bg-single

กกต.ดื้อ ตัดจบ รับรอง ‘ส.ส.เขต-บัญชีรายชื่อ’ ฟ้อง ปชช.อ่วม ข้อหาหนัก รอยด่าง เลือกตั้งเทาๆ รัฐบาลอนุทินอึมครึม

06.03.2026

ในประเทศ

รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมเดินหน้าทำงานสุดกำลัง เพื่อเริ่มต้นนับหนึ่งในการบริหารราชการแผ่นดิน หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อย่างเป็นทางการ

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คนในสังคมเป็นวงกว้าง ที่ต่างตั้งคำถามถึงความบริสุทธิ์ยุติธรรมของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่าประเด็นนี้ส่งผลกระทบเชิงลบไปยังรัฐบาลเต็มๆ

เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมา พบสารพัดปัญหาและเกิดความผิดปกติมากมาย จนทำให้ กกต.ต้องเผชิญกับวิกฤตศรัทธาสูญเสียความเชื่อมั่น ทั้งกรณีบัตรเขย่ง ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อ มีจำนวนไม่เท่ากัน ตลอดจนความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยที่ส่อแววทุจริต

รวมไปถึงจำนวนบัตรเสียที่มากผิดปกติ อีกทั้งการรายงานผลคะแนนที่ล่าช้าไม่โปร่งใส และประเด็นใหญ่ที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคือกรณี บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้งที่สามารถระบุตัวผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งเข้าข่ายทำให้การออกเสียงไม่เป็นความลับ เสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมายเลือกตั้ง

กลายเป็นดราม่าร้อนแรง ทำให้หลายฝ่ายพุ่งเป้าโจมตีไปที่ กกต. พร้อมทั้งมีกระแสเรียกร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ มีการยื่นเรื่องเอาผิด กกต. คดีอาญา มีการไปร้องต่อศาลปกครอง ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยว่ากระบวนการเลือกตั้งทั้งหมดขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่

จนกระทั่ง กกต.ต้องออกมาชี้แจงและยอมรับว่าบาร์โค้ดดังกล่าวไม่ได้มีวัตถุประสงค์หรือความสามารถในการระบุตัวตนของผู้ใช้สิทธิแต่อย่างใด แต่เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยชั้นดีที่จะควบคุมและติดตามได้ว่าบัตรแต่ละชุดมีที่มาที่ไปอย่างไร

โดยคำชี้แจงของ กกต. ไม่ได้ช่วยทำให้ทุกอย่างกระจ่างชัด แต่กลับยิ่งทำให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยหนักขึ้นไปอีก รวมทั้งเกิดข้อถกเถียงเรื่องกฎหมายเป็นวงกว้าง

ภายหลัง กกต. เปลี่ยนบัตรเลือกตั้งใหม่ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ โดยพบว่าไม่มีหมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว ดังนั้น กกต. อาจเข้าข่ายทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่อย่างไร

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ออกมาซัดแรงผ่านโซเชียล โดยระบุว่าการที่ กกต. พิมพ์บัตรเลือกตั้งที่ไม่มีหมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว เท่ากับ กกต. ทำผิดกฎหมายฝ่าฝืนระเบียบของตนเอง และสามารถฟ้องเอาผิด กกต. ได้ทั้งคณะ

แม้ว่า กกต. ไม่ได้ออกมาชี้แจงในประเด็นนี้ แต่กลับเดินเกมโต้กลับไล่ฟ้องดำเนินคดีกับ 6 บุคคลที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และพยายามถอดรหัสบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง ทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อ ในการออกเสียงลงคะแนนใหม่ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 คันนายาว กรุงเทพฯ

ประกอบด้วย 1. นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต ม.ศรีปทุม 2. นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain

3. นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือครูชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B Marketing In Black 4. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. 5. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน และ 6. นายทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพ spacebar

โดยทั้ง 6 คนถูก กกต. ตั้งข้อหาหนัก ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ทำให้เกิดการแตกแยกในหมู่ประชาชน อั้งยี่ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ

ขณะที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ยืนยันว่าการไปสังเกตการณ์เลือกตั้งไม่ใช่เรื่องที่ผิดกฎหมาย และวันนั้นมีเจ้าหน้าที่ กกต.อยู่หลายคน รวมถึงรองเลขาธิการ กกต.ด้วย ซึ่งไม่เห็นเจ้าหน้าที่คนใดพยายามตักเตือนว่าเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ขอยืนยันความจริง และพร้อมเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล

ขณะเดียวกัน พรรคส้มเปิดเกมสู้กลับ กกต. โดย นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมทีมทนาย เดินทางยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ขอให้ดำเนินคดีอาญากับ กกต. ทั้ง 7 คน รวมถึง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และนายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผอ.สนับสนุนการเลือกตั้ง ฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 69, พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 96 ประกอบ มาตรา 164 เนื่องจาก กกต. จัดการเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม บัตรเลือกตั้งตรวจสอบย้อนกลับได้ และปัญหาบัตรไร้รหัสต้นขั้ว

ด้านสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์แสดงความเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อกรณีที่ กกต. แจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อช่างภาพที่ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน ซึ่งมีบทลงโทษสูง อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสรีภาพของสื่อมวลชน

