บทความพิเศษ | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
พรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลอนุทินคือดีลซึ่งไม่มีวันล้มแน่ แต่เกิดเมื่อไรไม่รู้ เพราะคุณอนุทินและคุณธรรมนัสเจอกันที่ญี่ปุ่นไปแล้ว ทั้งคู่กินอาหารญี่ปุ่นพร้อมเพื่อนร่วมโต๊ะรวม 5 คนอย่างมีความสุข สองคนเป็นคนในทำเนียบ ส่วน“ผู้กอง” ใส่ชุดปราด้าเช่นเดียวกับคุณอนุทินที่ยิ้มแสงออกตา
ทั้งหมดนี้คือ “ดีลลับ” ซึ่งเกิดขึ้นในคืนวันจันทร์โดย “ผู้กอง” ยังไม่ได้แจ้งคนในพรรคเรื่องดีลอย่างเป็นทางการ แต่ทันทีที่พรรคประชาชนแถลงไล่พรรคกล้าธรรมจาก “วิปฝ่ายค้าน” คุณธรรมนัสก็จง ใจปล่อยภาพนาฬิกาที่คุณอนุทินให้เพื่อโชว์ว่าตัวเองมีที่ไปจนพร้อมแตกหักพรรคประชาชนทันที
คำว่า “พรรคฝ่ายคอย” เป็นคำใหม่ที่พูดปุ๊บสังคมก็รู้ว่าพูดถึงพรรคที่อยู่ฝ่ายค้าน แต่โหวตทุกอย่างให้รัฐบาล แต่วันนี้กล้าธรรมไม่มีโอกาสทำยุทธศาสตร์วันทองสองใจต่อไป เพราะวิปฝ่ายค้านเชิญให้ออกไปอยู่กับรัฐบาลให้ชัดๆ ไม่ใช่ชื่อในทะเบียนบ้านอยู่ฝ่ายค้าน แต่ทั้งวันทั้งคืนขึ้นเตียงกับรัฐบาล
ปัญหาของดีลลับดึงกล้าธรรมร่วมรัฐบาลคือคุณอนุทินยังไม่ปริปากเรื่องนี้กับใคร คนปล่อยข่าวเรื่องนี้คือฝ่าย “ผู้กอง” ส่วนคนภูมิใจไทยอีก 2 คนไม่พูดเพราะ“ดีลลับ” คือเรื่องระหว่างคุณอนุทินกับคุณธรรมนัส ส่วนการร่วมรัฐบาลหมายถึงการจัดครม.ซึ่งพัวพันตัวแปรอื่นและคนอื่นมากกว่า 2 คน
ดีลไม่ล้ม แต่จะเกิดเมื่อไรก็ยังไม่มีความชัดเจนจากคุณอนุทินจากปัจจัยในพรรคและในรัฐบาลเอง
“เรื่องเล่า” ที่ “นักวิเคราะห์” มักพูดออกสื่อแบบชุ่ยๆ คือคุณเนวินไม่ต้องการให้พรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลเพราะสองพรรคมีฐานเสียงทับซ้อนกัน แต่คำอธิบายนี้มั่ว ภูมิใจไทยกับกล้าธรรมมีฐานเสียงทับซ้อนกันน้อยมาก และในที่สุดทั้งสองพรรคเติบโตบนการแย่งคะแนนเสียงจากพรรคเพื่อไทย
ยกตัวอย่างง่ายๆ พรรคที่มี สส.เยอะที่สุดในภาคเหนือคือพรรคประชาชนซึ่งมี สส. 26 คน ถัดไปคือ กล้าธรรมมี สส.24 ส่วนภูมิใจไทย 12 และเพื่อไทยแค่ 14 ภาคเหนือจึงเป็นการแข่งขันระหว่างพรรคประชาชนกับกล้าธรรม ส่วนเพื่อไทยกับภูมิใจไทยเป็นตัวแถมเพราะมี สส.ต่ำกว่าพรรคอื่น 1 เท่าตัว
