นทุกสำนักงานอัยการ ทุกศาล ผนึกใจร่วมกันประกาศมุ่งมั่นทุ่มเททำให้องค์การในกระบวนการยุติธรรมเป็น “สีขาว” ถ้าปรากฏว่ามีข้าราชการในสังกัดกินสินบน ขั้นตอนการดำเนินคดีจะรวดเร็วฉับไว ช่วยให้ “เจ้าพนักงาน” ได้ติดคุกก่อนพลเมืองทั่วไป
ไม่ต้องกังวลกับกระทรวงอื่นๆ ที่เหลือ คมนาคม เกษตรและสหกรณ์ ท่องเที่ยวและกีฬา แรงงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พลังงาน พาณิชย์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อุตสาหกรรม การคลัง และการต่างประเทศ
เมื่อองค์กรในกระบวนการยุติธรรมปรับตัว หรือเปลี่ยนไปในทางที่ดี ระบบอื่นๆ ในประเทศก็จะเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
ร่ายยาวทั้งหมดนี้ยังมีอีกหน่วยที่เว้นเสียมิได้
“ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” กับทีมงานและปรึกษามากไปด้วยผู้ประกอบธุรกิจ ควรคิดทำให้ “กรุงเทพมหานคร” เป็น “ต้นแบบ” หน่วยงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ปลอดจากการทุจริตคอร์รัปชั่น
สมมุติว่า ถ้าสำรวจวิจัยอย่างมีคุณภาพแล้วพบว่า การทุจริตคอร์รัปชั่นของหน่วยงาน กทม.มีความ “รุนแรงมากที่สุด” จะทำอย่างไร
กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวง ศูนย์รวมอารยธรรม รวมความเจริญทุกด้าน “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” ช่วยฉุดภาพลักษณ์ที่ตกต่ำเสื่อมทรามด้านทุจริตคอร์รัปชั่นให้กระเตื้องขึ้นมาได้
ถ้าลงมือทำ!
การโกงกินทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทยเปิดเผยอะร้าอร่าม ข้าราชการที่ทุจริตทำกันไม่มียางอาย ทุจริตจนเป็นกิจวัตรเพราะเชื่อว่าชีวิตราชการจะก้าวหน้า
อันดับ 116 ของโลกที่ได้มาจึงไม่ใช่ฟ้าลิขิต หากแต่เป็น “ผล” จากการประพฤติจนติดเป็นนิสัยจน กระทั่งฝังเป็นสันดาน!?!!!
