อากาศที่ร้อนจัดของประเทศไทยวันนี้ยังเทียบไม่ได้กับความร้อนแรงของไฟสงครามที่ปะทุขึ้นในภูมิภาคตะวันออกช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
หลังจากเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน ก่อนที่ 2-3 ปีล่าสุดจะรุนแรงระดับเปิดฉากยิงขีปนาวุธใส่กันอย่างตรงไปตรงมา แต่ก็เพียงไม่นาน
ล่าสุด อิสราเอลแท็กทีมพี่ใหญ่สหรัฐ เปิดโจมตีแบบสายฟ้าแลบอีกครั้ง ภายใต้ชื่อรหัสว่า “โรริงไลออน” และ “ปฏิบัติการอีพิกฟิวรี” ใช้เครื่องบินรบหลายร้อยลำพร้อมขีปนาวุธนำวิถียิงใส่อิหร่านหวังทำลายฐานทัพและโครงสร้างความมั่นคง
รอบนี้รุนแรงในระดับปลิดชีพ “อายะตุลลอฮ์ คอเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน รวมถึงผู้บัญชาการระดับสูง
แต่อิหร่านก็เตรียมการไว้แล้ว กองทัพอิหร่านและกองกำลังพันธมิตร เปิดฉากโต้กลับ ยิงขีปนาวุธและโดรนจำนวนมากใส่อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลาง
เรียกได้ว่าสัปดาห์นี้คนทั้งโลกต้องยุติสนใจเรื่องอื่นๆ ชั่วคราว หันมาโฟกัสที่ตะวันออกกลางแทน
เพราะความขัดแย้งภูมิภาคดังกล่าวอ่อนไหวอย่างยิ่งสำหรับชาวโลก โดยเฉพาะคนไทย เนื่องจากบริเวณดังกล่าวคือแหล่งน้ำมันสำคัญของโลก
ทันทีที่มีข่าวสู้รบ พร้อมๆ กับสื่อโซเชียลมีเดียในไทยระดมแชร์ข่าว “ไทยมีน้ำมันสำรองแค่ 60 วัน” ก็ผลักดันคนไทยให้ไปต่อคิวเติมน้ำมันกันล้นหลาม หลายปั๊มน้ำมันหมดเกลี้ยง
ปั๊มน้ำมันเอกชนไทยได้ทีขี่วิกฤต รีบประกาศขึ้นราคาน้ำมันทันทีลิตรละหลายบาท โดยไม่ดูตาม้าตาเรือ เรียกเสียงวิจารณ์ทั้งบ้านเมือง
ยังดีว่ารัฐบาลตั้งหลักทันประกาศใช้กลไกกองทุนสำรองน้ำมัน จึงเกิดกระแสตีกลับให้ปั๊มเอกชนยอมกลับมาลดราคาเท่าเดิม
รัฐบาลรักษาการที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์แบบคุมเชิง ประเมินเบื้องต้นตามมุมมองของสหรัฐว่า การต่อสู้กันรอบนี้น่าจะจบภายใน 4 สัปดาห์
แต่คำถามคือ 4 สัปดาห์จะจบจริงหรือ? สหรัฐและอิสราเอลจะชนะอิหร่านแบบเด็ดขาดได้ในปฏิบัติการรอบนี้จริงหรือ?
ต้องยอมรับว่า การเปิดศึกรอบนี้ของสหรัฐ-อิสราเอลเป็นปฏิบัติการใช้อาวุธที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา นักวิเคราะห์ยกตัวอย่างให้เห็นภาพคือ สหรัฐใช้กำลังทางการทหาร เครื่องบินรบ มากเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับการเปิดฉากสงครามในการบุกอิรักในรอบ 24 ชม.แรก
ข่าวที่ปรากฏวันแรกๆ จึงเป็นข่าวกองทัพสหรัฐโชว์ความแม่นยำถล่มโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารกองทัพอิหร่านมากกว่า 2,000 จุด
ขณะที่อิสราเอลก็โชว์ความแม่นยำในการสังหารเป้าหมายบุคคลสำคัญระดับผู้นำประเทศ
หลังสหรัฐโชว์ความสำเร็จในการใช้อาวุธวันแรก โดนัลล์ ทรัมป์ ก็เล่นเกมประกาศลดความเกรี้ยวกราดลง พร้อมเจรจาพูดคุยเรื่องนิวเคลียร์กับผู้นำเจนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งก็แน่นอนว่ายังไม่ได้รับการตอบรับจากอิหร่าน
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ อิหร่านใช้การตอบโต้ทางการทหารด้วยขีปนาวุธจำนวนมากที่ทยอยยิงใส่อิสราเอล และประเทศตะวันออกกลางที่มีฐานทัพของสหรัฐตั้งอยู่ตลอดเวลา
แม้หลายประเทศจะมีเทคโนโลยีขีปนาวุธสะกัด แต่จำนวนของขีปนาวุธที่อิหร่านยิงมาก็มีมากเกินกว่าจะป้องกัน จึงปรากฏเป็นภาพการระเบิดในสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, คูเวต, บาห์เรน, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย
มากกว่านั้น ใครก็รู้ว่าอิหร่านคือ “มหาอำนาจผู้ผลิตโดรน” ที่มีราคาถูกแต่มีประสิทธิภาพสูง แม้แต่โดรนที่รัสเซียใช้ถล่มยูเครนจนการรุกคืนของยูเครนต้องหยุดชะงัก ก็มาจากโดรนและการถ่ายทอดวิทยาการเทคโนโลยีโดรนของอิหร่านให้กับรัสเซีย
อิหร่านจึงใช้โดรนเหล่านี้ยิงใส่ฐานทัพและสถานทูตสหรัฐในประเทศรอบอ่าวเปอร์เซียที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐต่อเนื่อง
ความโกลาหลเกิดขึ้นมากมาย เช่น สนามบินนานาชาตินครดูไบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินเชื่อมตะวันออกกับตะวันตกต้องหยุดบริการ เที่ยวบินนับหมื่นเที่ยวต้องถูกยกเลิก อีกนับหมื่นเที่ยวบินต้องดีเลย์
ยังไม่นับวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นทั่วโลก
หากวิเคราะห์จากสถานการณ์รอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังปฏิบัติการรบ จึงตอบได้อย่างง่ายดายว่า สงครามสหรัฐ-อิสราเอล ปะทะ อิหร่าน ยังไม่จบได้โดยง่ายแน่
1. อิหร่านมีขีปนาวุธเยอะ โดยเฉพาะขีปนาวุธนำวิถีหรือ Ballistic Missiles และโดรนที่อิหร่านมีขีดความสามารถสูงในการผลิต ที่ผ่านมาก็มีการผลิตสะสมไว้จำนวนมาก
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้กองทัพอิสราเอลและสหรัฐจะพยายามทำลายฐานยิงขีปนาวุธในอิหร่านไปได้บางส่วน แต่อิหร่านก็แก้เกมด้วยการยิงขีปนาวุธแบบประสานงานชุดใหญ่ (Barrage) เพื่อฝ่าระบบป้องกันภัยทางอากาศและทำได้สำเร็จในหลายจุด
2. อิหร่านมีเครือข่ายพันธมิตรทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการค่อยช่วย