สำหรับภาคอีสานก็เช่นกัน พรรคที่มี สส.สูงสุดคือภูมิใจไทยซึ่งมี สส.68 คน ส่วนพรรคประชาชนมี 21 พรรคเพื่อไทย 25 และกล้าธรรม 8 พรรคภูมิใจไทยจึงนำโด่งในภาคอีสานแบบทิ้งห่างคู่แข่งเกือบ 3 เท่า คำพูดว่ากล้าธรรมเป็นคู่แข่งกับภูมิใจไทยในภาคอีสานจึงยิ่งไม่มีมูลความจริงเลย
พรรคการเมืองที่ใช้เงินและดูด “บ้านใหญ่” มากที่สุดในการเลือกตั้งปี 69 คือภูมิใจไทย เพื่อไทยและกล้าธรรม แต่กล้าธรรมโตที่ภาคเหนือบนความตกต่ำของเพื่อไทยจากสส.34 คนในปี 66 สู่ 14 คนในปี 69 ส่วนภูมิใจไทยอีสานโตบนความตกต่ำของเพื่อไทยจากสส. 73 เหลือแค่ 25 คน
“ฐานเสียงทับซ้อน” เป็น 1 ในเรื่องที่นักวิเคราะห์พูดมั่วๆ ในยุคที่ “วิเคราะห์” กลายเป็นการ “แสดงความเห็น”ซึ่งไม่ต้องมีแหล่งอ้างอิงหรือข้อมูล เพราะข้อเท็จจริงคือภูมิใจไทยมีฐานหลักที่อีสานและ ภาคกลาง กล้าธรรมมีฐานที่ภาคเหนือ และทั้งคู่โตบนการชนะสส.จากพรรคประชาชนและเพื่อไทย
ภูมิใจไทยและกล้าธรรมคือพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ของฝ่าย “อนุรักษ์นิยม” ในการสกัดการเติบโตของพรรคประชาชนและเพื่อไทย ความคล้ายคลึงในการทำพรรคไม่ได้แปลว่าทั้งสองพรรคคือคู่แข่งหรือ “ทับทาง” อย่างที่พูดกันจนเลอะ เพราะพื้นที่ของสองพรรคไม่ได้ทับ และทั้งคู่มีศัตรูเดียวกัน
“ดีลลับ”ของคุณอนุทินกับคุณธรรมนัสมีจริง แต่การปรับครม.จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคุณเนวินมีความมั่นใจว่าภูมิใจไทยได้อะไรจากการมีกล้าธรรมร่วมรัฐบาล เพราะตัวเลขสส.รัฐบาลตอนนี้คือ 292 ซึ่งมากพอจะชนะโหวตในสภาได้สบาย และต่อให้ชื่ออยู่ฝ่ายค้าน กล้าธรรมก็โหวตทุกอย่างให้รัฐบาล
ความสัมพันธ์ระหว่างภูมิใจไทยกับกล้าธรรมเหมือนระบบแฟนเผลอเจอกัน ต่อให้ไม่เอากล้าธรรมร่วมรัฐบาล ภูมิใจไทยก็ได้เสียงโหวตฟรีๆ ความจำเป็นในแง่เสียงโหวตจึงไม่มี เว้นแต่ภูมิใจไทยจะ เหมือนขุนช้างที่หลงวันทองอย่างแรงกล้าจนทำอะไรก็ได้เพื่อให้ได้กล้าธรรมมาร่วมรัฐบาล