ส่วนกรณีบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดจะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับหรือไม่ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา นำโดยนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ในฐานะประธาน กมธ. ได้จำลองสถานการณ์การเลือกตั้ง พิสูจน์ความโปร่งใสว่าถ้าบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดจะสามารถสืบกลับไปถึงผู้ลงคะแนนได้หรือไม่

โดยมี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร เป็นผู้สาธิต พร้อมทั้งเชิญผู้สังเกตการณ์ และนักวิชาการ เข้าร่วมจำลองสถานการณ์ เพื่อหาคำตอบที่ชัดเจน ก่อนนำข้อมูลไปศึกษาและรายงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

อย่างไรก็ดี ปัญหาต่างๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กกต. ถูกตั้งคำถามถึงกระบวนการจัดการเลือกตั้ง และเจอแรงเสียดทานจากผู้คนในสังคมมากมาย แต่ กกต. กลับพยายามลอยตัวอยู่เหนือปัญหามาโดยตลอด ซึ่งหลายคนมองว่า กกต. ดื้อด้าน ไม่สนใจกระแสวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ

อีกทั้งเลือกใช้วิธีการเพลย์เซฟ เปิดโหมดป้องกันตัวเอง โดยไม่ยอมตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงในประเด็นต่างๆ หลังจากที่เคยพลาดท่าในการแถลงข่าวครั้งแรก และเน้นชี้แจงผ่านทางเอกสารแทน

แต่ในที่สุด กกต. ได้แถลงประกาศรับรอง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เปิดทางให้รัฐบาลนายอนุทิน เดินหน้าทำงานบริหารราชการแผ่นดิน ท่ามกลางมรสุมรุมล้อมเรื่องคดีความที่มีประชาชนไปยื่นฟ้อง กกต. ทั้ง 3 ศาล

ซึ่งหลังจาก กกต. ประกาศรับรอง ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ โพสต์ระบุว่า พบความผิดปกติหลายประการของการประกาศจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 100% ของ กกต. ที่ประกาศหลังการเลือกตั้งถึง 18 วัน และประกาศหลังการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน

“ใน 5,784 หน่วยที่เอาคะแนนมานับเพิ่มให้เป็น 100% นี้ มีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 66,942 คน ลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) อย่างเดียว โดยไม่ลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต (บัตรสีเขียว) และทำให้บัตรสีเขียวที่เขย่ง 66,939 ใบหายไปฉับพลัน แล้วบัตรสีชมพูกลายเป็นมากกว่าแทน โดยมากกว่า 3 ใบ”

“คำถามคือจะเป็นไปได้อย่างไรที่คนมากถึง 66,942 คนใน 5,784 หน่วยนี้ จะพร้อมใจกันจะเลือกแบบบัญชีรายชื่อแต่เพียงอย่างเดียว ทุกคนได้รับบัตร 2 ใบ ทำไมจึงเลือกแค่ใบเดียว หรือหย่อนลงหีบบัตรแค่หีบเดียวมากถึงขนาดนี้ การทำลายบัตร หรือนำบัตรออกมาก็ผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.” ผศ.ดร.ปริญญาโพสต์ตั้งข้อสังเกต

ขณะที่ ศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการ ม.เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง โดยเชื่อว่าปัญหาการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจะถูกตัดจบอย่างแน่นอน

“ผมคิดว่าในที่สุดแล้วมันจะต้องจบแบบนี้ คือมีการรับรองทั้งหมด ผมคิดว่าเรื่องการนับใหม่ทั้งประเทศ หรือเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด มันอาจจะลำบากแล้ว พอดีเกิดสงครามสหรัฐอเมริกากับอิหร่านขึ้นมาด้วย”

“บางทีการเมืองมันก็เป็นแบบนี้แหละ สัจนิยมคือ Realpolitik รัฐบาลคุณอนุทิน พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็น 2 พรรคใหญ่ เขาก็ต้องมานั่งคิดว่าการไปฟื้นฝอยหาตะเข็บ มันจะได้ประโยชน์อะไร”

“แต่มันอาจจะนำมาซึ่งการเสียจุดยืนทางการเมืองของเขา หากมีการนับคะแนนใหม่หรือเลือกตั้งใหม่ขึ้นมา ถามว่ามันจะเป็นรอยด่างไหม ก็ใช่ มันจะเป็นคำถามเกี่ยวกับความชอบธรรมของรัฐบาลชุดนี้ ที่มันตั้งขึ้นมาบนความอึมครึมของผลการเลือกตั้ง แน่นอนว่ามันก็ไม่มีความชอบธรรมในจุดหนึ่ง แต่มันก็มูฟออนไปแล้วหรือเปล่า”

“ผมไม่ได้บอกว่าผมยินดีกับมันนะ แต่มันคือ Realpolitik ซึ่งรอยด่างมันก็อาจจะกลับมาในอนาคต ถ้าเกิดว่าในอนาคตรัฐบาลทำเรื่องอะไรที่ผิดพลาด” ศ.ดร.ปวิน วิเคราะห์โอกาสตัดจบปัญหาของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้ง

ซึ่งกลายเป็นรอยด่างที่จะกระทบกับความชอบธรรมของรัฐบาลนายอนุทินได้อย่างแหลมคม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | กรณี สุรพล นิติไกรพจน์ ท่ายาก พรรคประชาชน
ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน