bg-single

ฐากูร บุนปาน | สิ้นหวัง ไร้ศรัทธา ไม่มีอนาคต ?

30.08.2019

วันนี้ขออนุญาตกลับไปสวมวิญญาณอดีตนักข่าวโต๊ะต่างประเทศ ยุคที่ยังต้องยืนเกาะเทเล็กซ์แปลข่าวสักหน

และถือโอกาสไปเบียดบัญชร “เทศมองไทย” เขานิดหนึ่ง

เพราะเกิดสะกิดใจข่าวต่างประเทศที่ถาโถมกันเข้ามาช่วงนี้

ย้อนหลังไปสักประมาณเกือบสองเดือนก่อน สำนักข่าวบลูมเบิร์กเขารายงานการวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจไทยโดยรวม

ว่านอกจากจะเติบโตช้ากว่าเพื่อนบ้านในภูมิภาคอุษาคเนย์ด้วยกันแล้ว

ยังมีปัญหาในเชิงโครงสร้างที่จะทำให้การเติบโตในอนาคตมีปัญหาอีกด้วย

พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นประเทศที่ไม่มีอนาคต

พอมาถึงสัปดาห์ก่อน ไฟแนนเชียลไทม์ส ก็ลงบทวิเคราะห์เรื่องภาคการท่องเที่ยวไทย

ว่าภาคบริการที่สำคัญที่สุด เพราะสร้างรายได้มากกว่าร้อยละ 10 ของจีดีพี กำลังแห้งเหี่ยวตาย

ด้วยปัญหาเฉาะหน้าว่านักท่องเที่ยวจีนลดลง-ล้าหลังด้านดิจิตอล-เงินบาทแข็ง

และชี้ด้วยว่า เพราะไม่มีการปรับตัวเชิงโครงสร้างโดยเฉพาะในเรื่องดิจิตอล

อะไรที่เคยเป็นเสน่ห์ หรือ “ขายได้” เมื่อ 20-30 ปีก่อน

มาวันนี้กลายเป็นของที่ “เชย” ไปเสียแล้วสำหรับโลกยุคใหม่

และนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่

ล่าสุด บลูมเบิร์กก็ออกรายงานเรื่อง 20 ตระกูลอภิมหาเศรษฐีเอเชียที่มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกัน 450,000 ล้านเหรียญ

หรือราวๆ 13-14 ล้านล้านบาท-ครือกันกับขนาดจีดีพีของเมืองไทย

ในจำนวนนี้มีตระกูลอภิมหาเศรษฐีไทยรวมอยู่ด้วย 3 ตระกูลคือ เจียรวนนท์-อยู่วิทยา-จิราธิวัฒน์

ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐีไทยอ่านแล้วหัวเราะตัวโยนบอกว่า

นี่ยังตกไปอีกหลายตระกูล ที่รวยไม่แพ้ครอบครัวที่ยกชื่อมา

แถมเกณฑ์วัดของบลูมเบิร์กที่ต้องเอาตระกูลที่ “สืบทอด” ความรวยกัน ไม่นับที่ร่ำรวยขึ้นมาในหนึ่งชั่วอายุคน

ก็ตัดจำนวนอภิมหาเศรษฐกิจไทยที่จะต้องอยู่ในเกณฑ์นี้ไปอีกหลายคน

อันที่จริงความรวยนี่ไม่ใช่อาชญากรรมนะครับ

ถ้าไม่ได้ไปโกงหรือไปเบียดเบียนใครเขามา

แต่ในบางสถานการณ์บางเวลา ความรวยนั้น “น่าหมั่นไส้”

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่ภาวะเศรษฐกิจกลับหัวกับเมื่อปี 2540 อย่างนี้

หนนั้นวิกฤตเศรษฐกิจเกิดขึ้นกับมหาเศรษฐี เจ้าสัว และกิจการขนาดใหญ่ทั้งหลาย

ซึ่งด้วยสายป่าน เครือข่าย และกำลังคนที่มีอยู่ ไม่กี่ปีเจ้าสัวหรือกิจการขนาดใหญ่ทั้งหลายก็พ้นจากหลุมดำ

แต่หนนี้ วิกฤตเกิดกับฐานรากและผู้มีรายได้น้อย ทั้งในเมืองและเกษตรกร

ความหวังหรือโอกาสที่จะหลุดพ้นจากหุบเหวแห่งหายนะนั้นแสนจะริบหรี่ หรือแทบไม่มีเลย

มาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ออกมา ที่เน้นแจก-แจก-แจก และแจกนั้น

อาจจะทำให้ครึกครื้นได้ชั่วคราว

แต่อีกด้านหนึ่งก็เหมือนดื่มน้ำทะเลดับกระหาย

ในทางยาวจะยิ่งกลายเป็นปัญหา

จริงหรือไม่ ดูจากที่เขาสรุปข่าวการฆ่าตัวตายรายวันของคนตัวเล็กตัวน้อยที่แพ้ภัยเศรษฐกิจนั้นเถอะครับ

การแจกแต่ไม่ได้สร้างโอกาส

หว่านเงินแต่ไม่ได้หว่านปัญญา

เน้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ว่าไม่ได้จัดการโครงสร้าง (โดยเฉพาะการเพิ่มอำนาจให้ภาครัฐกับราชการอย่างมหาศาลใน 5 ปีที่ผ่านมา ใครคิดว่ารัฐกับราชการจะสร้างอะไรใหม่ๆ จะแหวกกรอบดั้งเดิมออกไปได้บ้าง)

ความเครียด ความสิ้นหวัง ความไร้ศรัทธา ความหงุดหงิดถึงแผ่กระจายกว้างขึ้น

เวลาที่โลกเป็นสีเทาไม่ใช่สีรุ้ง อะไรก็ดูขวางหูขวางตาไปหมด

เศรษฐีหรือมหาเศรษฐีทั้งหลายจะพลอยโชคร้าย กลายเป็นแพะรับบาป (ร่วม) ของความตกต่ำทางเศรษฐกิจ และความทุกข์ยากอดอยากก็รอบนี้

ถ้าเศรษฐีไม่อยากเป็นแพะรับบาป (ด้วย) ก็คงต้องช่วยกันออกแรงแซะให้รัฐบาลทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน (ในฐานะที่ท่านเสียงดังกว่า หรือว่าพูดแล้วรัฐบาลรับฟัง)

หรือท่านทั้งหลายต้องลงมือทำอะไรเองมากกว่านี้แล้วละครับ

ปล่อยให้จำนวนสลัมที่รายล้อมคฤหาสน์เพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ

ไม่มีใครรับประกันได้หรอกครับว่า

อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตอันไม่ไกลจากนี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