bg-single

11 ตุลาคม 2569 เลือกตั้งประกันสังคม ปราการสุดท้ายของการปฏิรูปแนวหน้าของการปฏิวัติสังคมไทย

08.10.2026

คอลัมน์ ฝนไม่ถึงดิน
ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

วันนั้นฝนตกตั้งแต่เช้าจรดค่ำ สายฝนที่พรั่งพรูลงมาไม่ได้ทำให้บรรยากาศของเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพวกเรา ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ลดความร้อนแรงลงแม้แต่น้อย

ท่ามกลางบรรยากาศหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ฉากหลังเวทีฉายข้อความเดียวกับที่เรายึดมั่นมาตลอดคือ “เปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นรัฐสวัสดิการ”

ในการทำงาน 2 ปีที่ผ่านมาของพวกเรา เรามีเสียงอยู่ในบอร์ดเพียง 6 เสียง ซึ่งไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปเชิงโครงสร้างได้อย่างเต็มที่

ในครั้งนี้เราจึงตัดสินใจส่งผู้สมัครครบทั้ง 14 คน แบ่งเป็นฝั่งผู้ประกันตน 7 คน และฝั่งนายจ้าง 7 คน

ผู้พูดบนเวทีตลอดสองชั่วโมงเต็ม มาจากหลากหลายเส้นทางชีวิต ทั้งอดีตนักข่าวสายแรงงาน คนทำงานโรงงาน ผู้ประกอบการ และแพทย์

ทุกคนต่างเริ่มต้นด้วยเรื่องเล่าของคนทำงานจริง

แล้วไต่ระดับขึ้นไปชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของกองทุนประกันสังคม


ช่วงเวลาที่ทรงพลังและสะกดให้ทุกคนในห้องเงียบที่สุด คือคำปราศรัยของหมอชุ พญ.ชุตินาถ ชินอุดมพร แพทย์อายุรกรรมและเพื่อนร่วมทีมของผม

เธอเริ่มต้นด้วยคำถามเรียบง่ายว่า ในห้องนี้มีใครไม่เคยปวดฟันบ้าง ก่อนจะเล่าถึงป้าแหวน ผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่ป่วยเป็นเบาหวาน ความดัน และเส้นเลือดสมองตีบ มีค่าน้ำตาลสูงแตะ 200 ถึง 300 มานานนับปีโดยควบคุมไม่ได้

จนวันที่ป้าถอดหน้ากากอนามัย หมอถึงได้เห็นว่าป้าไม่มีฟันเหลือสำหรับเคี้ยวอาหารเลย สิ่งเดียวที่ป้ากินได้คือนม โจ๊ก น้ำเต้าหู้ และผลไม้หวานนุ่ม โดยมีสามีวัย 70 กว่าปีที่ยังต้องขับแท็กซี่หาเลี้ยงกัน

ทั้งคู่ทำงานหนักมาตลอดชีวิตกว่า 50 ปี แต่สุดท้ายป้าแหวนต้องเสียชีวิตลงจากการติดเชื้อในกระแสเลือด

ซึ่งมีต้นตอมาจากเบาหวานที่คุมไม่ได้เพราะปัญหาการกิน

หมอชุชวนเรามองภาพใหญ่ว่า กองทุนประกันสังคมคือหนึ่งในกองทุนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ แต่ผู้ประกันตนเกินครึ่ง หรือมากกว่า 8 ล้านคน กลับมีรายได้ไม่ถึง 15,000 บาทต่อเดือน

คนกลุ่มนี้ต้องเอาร่างกายเข้าแลกรายได้ ไม่มีโอกาสลาป่วย และเมื่อเจ็บหนักก็ต้องนั่งรอคิวในห้องฉุกเฉิน บางคนต้องเสียชีวิตในห้อง ICU โดยที่ครอบครัวไม่มีแม้โอกาสได้มาบอกลาเพราะลางานไม่ได้

เธอยกตัวอย่างคุณดอย ผู้สมัครฝั่งลูกจ้างวัย 30 ปี บาริสต้าจากเชียงใหม่ เงินเดือน 11,500 บาท ทำงานจันทร์ถึงเสาร์ ลางานไม่ได้เพราะลาคือขาดรายได้ เขาต้องทนปวดฟันอยู่ถึง 2 ปีจนฟันหลุดออกมา

ต่อมาในฐานะตัวแทนอนุกรรมการสิทธิประโยชน์ทันตกรรม คุณดอยใช้เวลาอีก 2 ปีเต็มผลักดันให้ผู้ประกันตนผ่าฟันคุดได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย

หมอชุจึงตั้งคำถามถึงผู้แทนกระทรวงและนายจ้างว่า เคยทนปวดฟันจนนอนไม่หลับ เคยนั่งรอคิว หรือเคยกังวลว่าลางานวันเดียวจะกระทบชีวิตหรือไม่

ถ้าเขาไม่เคยต้องกังวลแบบนี้ เขาจะเข้าใจพวกเราได้อย่างไร


ส่วนที่สะเทือนใจที่สุดคือเรื่องสิทธิ์ “ลาไปบอกลา”

หมอชุเล่าว่า ยามที่แพทย์ต้องโทร.แจ้งญาติว่านี่คือโอกาสสุดท้าย คำตอบที่ได้ยินบ่อยครั้งคือ “หมอครับ ผมลาไม่ได้ ถ้าผมลาผมอาจจะตกงาน ช่วยบอกแม่ให้ผมหน่อย”

ตอนที่ทีมเราผลักดันสิทธิ์นี้ เราขอเพียงวันลา 3 วัน แต่นายจ้างกลับถามว่า “รู้ได้ยังไงว่าจะตายจริง”