ในภูมิภาคคือ เลบานอน / เยเมน นอกภูมิภาคคือ จีน รัสเซีย
แบบไม่เป็นทางการคือ กบฏฮูตี กลุ่มติดอาวุธฮามาส กลุ่มฮิสบอลเลาะห์ กองกำลังติดอาวุธในอิรัก (Islamic Resistance in Iraq) และกลุ่มติดอาวุธในซีเรีย
จึงตอบคำถามได้ว่า หากสงครามดำเนินต่อไปในลักษณะนี้ อิหร่านน่าจะยังยืนระยะตอบโต้ในนานพอสมควร
มากกว่านั้น หากปฏิบัติการของสหรัฐ-อิสราเอลมีความยืดเยื้อก็อาจจะ “เป็นคุณ” กับยุทธศาสตร์ของอิหร่านมากกว่า เพราะคลังอาวุธที่ใช้สกัดกันยิ่งนานยิ่งร่อยหรอ ตรงกันข้ามกับอิหร่านที่ใช้โดรนกามิกาเซ่ต้นทุนการผลิตถูก
3. สหรัฐ-อิสราเอลเริ่มเป็นฝ่ายเริ่มต้นปฏิบัติการรอบนี้โดยที่ยังไม่มีความชอบธรรมเพียงพอ
สหรัฐเพียงอ้างเรื่องการเจรจาข้อตกลงเรื่องการพัฒนานิวเคลียร์ล้มเหลว และอิหร่านจะเปิดฉากโจมตีก่อน รวมถึงการระบุว่า ขณะนี้อิหร่านมีปริมาณยูเรเนียมความเข้มข้นสูงเพียงพอที่จะทำอาวุธร้ายแรง ก็ยังฟังไม่ขึ้น
โดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐ ก็เป็นผู้ออกคำสั่งรบโดยไม่มีการปรึกษาคองเกรส จนเกิดการคัดค้านของฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐแต่แรก ไม่นับผลโพลของสำนักข่าวระดับโลกพบว่า ชาวสหรัฐจำนวนมากก็ไม่ได้สนับสนุนปฏิบัติการครั้งนี้
แม้แต่สเปนและอังกฤษซึ่งเป็นพันธมิตรที่ดีของสหรัฐและคัดค้านการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน ก็ยังปรากฏข่าวไม่ให้สหรัฐใช้สนามบินในปฏิบัติการครั้งนี้
ซ้ำร้ายในช่วงต้นของปฏิบัติการ ยังมีข่าวขีปนาวุธลูกหนึ่งยิงใส่โรงเรียนประถมหญิงล้วน ส่งผลให้นักเรียนหญิงชาวอิหร่านเสียชีวิตกว่า 160 คน เป็นภาพสะเทือนใจ องค์กรระหว่างประเทศหลายองค์กร ออกแถลงการณ์ประณามความรุนแรงครั้งนี้
การที่สหรัฐและอิสราเอลละเมิดกติการะหว่างประเทศ เดินหน้าปฏิบัติการครั้งนี้จึงแบกรับต้นทุนทางการเมืองและการทหารที่สูงยิ่ง แม้จะมีศักยภาพการบุกที่เหนือกว่า แต่ก็ต้องใช้ต้นทุนสูงยิ่งไปกับการป้องกัน หากยืดเยื้อจึงอาจไม่เป็นผลดี แต่จะเผด็จศึกโดยไว ก็ยังไม่มีวี่แววจะทำได้
ทรัมป์และเนทันยาฮูคิดว่า การปลิดชีพผู้นำสูงสุดจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่การตอบโต้ของอิหร่านจนถึงวันนี้พิสูจน์แล้วว่า ระบอบเผด็จการของอิหร่านวางโครงสร้างการปกครองและการทหารไว้ลึกกว่าที่คิด การหวังปิดเกมโดยเร็วโดยใช้วิธีการทหารจึงเต็มไปด้วยความเสี่ยง
เมื่อจบเกมได้ยาก ฉากต่อไปของการปะทะรอบนี้จึงเป็นการเจรจา
คาดว่าสหรัฐและอิสราเอลจะเปิดปฏิบัติการทางการทหารอีกสักระยะ รอจนผู้นำคนใหม่ของอิหร่านมีความชัดเจน จึงจะเสนอเงื่อนไขการพูดคุยใหม่ พร้อมๆ ไปกับการปลุกให้ฝ่ายต่อต่านรัฐบาลอิหร่านลุกขึ้นเปลี่ยนแปลงการปกครอง
นั่นคือความหวังของสหรัฐ
ไม่ต่างกับที่สหรัฐทำในเวเนซุเอลา เมื่อเปลี่ยนผู้นำสำเร็จ โดยคนใหม่มีท่าทีพูดคุยเจรจาได้ ความขัดแย้งก็จะลดระดับลง
แต่กรณีของอิหร่านไม่ได้ง่ายแบบเวเนซุเอลา ปฏิบัติการทางการทหารน่าจะใช้เวลานานกว่าที่คิด
ครั้นจะส่งทหารราบแบบสงครามอิรักหรืออัฟกานิสถานก็คงเป็นไปได้ยาก จะมีการสูญเสียชีวิตทหารระดับสูง