ประโยชน์เดียวของการดึงกล้าธรรมร่วมรัฐบาลคือรัฐบาลมีเสียง สส.มากจนไม่มีวันล้มเพราะพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว พูดง่ายๆ คือตอนนี้รัฐบาลมี สส. 292 คน ถ้าเพื่อไทยถอนตัวปุ๊บ จำนวน สส.รัฐ บาลก็จะลดลงจาก 74 เหลือเพียง 218 ซึ่งเท่ากับรัฐบาลมี สส.ไม่ถึงครึ่งจนต้องยุบสภาทันที
ถ้ากล้าธรรมร่วมรัฐบาลหลังจากวันทองสองใจจนพรรคฝ่ายค้านไม่ให้อยู่ฝ่ายค้านต่อไป จำนวนสส.รัฐบาลจะสูงถึง 350 ซึ่งมากจนต่อให้เพื่อไทยถอนตัว รัฐบาลก็จะยังเหลือ สส. 276 คนซึ่งแปลว่ารัฐ บาลไม่ล้มตามพรรคเพื่อไทยไปด้วย หรือเท่ากับไม่มีทางล้มรัฐบาลภูมิใจไทยด้วยมือในสภาได้เลย
ต้องไม่ลืมว่าการมีพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลสร้างปัญหาการเมืองเฉพาะหน้าให้รัฐบาลเอง เอาแค่จะเกลี่ยเก้าอี้รัฐมนตรีให้กล้าธรรมอย่างไรก็ยุ่ง เพราะกล้าธรรมมี สส.58 เกือบเท่าเพื่อไทยที่มีสส.74 แปลว่าพรรคควรได้รองนายกอย่างน้อย 1 รัฐมนตรีกระทรงเกรด A อีก 2 และรัฐมนตรีช่วยอีก 1 คน
ความเฮงซวยของพรรคเก่าๆ ในเมืองไทยคือความเชื่อว่ากระทรวงเกรด A ไม่ใช่กระทรวงที่ช่วยประ ชาชนเยอะ แต่คือกระทรวงที่งบเยอะจนเปอร์เซนต์จัดซื้อจัดจ้างเยอะ กองทุนนอกงบประมาณเยอะ ฯลฯ ซึ่งภูมิใจไทยและเพื่อไทยแบ่งเค้กกระทรวงเกรด A กันลงตัวจนไม่มีใครยอมคายกระทรวงเลย
ถ้าดึงกล้าธรรมร่วม ครม.ก็ต้องแบ่งเกษตร,ศึกษา,มหาดไทย,สาธารณสุข หรือคมนาคมให้กล้าธรรม แต่ภูมิใจไทยไม่มีทางยอมยกมหาดไทยหรือคมนาคมให้กล้าธรรม ส่วนเพื่อไทยก็ไม่มีทางยกเกษตรหรือศึกษาให้ง่ายๆ เอาแค่จะให้กล้าธรรมได้กระทรวงเกรด A อะไรก็ยากแล้วสำหรับรัฐบาลอนุทิน
ยิ่งคำนึงว่าตอนนี้ “ฝ่ายขวา” แสดงความไม่พอใจรัฐบาลจากคดี สว.ผ่านการเคลื่อนไหวของอดีตผู้พิพากษา, อดีตม็อบพันธมิตร และแม้แต่การพูดไม่ออกสื่อของข้าราชการระดับสูงหลายคน การดึงกล้าธรรมร่วมรัฐบาลยิ่งทำให้ความไม่ยอมรับรัฐบาลรุนแรงกว่าเดิมแน่นอน
ถ้าภูมิใจไทยไม่หลงกล้าธรรมระดับขุนช้างหลงนางวันทอง สาเหตุเดียวที่ต้องดึงกล้าธรรมร่วมรัฐ บาลคือความกลัวว่าเพื่อไทยจะพยศจนรัฐบาลล้ม หรือไม่ก็กลัว “ผู้กอง” จะจับมือกับเพื่อไทยจนรัฐ บาลล้ม ซึ่งเรื่องแรกยังไม่มีแววเป็นได้ ส่วนเรื่องที่สองมีพลเอกสายเพื่อไทยบอกผมว่าอาจมีมูล
เราจะคุยถึงดีลพิสดารเรื่องนี้ในโอกาสต่อไป