สิทธิ์พื้นฐานเพื่อความเป็นมนุษย์เพียงเท่านี้ กลับใช้เวลาผลักดันถึง 2 ปี ซึ่งยาวนานและยากลำบากกว่าการผ่านงบประมาณดูงานต่างประเทศของอนุกรรมการเสียอีก

เธอทิ้งท้ายไว้ว่า สิ่งที่เราต้องการในอีก 2 ปีข้างหน้าคือ วันลาดูแลครอบครัวป่วยจาก 3 วันเป็น 15 วัน ชีวิตเกษียณที่มั่นคง และระบบที่เลิกตั้งคำตอบว่าความมั่นคงของกองทุนสำคัญกว่าชีวิตมนุษย์

ประโยคสุดท้ายของเธอสรุปหัวใจของพวกเราไว้ได้อย่างคมชัดว่า “เราอยากให้มนุษย์ได้เป็นมนุษย์”

เงินในกองทุนประกันสังคมไม่ใช่เงินของรัฐบาล และไม่ใช่เงินของอภิสิทธิ์ชน แต่เป็นเงินที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของคนหาเช้ากินค่ำ เป็นเงินของเด็กที่ทำงานพาร์ตไทม์
โคมไฟระย้าและความหรูหราของสำนักงานประกันสังคมที่ผ่านมา สร้างขึ้นบนภาระของคนธรรมดา

ในช่วง 2 ปีต่อจากนี้ ทีมประกันสังคมก้าวหน้าตั้งเป้าขยายเงินบำนาญให้ครอบคลุมคนนับล้านคน

ปรับปรุงโครงการเกษียณก่อนกำหนด ให้รับเงินก้อนควบคู่กับบำนาญได้

เพิ่มโบนัสกรณีเกษียณช้า

ขยายเงินเด็กถึงอายุ 15 ปีให้เด็ก 3 ล้านคน

และปรับเพิ่มเงินว่างงานให้คนนับแสนคน


แต่การปฏิรูปทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากเราไม่ล้างบางโครงการปรสิต

โครงการที่เป็นเหมือนเหลือบไรสูบกินงบประมาณ

เปิดช่องให้คนบางกลุ่มปิดตาเอื้อประโยชน์จนเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นนับพันล้าน หมื่นล้าน ถึงแสนล้านบาท

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้จึงเป็นการเลือกตั้งที่มีความหมายที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ

เป็นโอกาสของคนมีสิทธิ์กว่า 10 ล้านคนที่จะร่วมกันกำหนดอนาคตสวัสดิการของคนธรรมดา

ท่ามกลางความเสื่อมถอยของความหวังในสังคม ประกันสังคมก้าวหน้าคือปราการสุดท้าย ปราการที่จะปกป้องไม่ให้สังคมไทยถอยหลังไปมากกว่านี้

และเราไม่ได้มาเพื่อเป็นเพียงปราการตั้งรับ แต่เราคือแนวหน้าของการปฏิวัติสังคม แนวหน้าที่จะทำให้ชาติกำเนิดของทุกคนเป็นโมฆะ ให้ทุกคนได้วิ่งตามความฝันได้อย่างเต็มที่ และทำให้คราบน้ำตาของคนแก่ คนป่วย และเด็กเหือดแห้งไปจากประเทศนี้

นี่เป็นภารกิจของพวกเรา คน 99% ในสังคม

เราจะไม่ยอมให้อภิสิทธิ์ชนมาคิดแทนเราอีกต่อไป

ประกันสังคมก้าวหน้าคือก้าวแรกสู่อนาคตแห่งรัฐสวัสดิการ และเราพร้อมที่จะเดินหน้าเอาชนะในทุกสนาม ทั้งฝั่งนายจ้างและฝั่งผู้ประกันตน

แม้ว่าการเลือกตั้งจะถูกเลื่อนจากกำหนดเดิมเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่

แต่หมุดหมายสำคัญที่สุดกำลังจะมาถึงในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ 8.00-16.00 น.

ผมขอเชิญชวนผู้ประกันตนและนายจ้างทุกคนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

และร่วมกันทวงคืนประกันสังคมกลับมาเป็นของคนทำงานทุกคนอย่างแท้จริง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

11 ตุลาคม 2569 เลือกตั้งประกันสังคม ปราการสุดท้ายของการปฏิรูปแนวหน้าของการปฏิวัติสังคมไทย
50 ปี 6 ตุลา | ชีวิตนักโทษการเมือง : สุรชาติ บำรุงสุข
E-DUANG | สถานะ หลักศิลา กลางน้ำเชี่ยว สถานะ  ปิยบุตร แสงกนกกุล
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (196)
เชลยศึกสงครามลาว (51) ความซื่อสัตย์ของศัตรู
ความคิดทางเศรษฐกิจ ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (34)
จาก CSR ถึง ESG : การปรับตัวของธุรกิจไทย
E-DUANG | บทเรียน การ”ถอดบทเรียน” จาก ประชาชน สู่”พลเมือง”
คุณหญิงสุดารัตน์ ออกโรงเตือน ชัชชาติ จะเอาโครงการขยายคลอง และอุโมงค์ยักษ์มาทดแทนแก้มลิงไม่ได้
‘50 ปี 6 ตุลา ‘เท้ง’ ชี้ รำลึกอดีตเพื่อมองไปข้างหน้า เดินหน้าแก้กติกาไม่ให้เผด็จการใช้อำนาจเข่นฆ่าประชาชนซ้ำ
คิดต่อจาก 6 ตุลา (8) : ร่างเพื่อนล้มลง เรายังอยู่
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (23)