มีตัวอย่างให้เห็นถึงความล้มเหลวของสหรัฐคืออัฟกานิสถานที่ 20 ปีผ่านไป ตอลิบานกลับมาครองอำนาจ แข็งแกร่งกว่าเดิม
คําถามว่า ศึกระหว่าง สหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่านจะจบเมื่อไหร่? ใครจะเป็นฝ่ายชนะ จึงไม่มีใครตอบได้
แต่ที่ตอบได้วันนี้คือ เศรษฐกิจโลกพังจริง และเจ็บจริง
หากสงครามยืดเยื้อ คงไม่เกินจริงถ้าจะบอกว่า ประเทศไทยหนึ่งใน “ประเทศผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากภัยสงคราม”
รบกันที่โน่น แต่ไทยเรารับเต็มๆ
1. มีคนไทยใช้ชีวิตอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางนับแสนคน 2. ราคาน้ำมัน ราคาพลังงานเสี่ยงพุ่งสูง
เศรษฐกิจ-สังคม-การเมือง วันนี้ก็วิกฤตอยู่แล้ว ยังมาเจอภาวะสงครามยืดเยื้อจะยิ่งส่งผลต่อระดับราคาน้ำมันพุ่งสูง
เป็นที่รู้กันว่า เรื่องพลังงาน-น้ำมัน เป็นประเด็นอ่อนไหวอย่างยิ่งของคนไทย หากทำอะไรผิดทิศผิดทาง เรื่องนี้จะใช้จุดประเด็นล้มรัฐบาลได้
จึงเป็นอีกวิกฤตที่จะท้าทายความสามารถของรัฐบาลค่ายสีน้ำเงินที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล
ในแง่หนึ่งการเกิดขึ้นของสงครามในระดับโลกก็เป็นแง่บวกให้รัฐบาลอนุทิน เพราะสงครามครั้งนี้ทำให้คนจำนวนมากลดการสนใจปัญหาการเลือกตั้งที่ผ่านมา
คนลืมเรื่องเลือกตั้งโกง, ซื้อเสียง, ปัญหาการนับคะแนน, บัตรเขย่ง, ผู้มาใช้สิทธิ์ไม่ตรงกัน, กปน.ประจำหน่วยทุจริต, การนับคะแนนไม่โปร่งใส ฯลฯ จนเกิดการฟ้องร้องกันไปมาวุ่นวาย หันมาสนใจการรีบๆ ตั้งรัฐบาลเพื่อมาเตรียมตัวรองรับวิกฤตเศรษฐกิจที่จะมาถึง
กกต.เห็นสัญญาณนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมาก็รีบรับรอง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อแล้ว 499 คน สามารถเปิดประชุมสภาได้แล้ว เพื่อให้คนไทยมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มอย่างรวดเร็ว
เมื่อมีอำนาจเต็มแล้ว ก็ต้องรับมือ “วิกฤตโลกสะท้าน” ให้ได้ นี่คือโจทย์สำคัญของรัฐบาลหนู 2
เพราะเรากำลังอยู่ในสภาวะโลกไร้ระเบียบ การเมืองระหว่างประเทศที่ไร้กฎเกณฑ์ ไม่เหมือนเช่นที่เป็นมา
กระแสโลกหันขวา ผู้คนเปราะบางจากโลกทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเปิดให้คนหันมาเลือกผู้นำแบบอำนาจนิยม-ชาตินิยมมากขึ้น
สงครามและการทหาร ถูกนำกลับมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมทางการเมือง-เศรษฐกิจ ราวกลับโลกย้อนกลับไปสู่ยุคล่าอาณานิคมของจักรวรรดินิยม
ทรัมป์ก็ปลุกสงครามเพราะใกล้เลือกตั้งกลางเทอม, เนทันยาฮูก็ใช้สงครามเพื่อเพิ่มคะแนนนิยมที่ลดฮวบ, ยุโรปก็ปลุกความเกลียดชังผู้อพยพ, ญี่ปุ่นก็ปลุกชาตินิยมจนชนะเลือกตั้ง, แม้แต่ฮุน เซน ที่กระแสนิยมลดลงมาก ก็ยังได้โอกาสปลุกสงครามกับไทย
ภาวะโลกสะท้อนเช่นนี้ ไม่ต้องฝันถึงสันติภาพ-ภราดรภาพอีกแล้ว เพราะโลกที่เลี้ยวขวาโดยไม่มีใครแตะเบรก การเมืองระหว่างประเทศที่ใช้การทหารนำ แค่เอาปากท้องประชาชนในชาติให้รอดก่อน นั่นคือโจทย์ใหญ่ตอนนี้
ถ้าทำไม่ได้ รัฐบาลหนู 2 อาจมี “สะเทือน”
